บาลีวันละคำ

บาลีวันละคำ

มลทิน (บาลีวันละคำ 330)

มลทิน
(บาลีพันทาง)

“มล” อ่านว่า มะ-ละ- อ่านแบบไทยว่า มน แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งเป็นเหตุให้มัวหมอง” หมายถึง ความมัวหมอง, ความสกปรก, ความไม่บริสุทธิ์, สิ่งที่ไม่บริสุทธิ์, เหงื่อไคล, สนิม, ของโสโครก, โทษ
นักเรียนบาลีนิยมแปล “มล” ว่า “มลทิน”
ในภาษาไทย “มลทิน” มีความหมายอย่างเดียวกับ “มล” ของบาลี

“มลทิน” เป็นบาลีครึ่งเดียวคือ “มล” ส่วน “ทิน” แม้จะมีบาลีรูปนี้ อ่านแบบบาลีว่า ทิ-นะ อ่านแบบไทยว่า ทิน แปลว่า “วัน” แต่ในคำว่า “มลทิน” นี้ “ทิน” ไม่ใช่คำบาลีที่แปลว่า “วัน” เว้นแต่จะคิดสนุกๆ ว่า “มลทิน” แปลว่า “วันสกปรก” ที่รู้กันในหมู่สุภาพสตรีว่า “วันเบาๆ”

Read More
บาลีวันละคำ

จักรี (บาลีวันละคำ 329)

จักรี

อ่านว่า จัก-กฺรี

“จักรี” เป็นรูปสันสกฤต (จกฺรี หรือ จกฺรินฺ) บาลีเป็น “จกฺกี” อ่านว่า จัก-กี
“จกฺกี” มาจาก จกฺก + อี = จกฺกี แปลว่า “ผู้มีจักร”
“จกฺก” (ไทยเขียน “จักร”) ความหมายสามัญคือ ล้อรถ สัญลักษณ์แห่งการขับเคลื่อนพัฒนาของมนุษยชาติ แล้วพัฒนาเป็นแผ่นกลม คือ อาวุธสำหรับขว้าง เป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจเพื่อปราบยุคเข็ญ

Read More
บาลีวันละคำ

อาหาร (บาลีวันละคำ 328)

อาหาร

บาลีอ่านว่า อา-หา-ระ ไทยอ่านว่า อา-หาน

“อาหาร” เป็นคำบาลีที่เราเอามาใช้จนเข้าใจกันดีโดยไม่ต้องแปล
คำว่า “อาหาร” ประกอบด้วย “หร” (หะ-ระ) = “นำไป” มี “อา-” (= กลับความ) อยู่ข้างหน้า จาก “นำไป” จึงกลายเป็น “นำมา”
“อาหาร” จึงแปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่นำมาซึ่งผล” ตามที่เข้าใจกันทั่วไปคือ เมื่อกินอาหารแล้วก็นำมาซึ่งผลคือมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ ดังที่ พจน.42 ให้ความหมายว่า “อาหาร” คือ ของกิน, เครื่องคํ้าจุนชีวิต, เครื่องหล่อเลี้ยงชีวิต

Read More
บาลีวันละคำ

อุบัติเหตุ (บาลีวันละคำ 327)

อุบัติเหตุ

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ไม่ได้บอกคำอ่าน แต่บอกความหมายว่า “อุบัติเหตุ” คือ “เหตุที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด, ความบังเอิญเป็น”

“อุบัติเหตุ” เขียนแบบบาลีเป็น “อุปฺปตฺติเหตุ” อ่านว่า อุบ-ปัด-ติ-เห-ตุ
“อุปฺปตฺติ” ทับศัพท์ว่า “อุบัติ” แปลว่า การเกิดขึ้น, การผลิตขึ้น, กำเนิด, การเกิดใหม่, โอกาส
“เหตุ” แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่ดำเนินไปสู่ความเป็นผล” ภาษาไทยใช้ทับศัพท์ อ่านว่า เหด ไม่ต้องแปลก็เข้าใจกันดี

“อุบัติเหตุ” อ่านตามหลักภาษาว่า อุ-บัด-ติ-เหด แปลตามหลักภาษาว่า “เหตุที่เกิดขึ้น” คำนี้ไม่ส่องความว่าดีหรือร้าย คาดคิดหรือไม่คาดคิดก็ตาม

“อุบัติเหตุ” เป็นที่เข้าใจกันว่า ตรงกับคำฝรั่งว่า accident
พจนานุกรมอังกฤษ-บาลี แปล accident เป็นบาลีว่า “สหสาปตฺติ” แปลว่า “การถึงเข้าโดยฉับพลัน” และ “อนเปกฺขิตนฺตราย” แปลว่า “อันตรายที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน”

แรกนั้น accident มีผู้รู้ใช้ว่า “อุปัทวเหตุ” (อุ-ปัด-ทะ-วะ-เหด)
“อุปัทวะ” บาลีเป็น “อุปทฺทว” แปลว่า การพุ่งไป, เคราะห์ร้าย, ความทุกข์
พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “อุปทฺทว” ว่า accident ตรงกับที่ผู้รู้ในเมืองไทยใช้ว่า “อุปัทวเหตุ”

Read More
บาลีวันละคำ

สากล (บาลีวันละคำ 326)

สากล

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 บอกไว้ว่า “สากล” คือ
“ทั่วไป, ทั้งหมด, ทั้งสิ้น, เช่น สากลโลก สากลจักรวาล; เป็นที่นิยมทั่วไป เช่น เครื่องแต่งกายชุดสากล, สามัญหมายถึงแบบซึ่งเดิมเรียกว่า ฝรั่ง เช่น มวยฝรั่ง เรียก มวยสากล, ใช้แทนคํา ‘ระหว่างประเทศ’ ก็มี เช่น สภากาชาดสากล น่านน้ำสากล”

พจน.42 ยังบอกด้วยว่า “สากล” มาจากบาลีสันสกฤตว่า “สกล”
“สกล” บาลีอ่านว่า สะ-กะ-ละ ไทยอ่านว่า สะ-กน
แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่เป็นไปพร้อมกับส่วนย่อยทั้งหลาย”
หมายความว่า ไม่ว่าจะมี “ส่วนย่อย” อยู่ที่ไหน “สิ่ง” ที่ว่านี้ก็จะรวมส่วนย่อยนั้นเข้ามาไว้ทั้งหมด
“สกล” จึงหมายถึง ทั้งหมด, ทั้งปวง, ทั้งสิ้น, ทั่วไปหมด (all, whole, entire)

Read More
บาลีวันละคำ

อนาทร (บาลีวันละคำ 325)

อนาทร

บาลีอ่านว่า อะ-นา-ทะ-ระ ไทยอ่านว่า อะ-นา-ทอน

“อนาทร” มาจาก น + อาทร = อนาทร

“น” (นะ) แปลว่า ไม่, ไม่ใช่, ไม่มี

“อาทร” แปลว่า ความเอื้อเฟื้อ, การให้ความสำคัญ, ความเอาใจใส่, ความห่วงใย (ดูคำว่า “อาทร”)

น + อาทร น่าจะเป็น “นอาทร” หรือ “นาทร” แต่กฎบาลีไวยากรณ์บอกว่า “น” เมื่อประสมข้างหน้าคำที่ขึ้นต้นด้วยสระ (อ- อา- อิ- อี- อุ- อู- เอ- โอ-) ต้องแปลงเป็น “อน” (อะ-นะ)

Read More
บาลีวันละคำ

อาสัญ (บาลีวันละคำ 324)

อาสัญ
(คำไทยที่คล้ายบาลี)

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 เก็บคำว่า “อาสัญ” ไว้ มีคำอธิบายว่า
1 แปลว่า “ความตาย” เป็น “คำแบบ” หมายถึงคำที่ใช้เฉพาะในหนังสือ ไม่ใช่คำพูดทั่วไป
2 เป็นคำกริยา แปลว่า “ตาย” ใช้ในวรรณคดี ยกตัวอย่างในเรื่องสังข์ทองตอนหนึ่งว่า “โทษลูกนี้ผิดเป็นนักหนา ดังแกล้งผลาญมารดาให้อาสัญ”
3 อ้างอิงคำบาลี “อสญฺญ” ว่าไม่มีสัญญา (คือหมดความรู้สึก)

Read More
บาลีวันละคำ

อาทร-สาทร (บาลีวันละคำ 323)

อาทร-สาทร

“อาทร” อ่านว่า อา-ทะ-ระ ภาษาไทยอ่านว่า อา-ทอน

“อาทร” มาจาก อา + ทรฺ (ธาตุ = เอื้อเฟื้อ) มีความหมายว่า ความยำเกรง, ความนับถือ, ความคำนึงถึง, ความเอาใจใส่, ความเคารพ, ความเอื้อเฟื้อ, ความให้เกียรติ, การให้ความสำคัญ
พจน.42 ให้ความหมายตามที่เข้าใจกันในภาษาไทย คือ ความเอื้อเฟื้อ, ความเอาใจใส่, ความห่วงใย
มีคำใหม่ที่นิยมพูดกันคือ “เอื้ออาทร”

บาลีมีคำที่เนื่องมาจาก “อาทร” อีกคำหนึ่ง คือ “สาทร” อ่านว่า สา-ทะ-ระ ภาษาไทยอ่านว่า สา-ทอน
“สาทร” มาจาก ส + อาทร
“ส” (สะ) เป็นคำที่ลดรูปมาจาก “สห” (สะ-หะ) แปลว่า พร้อมกับ-, มี : สาทร = พร้อมกับอาทร, มีอาทร หรือลดรูปมาจาก “สมฺพนฺธ” แปลว่า ผูกพัน : สาทร =ผูกพันด้วยอาทร

Read More
บาลีวันละคำ

อาวรณ์ (บาลีวันละคำ 322)

อาวรณ์

ไทยอ่านว่า อา-วอน บาลีเป็น “อาวรณ” อ่านว่า อา-วะ-ระ-นะ

“อาวรณ” มาจาก อา + วร (ธาตุ = ห้าม, ป้องกัน) + ยุ (ปัจจัย = อน แปลง น เป็น ณ : อา + วร + (ยุ = อน ) อณ = อาวรณ แปลตามศัพท์ว่า “ห้ามทั่วไป”
“อาวรณ” ในภาษาบาลีหมายถึงการขัดขวาง, การปกปิด, การปิดกั้น, เครื่องกั้น และขยายไปถึงฉาก, โล่, ทำนบ, ป้อม, กำแพง, เชิงเทิน
ถ้าเป็นกริยาก็หมายถึง ปฏิเสธ, ขัดขวาง, ยับยั้ง, ไม่ยอม, ไม่ให้เข้า

“อาวรณ์” ในภาษาไทยมักเข้าใจกันในความหมายว่า ห่วงใย, อาลัย, คิดกังวลถึง นิยมใช้เข้าคู่กับ “อาลัย” เป็น “อาลัยอาวรณ์”

ความหมายในภาษาไทยเป็น “ผล” ที่เกิดจาก “เหตุ” ตามความหมายในบาลี คือ เพราะถูกขัดขวางไม่ให้เข้าไปถึง- หรือออกไปหาคน เรื่อง หรือสิ่ง ที่ต้องการจะเข้าให้ถึงหรือไปหา จึงเกิดอาการห่วงใย, อาลัย, คิดกังวลถึง

“อาลัย” ออกไปจากสิ่งนั้นไม่ได้ = “กลับไม่ได้”
“อาวรณ์” เข้าไปหาสิ่งนั้นไม่ได้ = “ไปไม่ถึง”
ใครเป็นเช่นนี้ ไม่ว่าจะเดินทางชีวิตหรือทางธรรมดา ท่านว่า น่าเวทนาพอๆ กัน

Read More
บาลีวันละคำ

อาลัย (บาลีวันละคำ 321)

อาลัย

ไทยอ่านว่า อา-ไล บาลีเป็น “อาลย” อ่านว่า อา-ละ-ยะ

รากศัพท์มาจาก อา (= ทั่ว, มาก, ยิ่ง) + ลิ (ธาตุ = ติดใจ, ติดแน่น) แปลง อิ ที่ ลิ เป็น ย = ลย : อา + ลิ (= ลย) = อาลย แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่ใจไปติดแน่นอยู่”
นักภาษาอธิบาย “อาลย – อาลัย” เป็นรูปธรรมว่า เหมือน “คอน” ที่นกเกาะนอน เท้านกจะต้องยึดแน่นอยู่กับคอนนั้น มิเช่นนั้นก็ตก อาการที่จับติดแน่นไม่ยอมปล่อยนั่นเองคือ “อาลัย”
ตามรากศัพท์เช่นนี้ “อาลัย” ในทางรูปธรรมจึงหมายถึงสถานที่พักอาศัย, ที่อยู่, แหล่งรวมของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น –
ชลาลัย = แหล่งรวมแห่งน้ำ คือแม่น้ำ หรือทะเล
เทวาลัย = ที่อยู่ของเทพยดา
หิมาลัย = แหล่งรวมแห่งหิมะ คือภูเขาที่มีหิมะปกคลุมตลอดปี

ในทางนามธรรม “อาลัย” หมายถึงความมีใจผูกพัน, ความเยื่อใย, ความติดใจปรารถนา, ความรักใคร่, ความต้องการ สรุปรวมก็คือ ตัณหา ราคะ หรือกิเลสทั้งหลาย
นอกจากนี้ “อาลัย” ยังมีความหมายไปถึงวิธีการเพื่อให้ได้สมปรารถนาอีกด้วย คือหมายถึงการแสร้งทำ, มารยา, ข้อแก้ตัว

ในภาษาไทย “อาลัย” มีความหมายตรงตามบาลี คือหมายถึงห่วงใย, พัวพัน, ระลึกถึงด้วยความเสียดาย

“อาลัย” เป็นอารมณ์ที่เหมือนเย็น แต่ร้อน เหมือนง่าย แต่ยาก
ท่านจึงว่า :
“จะหักอื่นขืนหักก็จักได้
หักอาลัยนี้ไม่หลุดสุดจะหัก”

Read More
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้