Author: Admin ชมรมธรรมธารา

บาลีวันละคำ

บวกลบคูณหาร (บาลีวันละคำ 795)

บวกลบคูณหาร

เป็นภาษาบาลีหรือเปล่า ?

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

(1) บวก : (คำกริยา) เอาจํานวนหนึ่งรวมเข้ากับอีกจํานวนหนึ่งหรือหลายจํานวนให้เป็นจํานวนเพิ่มขึ้นจํานวนเดียวกัน, เพิ่มเติมเข้าไป.ว. ที่เป็นไปในทางสนับสนุน ทางดี หรือเชิงสร้างสรรค์ เช่น มองในทางบวก; ในทางคณิตศาสตร์เรียกจำนวนเลขที่มีค่ามากกว่าศูนย์ว่า จำนวนบวก. (คำนาม) เรียกเครื่องหมายคณิตศาสตร์รูปดังนี้ + ว่า เครื่องหมายบวก.

(2) ลบ : (คำกริยา) ทำให้หายไปด้วยอาการเช็ดหรือถู, ทำให้หายไป เช่น น้ำลบฝั่ง; หักออก, ชักออก, (ใช้แก่วิธีเลข). (คำวิเศษณ์) ที่เป็นไปในทางร้าย ทางไม่ดี หรือทางทําลาย เช่น มองในทางลบ. (คำนาม) เรียกเครื่องหมายดังนี้ – ว่า เครื่องหมายลบ.

(3) คูณ : (คำกริยา) เพิ่มจํานวนเท่าตัวตามหน่วยที่ต้องการ, เท่า เช่น ทวีคูณ คือ ๒ เท่า ตรีคูณ คือ ๓ เท่า. (คำนาม) เรียกเครื่องหมายดังนี้ x ว่า เครื่องหมายคูณ. (ป., ส. คุณ).

(4) หาร ๑ : (คำกริยา) แบ่งส่วนเท่า ๆ กัน (ใช้แก่วิธีเลข). (คำนาม) เรียกเครื่องหมายรูปดังนี้ ÷ ว่า เครื่องหมายหาร.

Read More
บาลีวันละคำ

ทิฐิมานะ (บาลีวันละคำ 794)

ทิฐิมานะ

อ่านว่า ทิด-ถิ-มา-นะ
ประกอบด้วยคำว่า ทิฐิ + มานะ

“ทิฐิ” บาลีเป็น “ทิฏฺฐิ” (ทิด-ถิ)
โปรดสังเกต บาลีมี ฏ ปฏักสะกด ภาษาไทย(ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน) ตัด ฏ ออก

“ทิฏฺฐิ” รากศัพท์มาจาก ทิสฺ (ธาตุ = เห็น) + ติ ปัจจัย, ลบ สฺ ที่สุดธาตุ, แปลง ติ เป็น ฏฺฐิ

: ทิสฺ > ทิ + ติ > ฏฺฐิ : ทิ + ฏฺฐิ = ทิฏฺฐิ แปลตามศัพท์ว่า “ความเห็น” หมายถึง ความคิดเห็น, ความเชื่อ, หลักลัทธิ, ทฤษฎี, การเก็ง, ทฤษฎีที่ผิด, ความเห็นที่ปราศจากเหตุผลหรือมูลฐาน (view, belief, dogma, theory, speculation, false theory, groundless or unfounded opinion)

ในภาษาธรรม ถ้าพูดเฉพาะ “ทิฏฺฐิ” จะหมายถึง ความเห็นผิด
ถ้าต้องการชี้เฉพาะ จะมีคำบ่งชี้นำหน้า คือ “มิจฺฉาทิฏฺฐิ” = ความเห็นผิด “สมฺมาทิฏฺฐิ” = ความเห็นถูก

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

“ทิฐิ : (คำนาม) ความเห็น เช่น สัมมาทิฐิ ความเห็นชอบ มิจฉาทิฐิ ความเห็นผิด; ความอวดดื้อถือดี เช่น เขามีทิฐิมาก”

Read More
บาลีวันละคำ

พาณิช กับ พาณิชย์ (บาลีวันละคำ 792)

พาณิช กับ พาณิชย์

มีความหมายต่างกันอย่างไร

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

(1) พาณิช : (คำนาม) พ่อค้า. (ส., ป. วาณิช).

(2) พาณิชย-, พาณิชย์ : [พานิดชะยะ-, พานิด] (คำนาม) การค้าขาย; ชื่อกระทรวงที่มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกับการพาณิชย์ และกิจการทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการพาณิชย์รวมตลอดทั้งการซื้อขายและแลกเปลี่ยนสินค้า การควบคุมและส่งเสริมเกี่ยวกับกิจการค้าและการประกันภัย. (ส. วาณิชฺย; ป. วาณิชฺช).

(1) “พาณิช” บาลีเป็น “วาณิช” (วา-นิ-ชะ) ภาษาไทย พ- บาลี ว- รากศัพท์มาจาก วาณ (= เสียง, การส่งเสียง) + อชฺ (ธาตุ = ไป) + อ ปัจจัย, แปลง อ ต้นธาตุเป็น อิ

: วาณ + อชฺ = วาณช + อ = วาณช > วาณิช แปลตามศัพท์ว่า “ผู้ไปทางโน้นทางนี้ด้วยการส่งเสียง” หมายถึง พ่อค้า, คนค้าขาย (a merchant, trader)

Read More
บาลีวันละคำ

สวรรคต (บาลีวันละคำ 791)

สวรรคต

อ่านว่า สะ-หฺวัน-คด
บาลีเป็น “สคฺคคต” อ่านว่า สัก-คะ-คะ-ตะ
ประกอบด้วย สคฺค + คต

“สคฺค” รากศัพท์มาจาก สุ (= ดี, งาม) + อคฺค ลบ อุ ที่ สุ
“อคฺค” มีความหมายว่า เด่น, ยอดเยี่ยม, ดีที่สุด, สูงสุด, สำคัญที่สุด (illustrious, excellent, the best, highest, chief)

: สุ > ส + อคฺค = สคฺค

“สคฺค” (สันสกฤตเป็น สฺวรฺค) แปลตามศัพท์ว่า “ที่ดำรงอยู่ยืนนานและสวยงาม” “แดนอันแสนดีเลิศล้ำด้วยกามคุณ” “แดนที่มีอารมณ์อันเลิศ” (คือได้พบเห็นสัมผัสแต่สิ่งที่น่าเพลิดเพลินเจริญใจ) “แดนที่ติดข้อง”

ภาษาไทยเขียนอิงสันสกฤตเป็น “สวรรค์” (สะ-หฺวัน) พจน.54 บอกความหมายไว้ว่า “โลกของเทวดา, เมืองฟ้า”

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล สคฺค ว่า heaven, the next world (สวรรค์, โลกหน้า) แล้วขยายความว่า popularly conceived as a place of happiness and long life (ตามมโนภาพทั่วๆ ไป เข้าใจกันว่าเป็นสถานที่มีควมสุขและมีอายุยืน)

ตามปกติคำว่า “สคฺค” หมายถึง สวรรค์ที่ยังเกี่ยวข้องกับกาม 6 ชั้น คือ จาตุมหาราชิกา ดาวดึงส์ ยามา ดุสิต นิมมานรดี ปรนิมมิตวสวัตดี
แต่ความหมายในวงกว้าง “สคฺค” หมายถึงเทวโลกทุกภพภูมิ

“คต” (คะ-ตะ) รากศัพท์มาจาก คมฺ (ธาตุ = ไป, ถึง) + ต ปัจจัย (ปัจจัยตัวนี้ใช้หมายถึง อดีตกาล คือแปลว่า “-แล้ว” เช่น กินแล้ว, ทำแล้ว), ลบที่สุดธาตุ

Read More
บาลีวันละคำ

บวรพระพุทธศาสนา (บาลีวันละคำ 456)

บวรพระพุทธศาสนา
(คำผิด)

คำที่ถูกต้องคือ “พระบวรพุทธศาสนา”
อ่านว่า พฺระ-บอ-วอ-ระ-พุด-ทะ-สาด-สะ-หฺนา
ประกอบด้วยคำว่า พระ + บวร + พุทธศาสนา

คำว่า “พระ” มีผู้ให้ความเห็นว่าน่าจะมาจาก “วร” (วะ-ระ) ในบาลีสันสกฤต แปลว่า “ผู้ประเสริฐ” แปลง ว เป็น พ ออกเสียงว่า พะ-ระ แล้วกลายเสียงเป็น พฺระ (ร กล้ำ)
พจน.42 บอกความหมายของ “พระ” ไว้หลายอย่าง ในที่นี้ใช้ประกอบหน้าคำอื่นเพื่อแสดงความยกย่อง เช่น

– ไตรปิฎก เป็น พระไตรปิฎก
– วิหาร เป็น พระวิหาร
– อุโบสถ เป็น พระอุโบสถ
– พุทธศาสนา เป็น พระพุทธศาสนา

“บวร” บาลีเป็น “ปวร” (ปะ-วะ-ระ) แปลว่า ประสริฐ, เลิศ, สูงสุด, ประสริฐสุด, เด่นหรือมีชื่อเสียงพิเศษ

“พุทธศาสนา” บาลีเป็น “พุทฺธสาสน” (พุด-ทะ-สา-สะ-นะ) แปลว่า คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า

(พจน.42 ไม่ได้เก็บคำว่า “พุทธศาสนา” ไว้)

พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ.ปยุตฺโต ไขความไว้ดังนี้ –
“พุทธศาสนา : คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า, อย่างกว้างในบัดนี้ หมายถึง ความเชื่อถือ การประพฤติปฏิบัติและกิจการทั้งหมดของหมู่ชนผู้กล่าวว่าตนนับถือพระพุทธศาสนา”

คำว่า “พระบวรพุทธศาสนา” มีความหมายว่า “พระพุทธศาสนาที่ประเสริฐ”

คำนี้ไม่มีปัญหาในแง่ความหมาย แต่มีปัญหาในการนำถ้อยคำมาพูดหรือเขียน เพราะปัจจุบันนี้มักพูดผิด เขียนผิด เป็น “บวรพระพุทธศาสนา” อันเกิดจากความไม่รู้ไม่เข้าใจ และไม่ใส่ใจถึงหลักเกณฑ์การเรียงลำดับคำ

สาเหตุน่าจะเกิดจาก –

1 “พระบวรพุทธศาสนา” อ่านว่า พฺระ-บอ-วอ-ระ-พุด-ทะ-สาด-สะ-หฺนา ซึ่งเป็นคำอ่านที่ถูกต้อง
2 คนฟังจับคำว่า “บอ-วอ-ระ-พุด” มาเป็นหลัก (เริ่มทิ้งคำว่า “พระ” ข้างหน้า)
3 เข้าใจไปว่า “บอ-วอ-ระ-พุด” คือ “บอ-วอน-ระ-พุด” (นึกว่า “บวร” ในที่นี้อ่านว่า “บอ-วอน”)
4 เสียง “ระ-พุด” ใกล้กับ “พระ-พุด” จึงเชื่อสนิทว่า “ระ-พุด” คือ “พระ-พุด”
5 “พระบวรพุทธศาสนา” จึงกลายเป็น “บวรพระพุทธศาสนา”

วิธีสังเกตหลักเกณฑ์ง่ายๆ มีดังนี้ –

1 คำหลักในคำนี้คือ “พุทธศาสนา”
2 คำว่า “พระ” ที่อยู่ข้างหน้าใช้ประกอบเพื่อแสดงความยกย่อง = “พระพุทธศาสนา”
3 คำว่า “บวร” (ประเสริฐ) ขยายคำหลัก คือ “พุทธศาสนา” = “พุทธศาสนาที่ประเสริฐ” ไม่ใช่ขยาย “พระ” = “พระที่ประเสริฐ”
4 เพราะฉะนั้น “บวร” จึงต้องอยู่ติดกับ “พุทธศาสนา” = “บวรพุทธศาสนา” ไม่ใช่ไปอยู่หน้า “พระ” = “บวรพระ”

: ถ้าจะพูดหรือเขียนคำนี้ นึกถึงคำว่า “พระบรมมหาราชวัง” ไว้ก็ได้
(“บวร” กับ “บรม” มีฐานะเป็นคำขยายเหมือนกัน)

“พระบรมมหาราชวัง” มี, “บรมพระมหาราชวัง” ไม่มี ฉันใด
“พระบวรพุทธศาสนา” มี, “บวรพระพุทธศาสนา” ไม่มี ก็ฉันนั้น

—————
(คำนี้ลัดคิวอันเนื่องมาจากโพสต์ของท่านอาจารย์ Up jaya)

Read More
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้