ดุสิตมหาปราสาท (บาลีวันละคำ 1,613)

ดุสิตมหาปราสาท

อ่านว่า ดุ-สิด-มะ-หา-ปฺรา-สาด

ประกอบด้วย ดุสิต + มหา + ปราสาท

(๑) “ดุสิต

บาลีเป็น “ตุสิต” (ตุ-สิ-ตะ) รากศัพท์มาจาก –

1) ตุสฺ (ธาตุ = ยินดี) + อิ อาคมหน้าปัจจัย + ปัจจัย

: ตุสฺ + อิ + = ตุสิต แปลตามศัพท์ว่า “เทพผู้ยินดีด้วยสมบัติทิพย์

2) ตุส (ความยินดี) + อิต (ถึงแล้ว)

: ตุส + อิต = ตุสิต แปลตามศัพท์ว่า “เทพผู้ถึงความยินดีด้วยสิริสมบัติของตน

ตุสิต” เป็นชื่อสวรรค์ชั้นที่ 4 ในกามาวจรสวรรค์ 6 ชั้น มีความหมายว่า เทพผู้มีความชื่นชมยินดี (the delightful)

ตุสิต” ในบาลีใช้เป็นคุณศัพท์ของ “เทวา” จึงมักพบในรูป “ตุสิตา

มีข้อสังเกตว่า พระพุทธเจ้าของเราในพระชาติสุดท้ายที่เป็นพระโพธิสัตว์ก็อุบัติในภพดุสิต พระนางสิริมหามายาพุทธมารดาซึ่งตั้งความปรารถนาเป็นมารดาของพระพุทธเจ้าพระองค์ต่อไปก็ไปอุบัติในภพดุสิต

อาจกล่าวได้ว่า สวรรค์ชั้นดุสิตเป็นที่สถิตของเหล่าบุคคลผู้ตั้งความปรารถนาจะทำประโยชน์ยิ่งใหญ่ให้แก่โลก และโดยนัยนี้จึงมีความเชื่อกันว่า ผู้ที่เกิดมาทำประโยชน์ให้แก่โลก เมื่อสิ้นอายุขัย หากยังไม่สิ้นภพจบชาติ ก็จะไปอุบัติขึ้นในภพดุสิต รอเวลาที่จะจุติลงมาเกิดเป็นมนุษย์สร้างบุญบารมีสืบต่อไปจนกว่าบรรลุโมกขธรรมหลุดพ้นจากสังสารทุกข์ได้ในที่สุด

(๒) “มหา” (มะ-หา)

รูปคำเดิมในบาลีเป็น “มหนฺต” (มะ-หัน-ตะ) รากศัพท์มาจาก มหฺ (ธาตุ = เจริญ) + อนฺต ปัจจัย

: มหฺ + อนฺต = มหนฺต แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่ขยายตัว” มีความหมายว่า ยิ่งใหญ่, กว้างขวาง, โต; มาก; สำคัญ, เป็นที่นับถือ (great, extensive, big; much; important, venerable)

มหนฺต” เป็นคำเดียวกับที่ใช้ในภาษาไทยว่า “มหันต์

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

มหันต-, มหันต์ : (คำวิเศษณ์) ใหญ่, มาก, เช่น โทษมหันต์. (เมื่อเข้าสมาสกับศัพท์อื่น เป็น มห บ้าง มหา บ้าง เช่น มหัคฆภัณฑ์ คือ สิ่งของที่มีค่ามาก, มหาชน คือ ชนจำนวนมาก). (ป.).”

ในที่นี้ มหนฺต เข้าสมาสกับ –ปราสาท เปลี่ยนรูปเป็น “มหา-”

(๓) “ปราสาท

บาลีเป็น “ปาสาท” (ปา-สา-ทะ) รากศัพท์มาจาก –

(1) (คำอุปสรรค = ทั่ว, ยิ่ง, ข้างหน้า, ก่อน, ออก) + สทฺ (ธาตุ = แผ่ไป, ยินดี) + ปัจจัย, ลบ , ทีฆะ อะ ที่ เป็น อา ( > ปา), ทีฆะ อะ ที่ -(ทฺ) เป็น อา (สทฺ > สาท)

: + สทฺ = ปสทฺ + = ปสทณ > ปสท > ปาสท > ปาสาท แปลตามศัพท์ว่า “อาคารเป็นที่ยินดีแห่งตาและใจ

(2) ปสาท (ความยินดี) + ปัจจัย, ลบ , ทีฆะ อะ ที่ -(สาท) เป็น อา (ปสาท > ปาสาท)

: ปสาท + = ปสาทณ > ปสาท > ปาสาท แปลตามศัพท์ว่า “อาคารที่ยังความเลื่อมใสให้เกิดขึ้น

ปาสาท” นักเรียนบาลีแปลทับศัพท์เป็นรูปสันสกฤตว่า ปราสาท

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปลว่า “ปาสาท” ว่า a lofty plat-form, a building on high foundations, a terrace, palace (แท่นหรือชานหรือยกพื้นสูง, สิ่งก่อสร้างที่มีฐานสูง, อาคารเป็นชั้นๆ, วัง)

สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ว่า –

ปฺราสาท : (คำนาม) ‘ปราสาท,’ วิหาร; มนเทียร, พระราชวัง; a temple; a palace, a building inhabited by a prince or king.”

ปาสาท” ใช้ในภาษาไทยตามรูปสันสกฤตเป็น “ปราสาท

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

ปราสาท : (คำนาม) เรือนมียอดเป็นชั้น ๆ สําหรับเป็นที่ประทับของพระเจ้าแผ่นดินหรือเป็นที่ประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์. (ส. ปฺราสาท; ป. ปาสาท).”

ตุสิต + มหาปาสาท = ตุสิตมหาปาสาท > ดุสิตมหาปราสาท แปลเอาความว่า ปราสาทที่มีความงดงามอลังการปานว่าปราสาทในสวรรค์ชั้นดุสิต

…………..

ดุสิตมหาปราสาท” เป็นนามพระที่นั่งองค์ประธานของหมู่พระมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ตั้งอยู่ในเขตพระราชฐานชั้นกลาง ทางทิศตะวันตกของพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

พระที่นั่งองค์นี้ได้รับยกย่องว่าเป็นสถาปัตยกรรมชั้นเอกของกรุงรัตนโกสินทร์ และเป็นพระที่นั่งทรงไทยแท้องค์เดียวในพระบรมมหาราชวัง โดยเฉพาะเรือนยอดพระมหาปราสาทมีรูปทรงต้องด้วยศิลปะลักษณะอันวิจิตรงดงาม

…………..

: ถ้ามีความอิ่มความพอหล่อเลี้ยงหัวใจ

: อยู่ที่ไหนๆ ก็สุขประหนึ่งอยู่ในปราสาทสวรรค์ชั้นดุสิต

3-11-59