กะลา ในบาลี (บาลีวันละคำ 1,980)

กะลา ในบาลี

อาจจะดีกว่ากะลาไทย

คำว่า “กะลา” เสียงตรงกับคำบาลีว่า “กลา” (กะ-ลา) รากศัพท์มาจาก กลฺ (ธาตุ = นับ, คำนวณ) + ปัจจัย + อา ปัจจัยเครื่องหมายอิตถีลิงค์

: กลฺ + = กล + อา = กลา แปลตามศัพท์ว่า “ส่วนอันเขานับด้วย 1 เป็นต้น

กลา” ในบาลีใช้ในความหมายดังนี้ –

(1) เสี้ยวเล็ก ๆ ของส่วนที่เต็ม, โดยทั่วๆ ไปถือว่าหนึ่งใน 16; ส่วนที่ 16 ของวงพระจันทร์; หรือมีบ่อยแบ่งส่วนที่ 16 ออกเป็นอีก 16 ส่วน และแบ่งออกเป็นอีก 16 ส่วน แล้วแบ่งเช่นนี้ไปอีกเรื่อยๆ คือส่วนที่เล็กน้อยเหลือประมาณ (a small fraction of a whole, generally the 16th part; the 16th part of the moon’s disk; often the 16th part again subdivided into 16 parts and so on: one infinitesimal part)

(2) อุบายวิธี, การหลอกลวง (an art, a trick)

กลา” ในบาลี นำมาใช้ในภาษาไทยเป็น “กล” (กน, ถ้ามีคำมาสมาสข้างท้าย อ่านว่า กน-ละ-)

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

กล, กล– : (คำนาม) การลวงหรือล่อลวงให้หลงหรือให้เข้าใจผิดเพื่อให้ฉงนหรือเสียเปรียบ เช่น เล่ห์กล, เล่ห์เหลี่ยม เช่น กลโกง; เรียกการเล่นที่ลวงตาให้เห็นเป็นจริงว่า เล่นกล; เครื่องกลไก, เครื่องจักร, เครื่องยนต์, เช่น ช่างกล. (คำวิเศษณ์) เช่น, อย่าง, เหมือน, เช่น เหตุผลกลใด; เคลือบแฝง เช่น ถ้าจําเลยให้การเป็นกลความ. (คำที่ใช้ในกฎหมาย).”

จะเห็นได้ว่า ความหมายของ “กล” ในภาษาไทยเป็นความหมายของ “กลา” ที่ว่า “การหลอกลวง” นั่นเอง

ส่วนที่หมายถึงเครื่องจักรเครื่องยนต์ ก็สามารถ “ลากเข้าความ” ได้ว่า ชิ้นส่วนเล็กๆ ประกอบกันเข้านั่นเองจึงเป็นเครื่องจักรเครื่องยนต์ อันเป็นความหมายของ “กลา” ที่ว่า “เสี้ยวเล็กๆ ของส่วนที่เต็ม

ส่วน “กะลา” ที่เป็นคำไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

กะลา ๑ : (คำนาม) ส่วนแข็งที่หุ้มเนื้อมะพร้าว ถ้าผ่าซีก ซีกที่มีตา เรียกว่า กะลาตัวผู้ ซีกที่ตัน เรียกว่า กะลาตัวเมีย; เรียกชามเนื้อกระเบื้อง รูปร่างคล้ายกะลา ด้านนอกสีน้ำตาลแก่ ด้านในสีขาว เขียนลายสีคราม มีขนาดต่าง ๆ กัน ว่า ชามกะลา; เรียกผมที่ตัดเป็นรูปกะลาครอบว่า ผมทรงกะลาครอบ; เรียกหมวกที่มีรูปคล้ายกะลาครอบว่า หมวกกะลา หรือ หมวกกะลาครอบ; (สํานวน) (คำวิเศษณ์) มีค่าน้อย เช่น เก่ากะลา.”

กะลา” ไทยที่หมายถึง “ส่วนแข็งที่หุ้มเนื้อมะพร้าว” นี้ ภาษาบาลีใช้ศัพท์ว่า “นาฬิเกรกปาล” (นา-ลิ-เก-ระ-กะ-ปา-ละ) ประกอบด้วยศัพท์ว่า นาฬิเกร + กปาล

(๑) “นาฬิเกร” (นา-ลิ-เก-ระ) รากศัพท์มาจาก นาลิ (หลอด, ท่อ, กระบอก) + สกรรถ (นาลิ + ) + อีร ปัจจัย, แปลง ลฺ ที่ นาลิ เป็น ฬฺ (นาลิ > นาฬิ), แผลง อี ที่ อีร เป็น เอ (อีร > เอร),

: นาลิ + = นาลิก + อีร = นาลิกีร > นาฬิกีร > นาฬิเกร (ปุงลิงค์) แปลตามศัพท์ว่า “ต้นไม้ที่เกิดมาเหมือนท่อหรือกระบอก” หมายถึง มะพร้าว (the coconut tree) ในที่นี้หมายเอาผลมะพร้าว

