บาลีวันละคำ

บรรพชิต – คฤหัสถ์ (บาลีวันละคำ 4,967)

บรรพชิตคฤหัสถ์

พุทธบริษัทที่มาคู่กัน

บรรพชิต” อ่านว่า บัน-พะ-ชิด

คฤหัสถ์” อ่านว่าคะ-รึ-หัด

(๑) “บรรพชิต

บาลีเป็น “ปพฺพชิต” อ่านว่า ปับ-พะ-ชิ-ตะ รากศัพท์มาจาก –

(1) ปพฺพชฺชา (การออกบวช) + อิต ปัจจัย, ลบสระหน้า คือ อา ที่ ปพฺพชฺชา และลบ (ปพฺพชฺชา > ปพฺพชฺช > ปพฺพช)

: ปพฺพชฺชา > ปพฺพชฺช + อิต = ปพฺพชฺชิต > ปพฺพชิต แปลตามศัพท์ว่า “ผู้มีบรรพชาเกิดขึ้นแล้ว” 

หมายเหตุ : คำว่า “ปพฺพชฺชา”หรือ “บรรพชา” แปลตามศัพท์ว่า “เว้นทั่ว” หมายถึง การออกบรรพชา, การถือเพศเป็นนักพรต, การถือเพศเป็นภิกษุ, การทรงเพศสมณะ, การออกบวช (ฝรั่งแปลว่า leaving the world, adopting the ascetic life; state of being a Buddhist friar, taking the (yellow) robe, ordination) 

(2) (แทนศัพท์ “ปสฏฺฐ” = ประเสริฐ) + วชฺ (ธาตุ = ไป, ถึง, เป็นไป) + ปัจจัย, ลง อิ อาคมหน้าปัจจัย, ซ้อน วฺ หน้าธาตุแล้วแปลง วฺว เป็น พฺพ (วช > ววชฺ > พพช)

: + + วชฺ > ปววชฺ> ปพฺพช + อิ + = ปพฺพชิต แปลตามศัพท์ว่า “ผู้ไปสู่ความเป็นผู้ประเสริฐที่สุด” 

ปพฺพชิต” หมายถึง ผู้ออกบวช, บรรพชิต, ผู้บวชเป็นพระหรือเป็นฤๅษีหรือนักพรต (one who has gone out from home, one who has given up worldly life & undertaken the life of a bhikkhu recluse or ascetic)

ปพฺพชิต” ในบาลีใช้เป็นคำคุณศัพท์และเป็นคำกริยาได้ด้วย

บาลี “ปพฺพชิต” ภาษาไทยใช้เป็น “บรรพชิต” (บัน-พะ-ชิด)

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

บรรพชิต : (คำนาม) นักบวชในพระพุทธศาสนา. (ป. ปพฺพชิต; ส. ปฺรวฺรชิต).”

พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต ขยายความไว้ว่า –

…………..

บรรพชิต : ผู้บวช, นักบวช เช่น ภิกษุ สมณะ ดาบส ฤษี เป็นต้น แต่เฉพาะในพระพุทธศาสนา ได้แก่ ภิกษุและสามเณร (และภิกษุณี สิกขมานา สามเณรี) มักใช้คู่กับ คฤหัสถ์ (ในภาษาไทยปัจจุบันให้ใช้หมายเฉพาะนักบวชในพระพุทธศาสนา ไม่ว่าในฝ่ายเถรวาท หรือฝ่ายมหายาน).

…………..

(๒) “คฤหัสถ์” 

เป็นรูปคำสันสกฤต บาลีเป็น “คหฏฺฐ” อ่านว่า คะ-หัด-ถะ รากศัพท์มาจาก คห (บ้าน, เรือน) + ฐา (ธาตุ = ดำรงอยู่) ซ้อน + กฺวิ ปัจจัย, ลบ กฺวิ, รัสสะ อา ที่ ฐา เป็น อะ (ฐา >

: คหฺ + + ฐา = คหฏฺฐา + กฺวิ = คหฏฺฐากฺวิ > คหฏฺฐา > คหฏฺฐ แปลตามศัพท์ว่า “ผู้ดำรงอยู่ในเรือนหรือในกามคุณห้าด้วยอำนาจความยินดี” หมายถึง ผู้ครองเรือน, คฤหัสถ์ (a householder, one who leads the life of a layman)

บาลี “คหฏฺฐ” สันสกฤตเป็น “คฺฤหสฺถ” 

สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ดังนี้ – 

คฺฤหสฺถ : (คำวิเศษณ์) ‘คฤหัสถ์,’ ผู้ครองเรือน, สามานยชน, สาธารณชน, ฯลฯ; a householder, a layman.”

คหฏฺฐ” ในภาษาไทยใช้ว่า “คฤหัสถ์” ตามรูปสันสกฤต พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

คฤหัสถ์ : (คำนาม) ผู้ครองเรือน, ผู้ไม่ใช่นักบวช, ฆราวาส, ภาษาปากใช้ว่า กระหัด. (ส. คฺฤหสฺถ; ป. คหฏฺฐ).”

พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต บอกไว้สั้น ๆ ว่า –

…………..

คฤหัสถ์ :  ผู้ครองเรือน, ชาวบ้าน

…………..

อภิปรายขยายความ :

มนุษย์เกิดมาจากผู้ครองเรือน จึงมีฐานะเป็น “คฤหัสถ์” ตั้งแต่เกิด ภายหลังจึงมีบางคนออกจากเรือนไปถือเพศเป็นผู้ไม่มีบ้านเรือน ที่เรียกว่า “อนาคาริก” หรือ “บรรพชิต” หรือภาษาไทยเรียกว่า “นักบวช

เมื่อพระพุทธองค์ตรัสรู้แล้วและทรงแสดงธรรมประกาศพระศาสนา มีผู้ที่ฟังธรรมแล้วมีศรัทธาเลื่อมใสสละบ้านเรือนออกบวชเป็น “บรรพชิต” ตั้งแต่ครั้งพุทธกาลเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน 

ผู้นับถือพระพุทธศาสนาจึงมี 2 กลุ่มใหญ่ คือ 

(1) ผู้สละบ้านเรือนออกบวช เรียกว่า “บรรพชิต” 

(2) ผู้ยังครองเรือน เรียกว่า “คฤหัสถ์” 

…………..

สำหรับนักบวชในพระพุทธศาสนานั้น เหตุผลที่ออกบวชอันเป็นอุดมการณ์ ( = สาเหตุอันสูงสุด) ก็คือ เห็นตระหนักว่า –

สมฺพาโธ  ฆราวาโส  รชาปโถ  อพฺโภกาโส  ปพฺพชฺชา 

ฆราวาสคับแคบ เป็นทางมาแห่งธุลี บรรพชาเป็นทางปลอดโปร่ง

ปัจจุบันมีความเห็นในทางตรงกันข้าม คือเห็นว่าบรรพชานั้นคับแคบ ทำอะไรก็ไม่สะดวก เพราะติดขัดข้อห้ามนั่นนี่โน่น ฆราวาสหรือ “คฤหัสถ์” ต่างหากที่ปลอดโปร่ง ทำอะไรก็คล่องตัว

หากปรารถนาจะเป็น “คฤหัสถ์” ที่ดี มีคุณภาพ ขอเสนอให้พิจารณา “บัญญัติ 19 ประการ” ของท่านวิธุรบัณฑิต ที่อาจช่วยให้ชีวิตผู้ครองเรือนปลอดโปร่งและคล่องตัว ดังต่อไปนี้ –

…………..

(1) น สาธารณทารสฺส

ผู้ครองเรือนไม่ควรคบหญิงสาธารณะเป็นภรรยา 

(2) น ภุญฺเช สาธุเมกโก

ไม่ควรบริโภคอาหารมีรสอร่อยแต่ผู้เดียว 

(3) น เสเว โลกายติกํ 

เนตํ ปญฺญาย วฑฺฒนํ

ไม่ควรซ่องเสพถ้อยคำอันให้ติดอยู่ในโลก

ไม่นำให้ถึงสวรรค์นิพพาน ไม่ทำให้ปัญญาเจริญ 

(ไม่หลงในเรื่องไร้สาระต่าง ๆ) 

(4) สีลวา 

เป็นผู้มีศีล 

(5) วตฺตสมฺปนฺโน

สมบูรณ์ด้วยความประพฤติดีงาม 

(6) อปฺปมตฺโต

ไม่ละเลยในการสร้างกุศล 

(7) วิจกฺขโณ

มีปัญญาเครื่องสอดส่องเหตุผล 

(รู้จักผิดชอบชั่วดี รู้การควรประพฤติควรเว้น)

(8) นิวาตวุตฺติ

มีความประพฤติถ่อมตน 

(9) อตฺถทฺโธ

ไม่เป็นคนตระหนี่ถี่เหนียว 

(10) สุรโต

เป็นผู้สงบเสงี่ยม 

(11) สขิโล

กล่าวถ้อยคำจับใจ (พูดจาสุภาพเรียบร้อย)

(12) มุทุ

อ่อนโยน 

(13) สงฺคเหตา จ มิตฺตานํ

สงเคราะห์มิตรสหาย 

(14) สํวิภาคี

จำแนกแจกทาน 

(15) วิธานวา

บริหารจัดการงานได้ดี 

(16) ตปฺเปยฺย อนฺนปาเนน 

สทา สมณพฺราหฺมเณ

บำรุงสมณพราหมณ์ด้วยข้าวน้ำทุกเมื่อ 

(อุปถัมภ์บำรุงการพระศาสนา)

(17) ธมฺมกาโม

เป็นผู้ใคร่ธรรมใฝ่ธรรม 

(18) สุตาธาโร

จำทรงอรรถธรรมที่ได้สดับมาแล้วไว้ได้ 

(19) ภเวยฺย ปริปุจฺฉโก

สกฺกจฺจํ ปยิรุปาเสยฺย 

สีลวนฺเต พหุสฺสุเต

หมั่นเข้าหาท่านผู้ทรงศีลทรงธรรม

เพื่อศึกษาสอบถามเรียนรู้โดยเคารพ 

ประพฤติได้ดังนี้ ท่านว่าย่อมเกิดผลานิสงส์ คือ – 

(1) เขมา วุตฺติ – ชีวิตปลอดภัย

(2) สงฺคโห – ได้น้ำใจเกื้อกูล

(3) อพฺยาปชฺโฌ – สูญสิ้นศัตรู

(4) สจฺจวาที – มีผู้เชื่อถือวาที

(5) เปจฺจ น โสจติ – อยู่ดีไปดีไม่เดือดร้อน

ที่มา: วิธุรชาดก มหานิบาต พระไตรปิฎกเล่ม 28 ข้อ 949

…………..

แถม :

บรรพชิตกับคฤหัสถ์ควรปฏิบัติต่อกันอย่างไร?

หลักธรรมว่าด้วย “ทิศ 6” แสดงข้อปฏิบัติระหว่างบรรพชิตกับคฤหัสถ์ไว้ด้วย ขอยกข้อความตอนหนึ่งจากพจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต ข้อ [265] ทิศ 6 (บุคคลประเภทต่าง ๆ ที่เราต้องเกี่ยวข้องสัมพันธ์ทางสังคมดุจทิศที่อยู่รอบตัว — Disā: directions; quarters) เฉพาะหัวข้อ “อุปริมทิศ” มาเสนอไว้ในที่นี้ ดังนี้ –

…………..

6. อุปริมทิศ (ทิศเบื้องบน ได้แก่ สมณพราหมณ์ คือ พระสงฆ์ เพราะเป็นผู้สูงด้วยคุณธรรมและเป็นผู้นำทางจิตใจ — Uparima-disā: monks as the zenith)

ก. คฤหัสถ์ย่อมบำรุงพระสงฆ์ ผู้เป็นทิศเบื้องบน ดังนี้

1) จะทำสิ่งใด ก็ทำด้วยเมตตา

2) จะพูดสิ่งใด ก็พูดด้วยเมตตา

3) จะคิดสิ่งใด ก็คิดด้วยเมตตา

4) ต้อนรับด้วยความเต็มใจ

5) อุปถัมภ์ด้วยปัจจัย 4

In five ways a clansman should serve monks and Brahmins as the upper quarter:

a) by kindly acts.

b) by kindly words.

c) by kindly thoughts.

d) by keeping open house to them.

e) by supplying them with their material needs.

ข. พระสงฆ์ย่อมอนุเคราะห์คฤหัสถ์ ดังนี้

1) ห้ามปรามจากความชั่ว

2) ให้ตั้งอยู่ในความดี

3) อนุเคราะห์ด้วยความปรารถนาดี

4) ให้ได้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง

5) ทำสิ่งที่เคยฟังแล้วให้แจ่มแจ้ง

6) บอกทางสวรรค์ คือทางชีวิตที่มีความสุขความเจริญให้

In six ways the monks, thus served as the upper quarter, show their love for him:

a) They keep him back from evil.

b) They encourage him to do good.

c) They feel for him with kindly thoughts.

d) They teach him what he has not heard before.

e) They correct and clarify what he has learnt.

f) They show him the way to heaven.

…………..

ดูก่อนภราดา!

: เมื่อครองเพศอย่างบรรพชิต

: อย่าครองชีวิตอย่างคฤหัสถ์

#บาลีวันละคำ (4,967)

17-1-69 

…………………………….

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

…………………………….

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้