Author: Admin ชมรมธรรมธารา

บาลีวันละคำ

อนาทร (บาลีวันละคำ 325)

อนาทร

บาลีอ่านว่า อะ-นา-ทะ-ระ ไทยอ่านว่า อะ-นา-ทอน

“อนาทร” มาจาก น + อาทร = อนาทร

“น” (นะ) แปลว่า ไม่, ไม่ใช่, ไม่มี

“อาทร” แปลว่า ความเอื้อเฟื้อ, การให้ความสำคัญ, ความเอาใจใส่, ความห่วงใย (ดูคำว่า “อาทร”)

น + อาทร น่าจะเป็น “นอาทร” หรือ “นาทร” แต่กฎบาลีไวยากรณ์บอกว่า “น” เมื่อประสมข้างหน้าคำที่ขึ้นต้นด้วยสระ (อ- อา- อิ- อี- อุ- อู- เอ- โอ-) ต้องแปลงเป็น “อน” (อะ-นะ)

Read More
บาลีวันละคำ

อาสัญ (บาลีวันละคำ 324)

อาสัญ
(คำไทยที่คล้ายบาลี)

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 เก็บคำว่า “อาสัญ” ไว้ มีคำอธิบายว่า
1 แปลว่า “ความตาย” เป็น “คำแบบ” หมายถึงคำที่ใช้เฉพาะในหนังสือ ไม่ใช่คำพูดทั่วไป
2 เป็นคำกริยา แปลว่า “ตาย” ใช้ในวรรณคดี ยกตัวอย่างในเรื่องสังข์ทองตอนหนึ่งว่า “โทษลูกนี้ผิดเป็นนักหนา ดังแกล้งผลาญมารดาให้อาสัญ”
3 อ้างอิงคำบาลี “อสญฺญ” ว่าไม่มีสัญญา (คือหมดความรู้สึก)

Read More
บาลีวันละคำ

อาทร-สาทร (บาลีวันละคำ 323)

อาทร-สาทร

“อาทร” อ่านว่า อา-ทะ-ระ ภาษาไทยอ่านว่า อา-ทอน

“อาทร” มาจาก อา + ทรฺ (ธาตุ = เอื้อเฟื้อ) มีความหมายว่า ความยำเกรง, ความนับถือ, ความคำนึงถึง, ความเอาใจใส่, ความเคารพ, ความเอื้อเฟื้อ, ความให้เกียรติ, การให้ความสำคัญ
พจน.42 ให้ความหมายตามที่เข้าใจกันในภาษาไทย คือ ความเอื้อเฟื้อ, ความเอาใจใส่, ความห่วงใย
มีคำใหม่ที่นิยมพูดกันคือ “เอื้ออาทร”

บาลีมีคำที่เนื่องมาจาก “อาทร” อีกคำหนึ่ง คือ “สาทร” อ่านว่า สา-ทะ-ระ ภาษาไทยอ่านว่า สา-ทอน
“สาทร” มาจาก ส + อาทร
“ส” (สะ) เป็นคำที่ลดรูปมาจาก “สห” (สะ-หะ) แปลว่า พร้อมกับ-, มี : สาทร = พร้อมกับอาทร, มีอาทร หรือลดรูปมาจาก “สมฺพนฺธ” แปลว่า ผูกพัน : สาทร =ผูกพันด้วยอาทร

Read More
บาลีวันละคำ

อาวรณ์ (บาลีวันละคำ 322)

อาวรณ์

ไทยอ่านว่า อา-วอน บาลีเป็น “อาวรณ” อ่านว่า อา-วะ-ระ-นะ

“อาวรณ” มาจาก อา + วร (ธาตุ = ห้าม, ป้องกัน) + ยุ (ปัจจัย = อน แปลง น เป็น ณ : อา + วร + (ยุ = อน ) อณ = อาวรณ แปลตามศัพท์ว่า “ห้ามทั่วไป”
“อาวรณ” ในภาษาบาลีหมายถึงการขัดขวาง, การปกปิด, การปิดกั้น, เครื่องกั้น และขยายไปถึงฉาก, โล่, ทำนบ, ป้อม, กำแพง, เชิงเทิน
ถ้าเป็นกริยาก็หมายถึง ปฏิเสธ, ขัดขวาง, ยับยั้ง, ไม่ยอม, ไม่ให้เข้า

“อาวรณ์” ในภาษาไทยมักเข้าใจกันในความหมายว่า ห่วงใย, อาลัย, คิดกังวลถึง นิยมใช้เข้าคู่กับ “อาลัย” เป็น “อาลัยอาวรณ์”

ความหมายในภาษาไทยเป็น “ผล” ที่เกิดจาก “เหตุ” ตามความหมายในบาลี คือ เพราะถูกขัดขวางไม่ให้เข้าไปถึง- หรือออกไปหาคน เรื่อง หรือสิ่ง ที่ต้องการจะเข้าให้ถึงหรือไปหา จึงเกิดอาการห่วงใย, อาลัย, คิดกังวลถึง

“อาลัย” ออกไปจากสิ่งนั้นไม่ได้ = “กลับไม่ได้”
“อาวรณ์” เข้าไปหาสิ่งนั้นไม่ได้ = “ไปไม่ถึง”
ใครเป็นเช่นนี้ ไม่ว่าจะเดินทางชีวิตหรือทางธรรมดา ท่านว่า น่าเวทนาพอๆ กัน

Read More
บาลีวันละคำ

อาลัย (บาลีวันละคำ 321)

อาลัย

ไทยอ่านว่า อา-ไล บาลีเป็น “อาลย” อ่านว่า อา-ละ-ยะ

รากศัพท์มาจาก อา (= ทั่ว, มาก, ยิ่ง) + ลิ (ธาตุ = ติดใจ, ติดแน่น) แปลง อิ ที่ ลิ เป็น ย = ลย : อา + ลิ (= ลย) = อาลย แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่ใจไปติดแน่นอยู่”
นักภาษาอธิบาย “อาลย – อาลัย” เป็นรูปธรรมว่า เหมือน “คอน” ที่นกเกาะนอน เท้านกจะต้องยึดแน่นอยู่กับคอนนั้น มิเช่นนั้นก็ตก อาการที่จับติดแน่นไม่ยอมปล่อยนั่นเองคือ “อาลัย”
ตามรากศัพท์เช่นนี้ “อาลัย” ในทางรูปธรรมจึงหมายถึงสถานที่พักอาศัย, ที่อยู่, แหล่งรวมของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น –
ชลาลัย = แหล่งรวมแห่งน้ำ คือแม่น้ำ หรือทะเล
เทวาลัย = ที่อยู่ของเทพยดา
หิมาลัย = แหล่งรวมแห่งหิมะ คือภูเขาที่มีหิมะปกคลุมตลอดปี

ในทางนามธรรม “อาลัย” หมายถึงความมีใจผูกพัน, ความเยื่อใย, ความติดใจปรารถนา, ความรักใคร่, ความต้องการ สรุปรวมก็คือ ตัณหา ราคะ หรือกิเลสทั้งหลาย
นอกจากนี้ “อาลัย” ยังมีความหมายไปถึงวิธีการเพื่อให้ได้สมปรารถนาอีกด้วย คือหมายถึงการแสร้งทำ, มารยา, ข้อแก้ตัว

ในภาษาไทย “อาลัย” มีความหมายตรงตามบาลี คือหมายถึงห่วงใย, พัวพัน, ระลึกถึงด้วยความเสียดาย

“อาลัย” เป็นอารมณ์ที่เหมือนเย็น แต่ร้อน เหมือนง่าย แต่ยาก
ท่านจึงว่า :
“จะหักอื่นขืนหักก็จักได้
หักอาลัยนี้ไม่หลุดสุดจะหัก”

Read More
บาลีวันละคำ

อาคม-อายน-อาพันธ์ (บาลีวันละคำ 320)

อาคม-อายน-อาพันธ์

“อาคม” บาลีอ่านว่า อา-คะ-มะ ไทยอ่านว่า อา-คม ตามรากศัพท์ประกอบด้วย อา + คม
“คม” แปลว่า “ไป” แต่เมื่อมีคำอุปสรรคคือ “อา” นำหน้า เป็น “อาคม” ความหมายก็กลับตรงข้าม จาก “ไป” กลายเป็น “มา”
นอกจากแปลว่า “มา” แล้ว “อาคม” ยังมีความหมายอีกหลายอย่าง คือ การเข้าใกล้, การบรรลุผล, สิ่งที่อาศัย, ทรัพยากร, หนทาง, ข้ออ้างอิง, ตำรา, คัมภีร์, พระบาลี, กฎ, ข้อปฏิบัติ, วินัย

ในภาษาไทย มักเข้าใจกันว่า “อาคม” คือเวทมนตร์, ความขลัง, ความศักดิ์สิทธิ์ บางทีใช้คู่กับ “คาถา” เป็น “คาถาอาคม” หมายถึงคําเสกที่ถือว่าศักดิ์สิทธิ์

Read More
บาลีวันละคำ

ยันต์-ยัญ (บาลีวันละคำ 319)

ยันต์-ยัญ

2 คำนี้ในภาษาไทยออกเสียงเหมือนกัน

“ยันต์” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ให้ความหมายว่า “ตารางหรือลายเส้นเป็นตัวเลข อักขระหรือรูปภาพที่เขียน สัก หรือแกะสลักลงบนแผ่นผ้า ผิวหนัง ไม้ โลหะ เป็นต้น ถือว่าเป็นของขลัง, เรียกเสื้อหรือผ้าเป็นต้นที่มีลวดลายเช่นนั้นว่า เสื้อยันต์ ผ้ายันต์”
พจน.๔๒ ไม่ได้บอกว่า “ยันต์” มาจากภาษาอะไร

ภาษาสันสกฤตมีคำว่า “ยนฺตฺร” (ยัน-ตฺระ) แปลว่า ห้าม (to restrain or forbid) ความหมายนี้ตรงกับบาลีว่า “ยนฺตก” (ยัน-ตะ-กะ) แปลว่า กลอนหรือสลักประตู, ไม้หรือโลหะสำหรับปิดกั้น ใช้ในความหมายว่า ใส่กลอน, ใส่สลัก, ลั่นดาล หรือลั่นกุญแจ เพื่อป้องกันการบุกรุก
“ยันต์” น่าจะมาจาก “ยนฺตฺร – ยนฺตก” เพราะมีความมุ่งหมายในทางป้องกันภัยอันตรายเช่นเดียวกัน

ส่วน “ยัญ” คำนี้บาลีเป็น “ยญฺญ” (ยัน-ยะ) หมายถึงการเซ่นสรวงโดยมีการฆ่าสัตว์หรือคนเป็นเครื่องบูชา ที่เรียกว่า “บูชายัญ” เป็นพิธีกรรมของพราหมณ์ พระพุทธศาสนานำคำว่า “ยัญ” มาให้ความหมายใหม่ว่า การถวายทาน, การทำกุศล, วัตถุสิ่งของที่เตรียมไว้เพื่อการทำบุญ

Read More
บาลีวันละคำ

รถยนต์ (บาลีวันละคำ 318)

รถยนต์

“รถยนต์” เป็นคำบาลีแบบไทย บัญญัติเทียบคำอังกฤษว่า motorcar เอาคำขยายไว้หลัง ถ้าเป็นแบบบาลี คำนี้ต้องเป็น “ยนฺตรถ” อ่านว่า ยัน-ตะ-ระ-ถะ

“ยนฺต” หมายถึงเครื่องกลไกที่ให้กําเนิดพลังงานหรือทําให้วัตถุเคลื่อนที่ ภาษาไทยเขียนว่า “ยนต์” (ยน)
“รถ” อ่านแบบไทยว่า “รด” แปลตามศัพท์ว่า “ยานที่ยังให้เกิดสุขารมณ์ ความสนุกเพลิดเพลิน ความดีใจ” แรกที่มนุษย์ประดิษฐ์รถขึ้นมาน่าจะเพื่อการเล่นสนุก นักภาษาจึงให้ความหมายเช่นนี้ ต่อมาจึงใช้รถเพื่อการอื่นๆ เช่นการเดินทาง การขนส่ง และการรบ
ยุคแรกรถเคลื่อนที่ได้ด้วยแรงคนแรงสัตว์ ต่อมาจึงพัฒนาให้ขับเคลื่อนด้วยเครื่องกลไก อันเป็นที่มาของคำว่า “รถยนต์” ซึ่งหมายถึงยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์

Read More
บาลีวันละคำ

สังวาส (บาลีวันละคำ 317)

สังวาส

อ่านว่า สัง-วาด
ภาษาบาลีเป็น “สํวาส” อ่านว่า สัง-วา-สะ

“สํวาส” มาจาก สํ + วาส แปลตามศัพท์ว่า “การอยู่ร่วมกัน” “การอยู่ด้วยกัน”
และรวมความไปถึงความสนิทสนมกัน การสมสู่อยู่กิน หรือครองคู่กันฉันผัวเมีย
ในภาษาไทย “สังวาส” ยังหมายถึงการร่วมประเวณี เช่นในคำว่า ร่วมสังวาส หรือ เสพสังวาส (ในภาษาบาลี ที่เล็งถึงความหมายนี้ก็มีบ้าง)
ในเชิงวรรณศิลป์ “สังวาส” หมายถึงกายพ์กลอนที่มีเนื้อหาในทางเกี้ยวพาราสี

Read More
บาลีวันละคำ

ญาติสาโลหิต (บาลีวันละคำ 316)

ญาติสาโลหิต

อ่านแบบไทยว่า ยาด-สา-โล-หิด
อ่านแบบบาลีว่า ยา-ติ-สา-โล-หิ-ตะ

ในภาษาบาลี คำนี้จะเขียนแยกกันเป็น ๒ คำ คือ “ญาติ” (ยา-ติ) คำหนึ่ง และ “สาโลหิต” อีกคำหนึ่ง
แต่เพราะ “ญาติ” เป็นอิตถีลิงค์ “สาโลหิต” จึงต้องเป็น “สาโลหิตา”
คำเต็มๆ คือ “ญาติ / สาโลหิตา” (ยา-ติ สา-โล-หิ-ตา) แปลตามศัพท์ว่า “ญาติผู้เกี่ยวข้องทางเลือด” (ดูความหมายที่คำว่า “ญาติ” ด้วย)

Read More
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้