กฐินสามัคคี [2] (บาลีวันละคำ 876)

กฐินสามัคคี [2]

ผิดจนถูกไปอีกเรื่องหนึ่ง

(๑) “กฐิน” ภาษาไทยอ่านว่า กะ-ถิน บาลีอ่านว่า กะ-ถิ-นะ

คำว่า “กฐิน” ถ้าเป็นคำนาม แปลว่า “ไม้สะดึง” คือไม้แบบสำหรับขึงเพื่อตัดเย็บจีวร (a wooden frame used in sewing the robes) ถ้าเป็นคุณศัพท์ มีความหมายว่า แข็ง, แนบแน่น, ไม่คลอนแคลน, หนัก, หยาบกร้าน, โหดร้าย (hard, firm, stiff, harsh, cruel)

ในที่นี้ “กฐิน” หมายถึงผ้าที่มีผู้ถวายแก่ภิกษุสงฆ์ที่จำพรรษาครบสามเดือนแล้วเพื่อผลัดเปลี่ยนจีวรชุดเดิม มีพระพุทธานุญาตให้สงฆ์ยกผ้านั้นให้แก่ภิกษุรูปหนึ่งที่จำพรรษาอยู่ด้วยกันเพื่อทำเป็นจีวร สบง หรือสังฆาฏิ ผืนใดผืนหนึ่ง โดยภิกษุทั้งหมดที่จำพรรษาร่วมกันนั้นต้องช่วยกันทำเพื่อแสดงถึงความสามัคคี

(๒) “สามัคคี” บาลีเขียน “สามคฺคี” รากศัพท์นัยหนึ่ง คือ สม + คมฺ (ธาตุ = ไป, ถึง) + อี ปัจจัย = สามคฺคี แปลตามศัพท์ว่า “ความเป็นผู้ดำเนินไปในสมะ

คำว่า “สม” (สะ-มะ) หมายถึง เท่ากัน, เหมาะกัน, อย่างเดียวกัน, เที่ยงธรรม, ซื่อตรง, มีจิตใจไม่วอกแวก, ยุติธรรม, รวมเข้าด้วยกัน, ครบถ้วน

ตามนัยนี้ สามคฺคี = ดำเนินไปเพื่อความยุติธรรม

สามคฺคี” อีกนัยหนึ่ง รากศัพท์คือ สํ + อคฺค + อี = สามคฺคี

สํ” หมายถึง พร้อมกัน, ร่วมกัน

อคฺค” ในที่นี้เป็นคำนาม แปลว่า ยอด (ส่วนยอดของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น ยอดเขา ยอดเจดีย์), ศูนย์รวม, เป้าหมายสูงสุด

ตามนัยนี้ สามคฺคี = มารวมกันโดยมีเป้าหมายสูงสุดร่วมกัน

กฐิน” เป็นภาษาบาลี “สามัคคี” ก็เป็นภาษาบาลี

กฐิน + สามัคคี = กฐินสามัคคี เขียนอย่างคำไทย อ่านอย่างคำไทย

คำนี้ไม่มีปัญหาในการเขียนและอ่าน แต่มีปัญหาในการทำความเข้าใจ

กฐินสามัคคี” มีมูลเหตุมาจากกรณีต่อไปนี้ คือ –

1 มีผู้ต้องการจะทอดกฐินที่วัดเดียวกันหลายราย

2 แต่ละรายสามารถทอดได้ตามลำพัง ไม่จำเป็นต้องร่วมกับใคร หรือไปหาใครมาร่วม

3 ปกติ ใครมาจองก่อน ก็มีสิทธิ์เป็นเจ้าภาพแต่เพียงรายเดียว แต่กรณีนี้คือมาจองพร้อมกันหลายราย แต่ละรายจึงมีสิทธิ์ที่จะได้เป็นเจ้าภาพเท่ากัน และไม่มีรายไหนยอมถอนตัว

4 แต่กฎกติกาของกฐินมีอยู่ว่า “เจ้าภาพทอดกฐินต้องมีรายเดียว เมื่อรายหนึ่งทอดแล้ว รายอื่นๆ จะทอดอีกไม่ได้

5 ทางออกคือทำอย่างไร ? จับฉลาก ? หรือประมูลกันว่าใครจะถวายบริวารกฐิน (เช่นเงินบำรุงวัด) มากกว่ากัน ? หรือต่อยกันให้รู้แล้วรู้รอด ใครชนะได้เป็นเจ้าภาพ ? ฯลฯ

6 ไม่ว่าจะใช้วิธีไหน ในที่สุดก็ได้ทอดกฐินเพียงรายเดียว รายอื่นๆ อดทอด

7 จึงเป็นที่มาของ “กฐินสามัคคี” คือทุกรายพร้อมใจกันรวมตัวให้เป็นรายเดียว แล้วเป็นเจ้าภาพร่วมกัน ก็ได้ทอดกฐินด้วยกันหมดทุกราย

นี่คือความหมายที่ถูกต้องของคำว่า “กฐินสามัคคี

กฐินสามัคคี” จึงไม่ได้หมายความว่า มีใครจองขอเป็นเจ้าภาพทอดกฐิน แล้วก็ไปเที่ยวชักชวนญาติสนิทมิตรสหายแบ่งสายกันบอกบุญร่วมกันเป็นเจ้าภาพ ดังที่นิยมทำกันอยู่ แล้วก็เรียกกันว่า “กฐินสามัคคี

คนทั่วไปมักเข้าใจคำว่า “กฐินสามัคคี” ตามความหมายนี้ และกำลังจะกลายเป็นความหมายที่ถูกต้องอีกความหมายหนึ่ง

กฐินสามัคคี” ตามความหมายเดิมอันเป็นความหมายที่ถูกต้อง คือ หลายรายแย่งกันเป็นเจ้าภาพ แล้วปรองดองรวมกันเป็นเจ้าภาพเดียว

กฐินสามัคคี” ตามความหมายใหม่ เจ้าภาพรายเดียว ไม่ได้แย่งกับใคร แต่สามัคคีกันภายในคณะของตัวนั่นเอง

อีกกรณีหนึ่ง ทอดกฐินวัดเดียว แต่มีเจ้าภาพหลายคณะนั่งกันเต็มศาลา แต่ละคณะต่างก็มีเครื่องกฐินของตนพร้อมเสร็จ พอถึงเวลาทอดก็ทยอยกันเข้าไปถวายทีละคณะ ดังที่หลายๆ วัดนิยมทำกัน แล้วอ้างว่าเป็น “กฐินสามัคคี

กฐินสามัคคี” แบบนี้โปรดทราบว่า ผิดกฎกติกาของการทอดกฐิน ผิดหลักเกณฑ์ที่กำหนดว่า วัดหนึ่งทอดกฐินได้คณะเดียว คือมีเจ้าภาพรายเดียว

กฐินสามัคคีก็คือมีเจ้าภาพหลายรายนั่นแหละ แต่ต้องรวมกันเป็นรายเดียวก่อนจะเข้าไปทอด การที่ยังแยกกันเป็นคณะๆ แบบนั้นอันที่จริงจะต้องเรียกว่า “กฐินไม่สามัคคี” เพราะถ้าสามัคคีกันจริงจะต้องรวมกันเป็นคณะเดียวตามกฎของกฐิน

สรุปว่า

(1) บุญกฐิน ไม่เหมือนบุญอื่น เมื่อคนหนึ่งทำแล้ว คนอื่นจะมาทำซ้ำที่กันอีกไม่ได้ จึงต้องจองก่อน เป็นการบอกกล่าวให้รู้ว่า ใครจะมาทอดซ้ำอีกไม่ได้

(2) แต่ถ้าเกิดมีคนอยากจะทอดวัดเดียวกันรายหลาย วิธีที่จะทำให้ทอดได้หมดทุกรายก็คือ ทุกรายต้องรวมตัวกันเป็นรายเดียวก่อน เมื่อรวมกันเป็นรายเดียวแล้วทอด ก็เท่ากับได้ทอดหมดทุกรายนั่นเอง

นี่คือความหมายที่ถูกต้องของคำว่า กฐินสามัคคี

คำว่า “สามัคคี” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

สามัคคี : (คำนาม) ความพร้อมเพรียงกัน, ความปรองดองกัน. (คำวิเศษณ์) ที่พร้อมเพรียงกันทำ, ที่ร่วมมือร่วมใจกันทำ, เช่น กฐินสามัคคี ผ้าป่าสามัคคี. (ป.; ส. สามคฺรี).”

จะเห็นได้ว่า คำนิยามนี้อาจตีความให้ “กฐินสามัคคี” ตามที่มักเข้าใจกันผิดๆ และทำกันผิดๆ นั้นกลายเป็นถูกไปได้

: ไม่จำต้องหลิ่วตาตามไปเสียทุกเรื่อง

: แม้ว่าทั้งเมืองจะมีแต่คนตาหลิ่ว

#บาลีวันละคำ (876)

11-10-57

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *