สัมผัปปลาปะ (บาลีวันละคำ 3,436)
สัมผัปปลาปะ
ไร้สาระตัวจริง
“สัมผัปปลาปะ” เขียนแบบบาลีเป็น “สมฺผปฺปลาป” อ่านว่า สำ-ผับ-ปะ-ลา-ปะ รากศัพท์มาจาก สมฺผ (คำเพ้อเจ้อ) + ป (คำอุปสรรค = ทั่วไป, ข้างหน้า, ก่อน, ออก) + ลปฺ (ธาตุ = พูด) + ณ ปัจจัย, ลบ ณ, ซ้อน ปฺ ระหว่างบทหน้ากับอุปสรรค (สมฺผ + ปฺ + ป) ทีฆะ อะ ที่ ล-(ปฺ) เป็น อา (ลปฺ > ลาป)
: สมฺผ + ปฺ + ป + ลปฺ = สมผปฺปลป + ณ = สมผปฺปลปณ > สมผปฺปลป > สมผปฺปลาป (ปุงลิงค์) แปลตามศัพท์ว่า “เจตนาเป็นเครื่องพูดคำเพ้อเจ้อ” หมายถึง การพูดเพ้อเจ้อ, การพูดคำไร้สาระ
พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แยก “สมฺผ” (สำ-ผะ) เป็นคำหนึ่ง บอกไว้ว่า –
(1) เป็นคุณศัพท์ หมายถึง เล่น ๆ (frivolous)
(2) เป็นคำนาม หมายถึง การพูดเล่น ๆ, ความโง่ (frivolity, foolishness)
ยกตัวอย่างเช่น “สมฺผํ ภาสติ” แปลว่า to speak frivolously (พูดเล่น ๆ หรือติดตลกคะนอง)
ส่วน “สมผปฺปลาป” แปลไว้ว่า frivolous talk (การพูดเพ้อเจ้อ)
“สมฺผปฺปลาป” ใช้ในภาษาไทยเป็น “สัมผัปลาป” (สํา-ผับ-ปะ-ลาบ) และ “สัมผัปลาปะ” (สำ-ผับ-ปะ-ลา-ปะ)
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“สัมผัปลาป, สัมผัปลาปะ : (คำนาม) คําพูดเพ้อเจ้อ. (ป. สมฺผปฺปลาป; ส. สมฺปฺรลาป).”
ขยายความ :
“สัมผัปปลาปะ” เป็นอกุศลกรรมบถ (ทางแห่งอกุศลกรรม, ทางมาแห่งความชั่ว) ในส่วนที่เป็น “วจีกรรม” คือทำด้วยวาจา ไม่ว่าจะเป็นการพูด การเขียน หรือการสื่อสารโดยช่องทางหรือวิธีการใดๆ ก็ตาม
อกุศลกรรมบถทางวจีกรรมมี 4 อย่าง คือ –
(1) มุสาวาท: การพูดเท็จ (false speech)
(2) ปิสุณาวาจา: วาจาส่อเสียด (tale-bearing; malicious speech)
(3) ผรุสวาจา: วาจาหยาบ (harsh speech)
(4) สัมผัปปลาปะ: คำพูดเพ้อเจ้อ (frivolous talk; vain talk; gossip)
…………..
เกณฑ์ตัดสินว่าเป็นสัมผัปปลาปะ มีองค์ประกอบ 2 ประการ คือ –
(1) นิรตฺถกกถาปุเรกฺขารตา = มุ่งจะพูดเรื่องอันหาสารประโยชน์มิได้
(2) ตถารูปิกถากถนํ = พูดเรื่องอันหาสารประโยชน์มิได้นั้น
ท่านขมวดไว้ว่า ถ้าใครฟังแล้วรู้ทันว่าเป็นเรื่องไร้สาระ กรรมบถยังไม่ขาด (คือถ้าเป็นศีล ศีลยังไม่ขาด) ต่อเมื่อใครฟังแล้วเชื่อเอาเป็นจริงเป็นจัง กรรมบถจึงจะขาด
แต่จะอย่างไรก็ตาม ท่านก็ยืนยันว่า แค่มีเจตนาจะพูดเรื่องไร้สาระแล้วพูดออกไป ก็เป็น “สัมผัปปลาปะ” เรียบร้อยแล้ว
…………..
ดูก่อนภราดา!
: รู้ทันว่าอะไรไร้สาระ
: นั่นแหละได้สาระแล้ว