จะเป็นสังฆราชไปทำไม

จะเป็นสังฆราชไปทำไม
———————–
ผมตั้งใจจะเขียนเรื่องอิสลามดำเนินแผนยึดครองไทยต่อจากที่โพสต์ไปเมื่อวานนี้ (๑๔ มกราคม ๒๕๕๙) ตั้งชื่อไว้แล้วว่า “แล้วเราจะทำอย่างไรกัน”
ลงมือเขียนไปได้หน่อยหนึ่งแล้ว ก็ต้องหยุดไว้ก่อนเพราะมีเสียงทุ่มเถียงกันเรื่องตั้งสังฆราชดังอึงคะนึงไปหมด
ขออนุญาตเรียนว่า-รำคาญใจเหลือประมาณ
ก็เลยอยากจะแสดงความเห็นเป็น “ประโยคแทรก” ไว้บ้าง
—————-
ผมอยากชวนให้คิดถึงคำว่า “ประโยชน์แห่งพระพุทธศาสนา”
คำว่า “ประโยชน์แห่งพระพุทธศาสนา” หมายถึง การนำเอาหลักธรรมคำสอนอันบริสุทธิ์ถูกต้องขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตลอดจนวัฒนธรรมประเพณีวิถีชีวิตแบบชาวพุทธไปอบรมบ่มเพาะขึ้นในจิตใจของผู้คน ให้เขาได้รับประโยชน์บริสุทธิ์ คือมุ่งให้ผู้รับฟังได้ประโยชน์จากคำสอนล้วนๆ ไม่มีเจตนาแฝงเร้นที่จะรับผลตอบแทนมาเพื่อประโยชน์ของผู้สอน
ตรงกับพระพุทธดำรัสตรัสสั่งเมื่อทรงส่งพระสงฆ์ออกประกาศพระศาสนาเป็นครั้งแรก ที่ว่า –
พหุชนหิตาย – เพื่อประโยชน์ของพหูชน
พหุชนสุขาย – เพื่อความสุขของพหูชน
โลกานุกมฺปาย – เพื่ออนุเคราะห์แก่ชาวโลก
เมื่อคนทั้งหลายได้รับรสธรรม ดำรงอยู่ในทางถูกต้อง ครองชีวิตด้วยความสุขสงบ เขาก็จะเห็นคุณค่าของพระพุทธศาสนา เกิดความรู้สึกหวงแหน ตรงกับความหมายของคำนามที่เรียกชาวพุทธว่า “พุทธมามกะ” ซึ่งแปลว่า “ผู้รับเอาพระพุทธเจ้าว่าเป็นของฉัน” ซึ่งก็คือผู้ออกรับว่าพระพุทธศาสนาเป็นสมบัติของตนนั่นเอง
เมื่อรักและหวงแหน ก็จะช่วยกันบำรุงรักษาในยามปกติ พิทักษ์ปกป้องในยามมีภัย ทั้งนี้เพื่อให้สมบัติชิ้นนี้ยังคงอยู่เพื่ออำนวยประโยชน์สุขแก่พหูชนรุ่นหลังๆ สืบเนื่องตลอดไป
พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาเพื่อประโยชน์ของผู้ฟังคำสั่งสอน มิใช่เพื่อประโยชน์ของผู้สั่งสอนเอง ด้วยประการฉะนี้
—————-
ที่เถียงกันเรื่องตั้งสังฆราชนี้ ขอได้โปรดสังเกตเถิดว่า เถียงเพื่อประโยชน์ของตัวเองและเพื่อฝักฝ่ายพวกพ้องของตัวเองทั้งสิ้น
ไม่ได้มีฝ่ายไหนเอ่ยถึงประโยชน์แห่งพระพุทธศาสนาเลยแม้แต่คำเดียว
มีแต่คิดว่า –
ข้าควรจะได้เป็นอะไร
พรรคพวกของข้าควรจะได้เป็นอะไร
ถ้าพวกของข้าได้เป็นอะไรแล้วข้าจะได้อะไร
เอ็งไม่ควรจะได้เป็นอะไร
ถ้าเอ็งได้เป็นอะไร ข้าจะอดเป็นอะไร
ถ้าเอ็งได้เป็นอะไร ข้าจะเสียประโยชน์อะไร
ถ้าข้าได้เป็นอะไร ข้าจะได้อะไร
ฯลฯ
ไม่ได้ยินเลยว่ามีใครฝ่ายไหนพูดว่า ณ เวลานี้ ข้าจะทำประโยชน์แห่งพระพุทธศาสนาได้อย่างไร
—————-
สถานะทางสังคมที่แต่ละท่านแต่ละฝ่ายมีอยู่เป็นอยู่ ณ เวลานี้ ยังไม่ใหญ่พอ ยังไม่สูงพอที่จะทำประโยชน์แห่งพระพุทธศาสนาได้เป็นอย่างดียิ่งอีกหรือ
๏ สำหรับจิตดวงที่อยากเป็น :
ถ้าได้เป็น แล้วจะทำประโยชน์แห่งพระพุทธศาสนาได้มากขึ้นกว่าที่ทำอยู่แล้วกระนั้นหรือ
๏ สำหรับจิตดวงที่กลัวอดเป็น :
ถ้าไม่ได้เป็น แล้วจะทำประโยชน์แห่งพระพุทธศาสนาได้น้อยลงกว่าที่ทำอยู่แล้วกระนั้นหรือ
๏ สำหรับจิตดวงที่ไม่อยากให้ใครได้เป็น :
ถ้าเขาไม่ได้เป็นสมกับที่เราอยาก หรือเขาได้เป็นขัดกับที่เราอยาก แล้วเราจะทำประโยชน์แห่งพระพุทธศาสนาได้มากขึ้นหรือทำได้น้อยลงกว่าที่ทำอยู่แล้วกระนั้นหรือ
—————-
ประการสำคัญที่สุด โปรดอย่าลืมว่า การสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชนั้นเป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์
การที่ทั้งฝ่ายสนับสนุน ทั้งฝ่ายค้าน ทุ่มเถียงกันอึงคะนึงอยู่นี้ ได้ฉุกคิดกันบ้างหรือเปล่าว่า-นี่เป็นการถวายพระเกียรติแก่พระมหากษัตริย์ที่สมควรแล้วหรือ
ถ้าทุกคนทุกฝ่ายตั้งอยู่ในความสงบ เชื่อแน่ว่า พระมหากษัตริย์จะทรงใช้พระราชอำนาจของพระองค์ได้อย่างปลอดโปร่งพระราชหฤทัยและเต็มตามพระราชศรัทธาด้วยประการทั้งปวง
—————-
เอาเวลาที่สงบเงียบเรียบร้อยนี้ไปคิดอ่านหาทางหาวิธีที่จะทำประโยชน์แห่งพระพุทธศาสนาทั้งในบัดนี้และในวันข้างหน้ากันเถิด
โดยเฉพาะปัญหาที่ว่า เราจะรักษาแผ่นดินพระพุทธศาสนากันไว้ได้อย่างไร
ไม่ว่าใครจะได้เป็นอะไร หรือใครจะไม่ได้เป็นอะไร ปัญหานี้ยังรอคำตอบอยู่
และเวลาที่จะต้องตอบให้ชัดลงไปก็เหลือน้อยลงไปทุกทีแล้ว
ถ้าแผ่นดินไทยไม่ได้เป็นแผ่นดินพุทธ
จะเป็นสังฆราชไปทำไมขอรับ
นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย
๑๕ มกราคม ๒๕๕๙
๑๔:๒๙
