บทความเกี่ยวกับศาสนา-ภาษา-สังคม

จะมัวรออะไรกันอยู่ละครับ

จะมัวรออะไรกันอยู่ละครับ

————————-

มีญาติมิตรแชร์เรื่องนี้มาที่หน้าบ้านผมด้วยอัธยาศัยไมตรี

ผมอ่านแล้วก็แสดงความคิดเห็นลงไปที่ช่องแสดงความคิดเห็น

แล้วก็คิดว่าถ้าเอามาขึ้นสเตตัสตรงนี้อีกทางหนึ่งก็น่าจะดีเพื่อญาติมิตรทั้งปวงจะได้อ่านโดยทั่วกัน

ผมแสดงความคิดเห็นไปว่าดังนี้ครับ –

———–

น่าสังเกตข้อ ๔

4. เด็ก ๆ ทำความสะอาด ที่โรงเรียนทุกวัน ๑๕ นาที พร้อม ๆกับคุณครู , ซึ่งทำให้เกิดความเรียบง่ายและมีนิสัยรักความสะอาด

………

บ้านเราเลิกระบบนี้แล้ว เพราะมีระบบจ้างบริษัทรับเหมาทำความสะอาดโรงเรียนขึ้นมาแทน ทั้งเด็กทั้งครูไม่มีความรู้สึกว่าโรงเรียนเป็นของเราเพราะเป็นหน้าที่ของบริษัทรับเหมา บริษัทก็ไม่มีความรู้สึกว่าโรงเรียนเป็นของเขาเพราะเขาเป็นเพียงผู้รับจ้างทำความสะอาด

เพราะฉะนั้น สถานศึกษาทุกระดับ (รวมทั้งสถานที่ราชการด้วย) ในบ้านเราจึงไม่มีใครรู้สึกว่าเป็นสมบัติของตนที่จะต้องดูแลรักษา

อนึ่ง การฝึกเด็กฝึกคนของญี่ปุ่นเป็นเรื่องดีมากๆ 

แต่ถึงจะดีก็ดีไป

เมืองไทยไม่ทำ เพราะผู้บริหารบ้านเมืองของเราไม่มีความคิดที่จะทำ

แม้มีความคิดก็ทำไม่ได้

แม้ทำได้ก็ทำไปไม่ตลอด เพราะพอเปลี่ยนผู้บริหารที ก็เปลี่ยนนโยบายที

คนมีอำนาจไม่คิดจะทำ คนคิดจะทำไม่มีอำนาจ

คนในชาติอยู่แบบตัวใครตัวมัน และอยู่ไปเพียงชั่วชีวิตของตัวคนเดียว ไม่มีความคิดติดพันไปถึงลูกหลานในอนาคต

หนทางปฏิบัติที่ทำได้คือ แต่ละคนฝึกตัวเองและฝึกอบรมสั่งสอนลูกหลานของตัวไป

ไม่ต้องไปหวังและไม่ต้องไปรอว่าจะมีผู้บริหารคนไหนคิดจะทำเป็นนโยบายของชาติ

เพราะชาติของเราทุกวันนี้เป็นชาติที่ไม่มีนโยบายใดๆ

ไม่มีทิศทางใดๆ

และไม่มีความคิดที่จะฝึกฝนคนในชาติให้มีลักษณะนิสัยดีงามใดๆ ทั้งสิ้น

เป็นชาติที่อยู่กันไปเฉพาะหน้าเฉพาะคราวเท่านั้น

ใครมีสติปัญญา มีกำลัง มีความสามารถ ก็ลงมือทำไปเลยครับ

อย่ามัวแต่คิด

หรือมัวแต่พูด

หรือมัวแต่รอให้คนอื่นทำอย่างเดียว

นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย

๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๘

———–

Zamar Sib Oon‎ทองย้อย แสงสินชัย

58 นาที ·

๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๘

รู้ไว้บ้างก็ดี

นักการศึกษาชาติ

เราทำได้ ….แต่เราไม่ใคร่จะทำ

โพสต์ของ

Tuang Untachai

ว่าด้วยญี่ปุ่น…10ประการที่ญี่ปุ่นก้าวหน้าระดับโลก

1. ญี่ปุ่นสอนตั้งแต่ชั้น ประถม ๑ ถึง ประถม ๖ วิชาหนึ่ง ชื่อว่า “ทางสู่จริยธรรม” เพื่อเผชิญชีวิตในอนาคต

2.ไม่มีการสอบตก ตั้งแต่ ประถม ๑ ถึง มัธยมต้น เนื่องจาก จุดประสงค์ คือ การอบรม ปลูกฝังแนวคิด และ เสริมสร้างบุคลิกภาพ ไม่เพียงแต่ให้ความรู้และคำสั่ง

3. ถึงแม้เป็นประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก แต่พวกเขาไม่มีคนใช้ พ่อและแม่รับผิดชอบภายในบ้านและลูก ๆ.

4. เด็ก ๆ ทำความสะอาด ที่โรงเรียนทุกวัน ๑๕ นาที พร้อม ๆกับคุณครู , ซึ่งทำให้เกิดความเรียบง่ายและมีนิสัยรักความสะอาด

5. เด็กญี่ปุ่น จะนำแปรงสีฟันที่ถูกฆ่าเชื้อแล้ว จะแปรงฟันทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร จึงทำให้ติดนิสัยรักสุขภาพตั้งแต่เยาว์วัย

6. ผู้อำนวยการโรงเรียนจะกินอาหารของนักเรียนก่อน เป็นเวลา ครึ่งชั่วโมง เพื่อความแน่ใจและความปลอดภัยของนักเรียน พวกเขาตระหนักอยู่เสมอว่า เด็กๆ เป็นอนาคตของญี่ปุ่นที่พวกเขาต้องปกป้อง

7. พนักงานทำความสะอาด พวกเขาเรียกกันว่า “นายช่างสุขภาพ” เงินเดือน ๕๐๐๐ ถึง ๘๐๐๐ ดอลล่าร์อเมริกา ตามระดับของการทดสอบและสัมภาษณ์

8. ห้ามใช้โทรศัพท์บนรถไฟ ภัตตาคาร สถานที่ปกปิด ที่ต้องการความเงียบ เป็นมาตรฐานที่ปฏิบัติใช้กันเคร่งครัดในบริการสาธารณะว่าห้ามใช้เสียง …ที่ทุกคนต้องรู้จัก ‘มารยาท’

9. ถ้าคุณไปร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ จะสังเกตว่าทุกคนเอาอาหารที่จำเป็นเท่านั้น จะไม่พบอาหารเหลือในจานเลย

10. โดยเฉลี่ยแล้ว ภายในเวลา ๑ ปี รถไฟจะช้ากว่ากำหนด ๗ วินาทีเท่านั้น _ ชาวญี่ปุ่นรู้ถึงคุณค่าของเวลา เคร่งครัด ตรงต่อเวลาวินาที และนาที

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้