วสันตดิลก (บาลีวันละคำ 1,988)

วสันตดิลก

พร่างพราวราวหยาดฝน

อ่านว่า วะ-สัน-ตะ-ดิ-หฺลก

ประกอบด้วยคำว่า วสันต + ดิลก

(๑) “วสันต

บาลีเป็น “วสนฺต” (วะ-สัน-ตะ) รากศัพท์มาจาก วสฺ (ธาตุ = ยินดี, พอใจ) + อนฺต ปัจจัย

: วสฺ + อนฺต = วสนฺต (ปุงลิงค์) แปลตามศัพท์ว่า (1) “ฤดูอันผู้คนยินดี” (2) “ฤดูเป็นที่ยินดีแห่งผู้มีความรักเพราะมีดอกไม้บาน” (3) “ฤดูเป็นที่พอใจแห่งผู้เล่นกีฬา” หมายถึง ฤดูใบไม้ผลิ, ฤดูฝน (spring)

ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

วสันต-, วสันต์ : (คำนาม) ฤดูใบไม้ผลิ ในคำว่า ฤดูวสันต์. (ป., ส.).”

(๒) “ดิลก

บาลีเป็น “ติลก” (ติ-ละ-กะ) รากศัพท์มาจาก –

(1) ติลฺ (ธาตุ = ไป, เป็นไป) + ณฺวุ ปัจจัย, แปลง ณฺวุ เป็น อก (อะ-กะ)

: ติลฺ + ณฺวุ > อก = ติลก แปลตามศัพท์ว่า (1) “รอยเจิมที่เป็นไป” (2) “ต้นไม้ที่เป็นไปปกติ

(2) ติลฺ (เมล็ดงา) + ณฺ ปัจจัย, ลบ ณฺ + สกรรถ

: ติลฺ + ณฺ = ติลณ > ติล + = ติลก แปลตามศัพท์ว่า (1) “รอยเจิมที่เกิดขึ้นมีสัณฐานเหมือนเมล็ดงา” (2) “จุดที่เกิดขึ้นเหมือนเมล็ดงา

ติลก” (ปุงลิงค์) ในภาษาบาลีใช้ในความหมายดังนี้ –

(1) จุด, รอยเปื้อน, รอยเจิม, ไฝ, กระบนผิวหน้า (a spot, stain, mole, freckle)

(2). ต้นไม้ชนิดหนึ่ง (a kind of tree) คัมภีร์อภิธานปฺปทีปิกาแปลว่า หมากหอมควาย, หมากเม่าควาย

ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 บอกไว้ว่า –

ดิลก : (คำนาม) รอยแต้มหรือเจิมที่หน้าผากเพื่อเป็นมงคล, เลิศ, ยอด, เฉลิม. (ป., ส. ติลก ว่า ไฝ, รอยตกกระที่ผิวหนัง).”

ต่อมา พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 แก้ไขคำนิยามใหม่เป็นดังนี้ –

ดิลก : (คำวิเศษณ์) เลิศ, ยอด, เฉลิม, เช่น มหาดิลกภพนพรัตน์. (ป., ส. ติลก ว่า รอยแต้มหรือเจิมที่หน้าผากเพื่อเป็นมงคล).”

โปรดสังเกตว่า พจนานุกรมฯ ฉบับ 42 บอกว่า “ดิลก” เป็นคำนาม แต่พจนานุกรมฯ ฉบับ 54 บอกแก้ว่า “ดิลก” เป็นคำวิเศษณ์

วสนฺต + ติลก = วสนฺตติลก (วะ-สัน-ตะ-ติ-ละ-กะ) แปลตามศัพท์ว่า “รอยเจิมในฤดูใบไม้ผลิ

วสนฺตติลก” เราใช้ทับศัพท์เป็น “วสันตดิลก

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

วสันตดิลก : (คำนาม) ชื่อฉันท์อย่างหนึ่ง บาทหนึ่งมี ๑๔ คํา เช่น

……………………….ช่อฟ้าก็เฟื้อยกลจะฟัด…ดลฟากทิฆัมพร

…………………….บราลีพิไลพิศบวร…………นภศูลสล้างลอย.

………………………. ………………………. …………………(อิลราช).

(ป., ส. วสนฺตติลก).”

…………..

ขยายความ :

คำว่า “วสันตดิลก” มีผู้ให้ความหมายไว้ว่า “ฉันท์ที่มีลีลางามวิจิตรประดุจรอยแต้มที่กลีบเมฆในต้นวสันตฤดู

บ้างก็ให้ความหมายว่า “รอยแต้มที่กลีบเมฆในฤดูฝน” หมายถึงฉันท์อันมีลีลาว่าฤดูฝนได้เริ่มต้นแล้ว

และบ้างก็ให้ความหมายว่า “ฉันท์ที่มีกลุ่มคำวิจิตรเหมือนเมฆในวสันตฤดู

สำหรับผู้เขียนบาลีวันละคำ ขอจินตนาการคำว่า “วสันตดิลก” ว่า-คือฉันท์ที่โปรยคำลงพร่างพราวราวหยาดฝน

ตัวอย่างวสันตดิลกฉันท์ที่พจนานุกรมฯ ให้ไว้นั้น ต้องอ่านให้ได้บาทละ 14 พยางค์ตามครุลหุ จึงจะไพเราะถูกต้องตามหลักการอ่านคำประพันธ์ และจูงจินตนาการว่าเป็นบทร้อยกรองที่ “โปรยคำลงพร่างพราวราวหยาดฝน” คืออ่านว่า –

ช่อฟ้าก็เฟื้อยกะละจะฟัด…ดะละฟากทิคำพอน

บฺราลีพิไลพิสะเบาะวอน….นะพะสูนสะล่างลอย

บทสวดมนต์ที่เราคุ้นกันดีคือ พุทธชัยมงคลคาถา หรือคาถาพาหุง ท่านก็แต่งเป็นวสันตดิลกฉันท์ ลองอ่านเทียบกันดูเป็นตัวอย่างสักบาทหนึ่งก็ได้

พาหุํ สหสฺสมภินิมฺมิตสาวุธนฺตํ

ช่อ.ฟ้า.ก็..เฟื้อย.กะ.ละ.จะ.ฟัด.ดะ.ละ.ฟาก.ทิ.คำ.พอน

พา.หุง.สะ..หัส…สะ.มะ.ภิ..นิม..มิ..ตะ..สา..วุ..ธัน.ตัง

…………..

ดูก่อนภราดา!

: บทกวีจะหวามหวาน ก็ด้วยมีจินตนาการประดับถ้อยคำ

: มนุษย์จะงามเลิศล้ำ ก็ด้วยมีคุณธรรมประดับหัวใจ

————–

ภาพแผนผังประกอบ: จาก google

#บาลีวันละคำ (1,988)

21-11-60

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย