บาลีวันละคำ

สังฆราโชบาย (บาลีวันละคำ 4,978)

สังฆราโชบาย

รู้ความหมายกันแล้วหรือยัง

อ่านว่า สัง-คะ-รา-โช-บาย

แยกศัพท์เป็น สังฆราช + อุบาย

(๑) “สังฆราช” 

แยกศัพท์เป็น สังฆ + ราช 

(ก) “สังฆ” บาลีเป็น “สงฺฆ” (สัง-คะ) รากศัพท์มาจาก สํ (คำอุปสรรค = พร้อมกัน, ร่วมกัน) + หนฺ (ธาตุ = ไป, เป็นไป) + (อะ) ปัจจัย, แปลงนิคหิตที่ สํ เป็น (สํ > สงฺ), แปลง หนฺ เป็น

: สํ > สงฺ + หนฺ > : สงฺ + = สงฺฆ + = สงฺฆ แปลตามศัพท์ว่า –

(1) “หมู่เป็นที่ไปรวมกันแห่งส่วนย่อยโดยไม่แปลกกัน” หมายความว่า ส่วนย่อยที่มีคุณสมบัติหลักๆ “ไม่แปลกกัน” คือมีคุณสมบัติตรงกัน เหมือนกัน ส่วนย่อยดังกล่าวนี้ไปอยู่รวมกัน คือเกาะกลุ่มกัน ดังนี้เรียกว่า “สงฺฆ

(2) “หมู่ที่รวมกันโดยมีความเห็นและศีลเสมอกัน” ความหมายนี้เล็งที่บรรพชิตหรือสาวกที่เป็นนักบวชในลัทธิศาสนาต่างๆ เช่นภิกษุในพระพุทธศาสนาเป็นต้น ต้องมีความคิดเห็นและความประพฤติลงรอยกันจึงจะรวมเป็น “สงฺฆ” อยู่ได้

สงฺฆ” จึงหมายถึง หมู่, กอง, กลุ่ม, คณะ

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “สงฺฆ” เป็นอังกฤษว่า –

(1) multitude, assemblage (ฝูงชน, ชุมนุมชน, หมู่, ฝูง)

(2) the Order, the priesthood, the clergy, the Buddhist church (คณะสงฆ์, พระ, นักบวช, พุทธจักร)

(3) a larger assemblage, a community (กลุ่มใหญ่, ประชาคม)

สงฺฆ” ปกติในภาษาไทยใช้ว่า “สงฆ์” ถ้าอยู่หน้าคำสมาสมักใช้เป็น “สังฆ-”

สงฆ์” ในภาษาไทย อาจหมายถึงภิกษุที่รวมกันเป็นหมู่คณะก็ได้ หมายถึงภิกษุแต่ละรูปก็ได้ 

(ข) “ราช” บาลีอ่านว่า รา-ชะ แปลตามรากศัพท์ว่า –

(1) “ผู้รุ่งเรืองโดยยิ่งเพราะมีเดชานุภาพมาก” 

ความหมายนี้ประกอบขึ้นจาก ราชฺ (ธาตุ = รุ่งเรือง) + (อะ) ปัจจัย = ราช 

หมายความว่า ผู้เป็นพระราชาย่อมมีเดชานุภาพมากกว่าคนทั้งหลาย

(2) “ผู้ยังคนทั้งหลายให้ยินดี” 

ความหมายนี้ประกอบขึ้นจาก รญฺชฺ (ธาตุ = ยินดี พอใจ) + ปัจจัย, ลบ ลบ ญฺ แผลง เป็น รา = ราช 

หมายความว่า เป็นผู้อำนวยความสุขให้ทวยราษฎร์ จนคนทั้งหลายร้องออกมาว่า “ราชา ราชา” (พอใจ พอใจ

ราช” หมายถึง พระราชา, พระเจ้าแผ่นดิน ใช้นำหน้าคำให้มีความหมายว่า เป็นของพระเจ้าแผ่นดิน, เกี่ยวกับพระเจ้าแผ่นดิน หรือเป็นของหลวง

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

ราช ๑, ราช– : (คำนาม) พระเจ้าแผ่นดิน, พญา (ใช้แก่สัตว์) เช่น นาคราช คือ พญานาค สีหราช คือ พญาราชสีห์, คำนี้มักใช้ประกอบกับคำอื่น, ถ้าคำเดียวมักใช้ว่า ราชา.”

สงฺฆ + ราชา = สงฺฆราชา แปลตามศัพท์ว่า “ราชาแห่งสงฆ์” หรือ “จอมสงฆ์

สงฺฆราชา” เขียนแบบไทยเป็น “สังฆราช” (สัง-คะ-ราด) 

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกความหมายไว้ว่า –

สังฆราช : (คำนาม) ตำแหน่งพระมหาเถระผู้เป็นใหญ่สูงสุดในสังฆมณฑล. (ป.).”

(๒) “อุบาย” 

อ่านว่า อุ-บาย บาลีเป็น “อุปาย” อ่านว่า อุ-ปา-ยะ รากศัพท์คือ อุป (คำอุปสรรค = เข้าไป, ใกล้, มั่น) + อิ (ธาตุ = ไป, ถึง, เป็นไป) + (อะ) ปัจจัย, แผลง อิ เป็น เอ, แปลง เอ เป็น อาย (อิ > เอ > อาย

: อุป + อิ > เอ > อาย = อุปาย + = อุปาย (ปุงลิงค์) แปลตามศัพท์ว่า “กลวิธีเป็นเหตุให้ถึงความชนะศัตรู” “วิธีเป็นเหตุให้เข้าถึง” “การเข้าใกล้” หมายถึง หนทาง, วิธี, กลวิธี, เล่ห์กล, เล่ห์เหลี่ยม (way, means, expedient, stratagem)

บาลี “อุปาย” สันสกฤตก็เป็น “อุปาย

สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ดังนี้ –

(สะกดตามต้นฉบับ)

อุปาย : (คำนาม) ‘อุบาย,’ เล่ห์กล, ทาง; เครื่องอาศรัยเอาชัยชนะแก่ฆ่าสึก การเข้าหา; a means, an expedient, a way; a means of success against an enemy; approach.”

อุปาย” ใช้ในภาษาไทยเป็น “อุบาย” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า – 

อุบาย : (คำนาม) วิธีการอันแยบคาย; เล่ห์กล, เล่ห์เหลี่ยม. (ป., ส. อุปาย).”

สังฆราช + อุบาย แผลง อุ ที่ อุ-(บาย) เป็น โอ 

: สังฆราช + อุบาย = สังฆราชุบาย > สังฆราโชบาย แปลตามศัพท์ว่า “อุบายของราชาแห่งสงฆ์” หมายถึง คำแนะนำในการดำเนินกิจการของคณะสงฆ์ตามพระดำริของสมเด็จพระสังฆราช

ขยายความ :

พระสังฆราโชบาย 12 ข้อ ปรากฏอยู่ในมติที่ประชุมมหาเถรสมาคมครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 แบ่งเป็น 4 ด้าน ตามที่เผยแพร่สู่การรับรู้ของสังคมมีข้อความดังนี้ –

…………..

ด้านหลักการและความบริสุทธิ์ของศาสนา

1. ยึดแก่นธรรม: เน้นปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ เป็นงานหลัก ห้ามบิดเบือนพระธรรมวินัย

2. คุมเข้มพุทธพาณิชย์/ไสยศาสตร์: ห้ามสร้างวัตถุมงคล เครื่องราง รูปเคารพ หรือพิธีกรรมที่ขัดต่อหลักศาสนาในเขตวัดอย่างเด็ดขาด

3. บังคับใช้พระธรรมวินัยเคร่งครัด: ลงโทษผู้กระทำผิดอย่างโปร่งใส รวดเร็ว ห้ามช่วยเหลือหรือแทรกแซง

ด้านการบริหารงานบุคคลและการแต่งตั้ง

4. รื้อเกณฑ์แต่งตั้งเจ้าอาวาส/ปกครอง: เลิกดูผลงานการ “ก่อสร้าง” (ถาวรวัตถุ) ให้ดูที่ “ความเคร่งครัดพระวินัย” และ “ผลงานการสอน/เผยแผ่” แทน

5. กลั่นกรองเข้มข้น: ให้คณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (คพช.) ช่วยตรวจสอบประวัติก่อนเสนอแต่งตั้ง

6. สกรีนงานก่อนเข้า มส.: ตั้งกลไกตรวจสอบเรื่องต่าง ๆ อย่างละเอียด ก่อนเสนอให้ มส. หรือสมเด็จพระสังฆราชพิจารณา

ด้านโครงสร้างและสวัสดิการ

7. ปรับโครงสร้างสงฆ์: ลดตำแหน่งซ้ำซ้อน แบ่งเขตปกครองใหม่ให้สอดคล้องกับจำนวนพระและพื้นที่

8. ปรับนิตยภัต (เงินเดือนพระ): ทบทวนอัตราให้เหมาะสมกับภาระงานและสภาพเศรษฐกิจ

9. ปฏิรูปสำนักพุทธฯ (พศ.): ปรับโครงสร้างองค์กร พศ. ให้ทำงานสนองนโยบาย มส. ได้ดียิ่งขึ้น

10. วางแผนระยะยาว: จัดทำแผนยุทธศาสตร์คณะสงฆ์ให้ชัดเจน เพื่อรับมือความเปลี่ยนแปลง

ด้านเทคโนโลยีและการศึกษา

11. ใช้ระบบดิจิทัล (Big Data): ทำฐานข้อมูลกลาง พระ-วัด ทั่วประเทศ เพื่อความโปร่งใสและบริหารงานแบบ E-government

12. ยกเครื่องการศึกษา: ปรับหลักสูตรให้ทันสมัย ทันโลก แต่ยังคงเข้มข้นในพระธรรมวินัย

…………..

ดูก่อนภราดา!

: ทำสำเร็จได้เรื่องเดียวแม้เป็นเรื่องเล็กน้อย 

: มีค่ามากกว่านโยบายสวยหรูตั้งร้อยที่ยังทำไม่ได้

#บาลีวันละคำ (4,978)

28-1-69 

…………………………….

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

…………………………….

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้