(๒) “กปาล” (กะ-ปา-ละ) รากศัพท์มาจาก –

(1) (แทนคำว่า “สีส” = หัว) + ปาลฺ (ธาตุ = ดูแล, รักษา) + ปัจจัย

: + ปาลฺ = กปาลฺ + = กปาล แปลตามศัพท์ว่า “อวัยวะที่รักษาศีรษะ

(2) กปฺ (ธาตุ = รวบรวม) + อาล ปัจจัย

: กปฺ + อาล = กปาล แปลตามศัพท์ว่า “อวัยวะเป็นเครื่องรวบรวมชีวิตไว้

กปาล” (ปุงลิงค์ และ นปุงสกลิงค์) ในบาลีใช้ในความหมายดังนี้ –

(1) หัวกะโหลก (the skull)

(2) กระทะ (a frying pan)

(3) ชามขอทาน, ที่นักพรตจำพวกหนึ่งใช้ (a begging bowl, used by certain ascetics)

(4) เศษกระเบื้อง (a potsherd)

(5) เต่าหรือกระ หรือกระดองสัตว์ (a tortoise or turtle-shell)

กปาล” เป็นทั้งบาลีและสันสกฤต

สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกความหมายของ “กปาล” ในสันสกฤตไว้ดังนี้ –

(สะกดตามต้นฉบับ)

กปาล : (คำนาม) ‘กบาล,’ กระโหลกศีร์ษะ; โอ่งน้ำครึ่งซีก; กระดูกแบน; บาตร์, กระลาหรือภาชนะของผู้ขอทาน; หมู่; คณะ; โรคเรื้อนอย่างหนึ่ง; ‘ประศานติบัตร์, สนธิบัตร์, ไมตรีบัตร์,’ บัตร์คือสัญญาอันพึงทำไว้ต่อกันเพื่อประศานติสุข; the skull, the cranium; either half of a water-jar; any flat bone; a beggar’s bowl; multitude, collection; a species of leprosy; a treaty peace on equal terms.”

นาฬิเกร + กปาล = นาฬิเกรกปาล แปลว่า “กะโหลกของผลมะพร้าว

…………..

อภิปราย :

ในสำนวนไทย มีคำพูดว่า “กบในกะลา” มาจากกบที่ถูกกะลาครอบไว้ จึงนึกว่าตัวมันใหญ่คับโลก เป็นสำนวนหมายถึงคนที่มีความรู้เพียงเล็กๆ น้อยๆ แต่สำคัญว่ารู้จบครบถ้วนฉลาดเลิศล้ำกว่าใครๆ

สำนวนนี้ในคัมภีร์โลกนิติท่านว่าดังนี้ –

อปฺปสฺสุโต สุตํ อปฺปํ

พหุํ มญฺญติ มานวา

สินฺธูทกมปสฺสนฺโต

กูเป โตยํ ว มณฺฑุโก.

โคลงโลกนิติว่าดังนี้ –

๏ รู้น้อยว่ามากรู้………เริงใจ

กลกบเกิดอยู่ใน………สระจ้อย

ไป่เห็นชเลไกล……….กลางสมุทร

ชมว่าน้ำบ่อน้อย………มากล้ำลึกเหลือ๚ะ๛

(ประชุมโคลงโลกนิติฉบับหอสมุดแห่งชาติ บทที่ 56)

คือท่านเปรียบกบที่อาศัยอยู่ในบ่อน้ำ (คัมภีร์ใช้ศัพท์ว่า กูป = หลุม, โพรง [a pit, a cavity]) ไม่ได้เปรียบกบในกะลา

เวลานี้มักใช้สำนวน “กบในกะลา” ในความหมายว่า ถูกครอบงำ ถูกบังคับให้ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ต่างๆ ของสังคม หรือกฎที่ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองหรือในหน่วยงานนั้นๆ กำหนดขึ้น ห้ามคิดต่าง ใครทำตัวแตกต่างไปจากกฎเกณฑ์ของสังคมจะถูกมองว่าผิดว่าเลว ซึ่งคนรุ่นใหม่เห็นว่าไม่ควรเป็นเช่นนี้ ทุกคนควรมีสิทธิ์คิด พูด ทำอะไรก็ได้ที่ตนพอใจ ไม่จำเป็นต้องอยู่กรอบกติกาของสังคมอีกต่อไป

“กะลา” จึงกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความคับแคบ ความไม่มีอิสระ ความน่าอึดอัดขัดข้องไปด้วยประการฉะนี้

…………..

ดูก่อนภราดา!

: โลกนี้เป็นกะลาอยู่แล้วทั้งใบ

: เพียงแค่รู้จักฝึกใจก็พ้นได้จากกะลา

#บาลีวันละคำ (1,980)

13-11-60

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย