สถน (บาลีวันละคำ 4,966)

สถน
สตรีปกติทุกคนต้องมี
อ่านว่า สะ-ถน
“สถน”เป็นคำที่แทบทุกคนจะไม่คุ้น แต่มีเก็บไว้ในพจนานุกรมฯ
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“สถน : (คำแบบ) (คำนาม) เต้านม. (ส. สฺตน; ป. ถน).”
หมายเหตุ: “คำแบบ” หมายถึง คำที่ใช้เฉพาะในหนังสือ ไม่ใช่คำพูดทั่วไป
พจนานุกรมฯ บอกว่า “สถน” สันสกฤตเป็น “สฺตน” บาลีเป็น “ถน”
“ถน” ในบาลีอ่านว่า ถะ-นะ รากศัพท์มาจาก ตนฺ (ธาตุ = แผ่ไป, ขยาย) + อ (อะ) ปัจจัย, แปลง ต เป็น ถ
: ตนฺ + อ = ตน > ถน แปลตามศัพท์ว่า “อวัยวะที่แผ่ไปเฉพาะผู้หญิง”
“ถน” (นปุงสกลิงค์) ในบาลีใช้ในความหมายดังนี้ –
(1) เต้านมของสตรี (the breast of a woman)
(2) เต้านมของวัว (the udder of a cow)
บาลี “ถน” สันสกฤตเป็น “สฺตน”
สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ดังนี้ –
“สฺตน : (คำนาม) อกหรือทรวงสตรี, ‘ถัน’ ก็เรียก; the female bosom or breast; a pap.”
รูปคำ “สฺตน” นี้ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 เก็บไว้เป็น “สตน” (สะ-ตน) และ “สตัน” (สะ-ตัน) บอกไว้ว่า –
“สตน, สตัน : (คำแบบ) (คำนาม) เต้านม. (ส. สฺตน; ป. ถน).”
ในภาษาไทย เราใช้ตามรูปบาลีเป็น “ถัน” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“ถัน : (คำนาม) เต้านม; นํ้านม. (ป. ถน ว่า เต้านม; ถญฺญ ว่า น้ำนม).”

ขยายความ :
เป็นอันว่า คำนี้มีหลายรูป คือ –
รูปเดิมในบาลีเป็น “ถน” เอามาใช้ในภาษาไทยเป็น “ถัน”
รูปเดิมในสันสกฤตเป็น “สฺตน” เอามาใช้ในภาษาไทยเป็น “สตน” (สะ-ตน) และ “สตัน” (สะ-ตัน)
อีกรูปหนึ่งคือ “สถน” (สะ-ถน) น่าจะเป็นรูปพิเศษ เอา “สฺตน” ในสันสกฤตประสมกับ “ถน” ในบาลี สำเร็จรูปออกมาเป็น “สถน” นับว่าเป็นความสามารถพิเศษของไทยเรา
“สถน” มีใช้ที่ไหนบ้าง?
พบแห่งหนึ่ง (อาจมีในที่อื่นอีก) ในกาพย์เห่เรือพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ที่มักเรียกกันว่า “กาพย์เห่เรือชมเครื่องคาวหวาน”
บทเห่ชมเครื่องหวาน ตอนหนึ่งว่าดังนี้ –
…………..
๏ บัวลอยเล่ห์บัวงาม คิดบัวกามแก้วกับตน
ปลั่งเปล่งเคร่งยุคล สถนนุชดุจประทุม
…………..
“สถนนุชดุจประทุม” คือ “สถน” คำนี้
“สถนนุชดุจประทุม” ถอดความว่า “ถันของน้องประดุจดอกบัว” ตรงกับคำที่ใช้ในวรรณคดีว่า “ปทุมถัน” แปลตามศัพท์ว่า (1) “ดอกบัวคือถัน” (2) “ถันเพียงดังดอกบัว”
“ปทุมถัน” เป็นคำที่ประสมขึ้นตามจินตนาการในวรรณคดีของไทยที่นิยมว่าทรวงอกสตรีที่ถือว่างามต้องมีลักษณะเหมือนดอกบัวหลวงที่กำลังตูม
เมื่อชมโฉมนางงามจึงมักมีคำชมถันว่างามดังดอกบัว เป็นที่มาของคำว่า “ปทุมถัน”
ธรรมชาติของสตรีในสกลจักรวาลย่อมปรารถนาให้ตนมีถันงาม แม้พระนางผุสดีผู้ตั้งความปรารถนาเป็นพุทธมารดาก็ไม่พ้นที่จะปรารถนาเช่นนั้นด้วย ดังข้อความในพร 10 ประการ (ทศพร) ข้อหนึ่งว่า –
…………..
ถนา เม นปฺปวตฺเตยฺยุํ
ถันทั้งคู่ของข้าพระบาทอย่าพึงหย่อนยาน
…………..
และอรรถกถานำมาขยายความตามสำนวนในร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดกกัณฑ์ทศพรว่า –
…………..
อลมฺพตฺถนตา สตฺตโม วโร.
อนึ่งเล่ายุคลถันทั้งสองของข้าพระบาท เมื่อทรงครรภ์อย่าวิปลาสแปรผันดำปรากฏ แม้พระบวรปิโยรสจะเสวยทุกวันเวลา อย่าคล้อยเคลื่อนเลื่อนลดลงมาจากพระทรวง ให้เต่งตั้งดังปทุมบัวหลวงงามบริสุทธิ์วิเศษเสร็จ

…………..
แถม :
ประชุมกาพย์เห่เรือ ฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๓ พระพุทธศักราช ๒๔๗๐
https://archives.orst.go.th/pic/HcPic/c04-s02-10/2020-04-18_22-32-07_C04-S02-10.pdf
…………..
ดูก่อนภราดา!
: รูปงาม ได้กำไรไปแล้วครึ่งหนึ่ง
: แต่ถ้าใจทราม ทุนหายกำไรหด
#บาลีวันละคำ (4,966)
16-1-69
…………………………….
…………………………….
