อาศิรวาท (บาลีวันละคำ 215)
อาศิรวาท
(คำไทยที่มาจากบาลีสันสกฤต)
คำนี้พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 เก็บไว้หลายรูป คือ อาศิรพจน์, อาศิรพาท, อาศิรวจนะ, อาเศียรพจน์, อาเศียรพาท, อาเศียรวจนะ, อาเศียรวาท
Read Moreอาศิรวาท
(คำไทยที่มาจากบาลีสันสกฤต)
คำนี้พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 เก็บไว้หลายรูป คือ อาศิรพจน์, อาศิรพาท, อาศิรวจนะ, อาเศียรพจน์, อาเศียรพาท, อาเศียรวจนะ, อาเศียรวาท
Read Moreมูรธาภิเษก
(คำไทยที่มาจากบาลีสันสกฤต)
อ่านว่า มู-ระ-ทา-พิ-เสก เขียนเป็น “มุรธาภิเษก” ก็มี
คำนี้เขียนแบบบาลีเป็น “มุทฺธาภิเสก” (มุด-ทา-พิ-เส-กะ) ประกอบด้วยคำว่า มุทฺธา (หรือ มุทฺธ) + อภิเสก
“มุทฺธา” แปลว่า ศีรษะ, หัว, ยอด, จุดสูงสุด
“อภิเสก” แปลว่า การรดน้ำ, การประพรม, การเจิม, การทำพิธีสถาปนา
“มูรธาภิเษก” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 บอกความหมายว่า “นํ้ารดพระเศียรในงานราชาภิเษกหรือพระราชพิธีอื่น ๆ”
สัตบุรุษ
คำนี้ตรงกับบาลีว่า “สปฺปุริส” (สับ-ปุ-ริ-สะ)
มีรากศัพท์มาจาก “สนฺโต ปุริโส = สปฺปุริโส”
“สนฺต” แปลว่า เงียบ, ราบรื่น, สงบ, บริสุทธิ์
“ปุริส” หมายถึงคน (รวมทั้งชายและหญิง)
“สปฺปุริส” จึงแปลว่า “คนสงบ” หรือ “ผู้บริสุทธิ์”
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 ให้ความหมายไว้ว่า
“คนที่เป็นสัมมาทิฐิ, คนดีน่านับถือ มีคุณธรรม ประพฤติอยู่ในศีลในธรรม”
ฝรั่งแปล “สปฺปุริส” ว่า a good, worthy man
“สปฺปุริส” สันสกฤตเป็น “สตฺปุรุษ” ภาษาไทยเขียนอิงสันสกฤตว่า “สัตบุรุษ” และ พจน.กำหนดให้อ่านว่า สัด-บุ-หฺรุด
แต่มักอ่านกันตามสะดวกว่า สัด-ตะ-บุ-หฺรุด
บางทีก็เลยเขียนตามเสียงอ่านเป็น “สัตตบุรุษ” จึงทำให้เห็นเป็นคำว่า “สัตต” ที่แปลได้ว่า “เจ็ด”
ยิ่งมีธรรมะชุดหนึ่งเรียกว่า “สัปปุริสธรรม” แปลว่า “ธรรมของสัตบุรุษ” มี 7 ข้อ เลยเข้าทางกันพอดี
สตฺต
อ่านว่า สัด-ตะ
คำว่า “สตฺต” แปลได้ 2 อย่างคือ (1) จำนวนเจ็ด (2) แปลทับศัพท์ใช้ในภาษาไทยว่า “สัตว์” ซึ่งเป็นการสะกดตามนัยสันสกฤตที่เขียน “สตฺตฺว”
“สตฺต” ตามความหมายที่ (2) แปลตามศัพท์ว่า “ผู้ติดข้องหมกมุ่น” “ยังผู้อื่นให้ติดข้อง” “ผู้ประกอบด้วยลักษณะของผู้ติดข้อง”
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ให้ความหมายคำว่า “สัตว์” ว่า –
“สิ่งมีชีวิตซึ่งแตกต่างไปจากพรรณไม้ ส่วนมากมีความรู้สึกและเคลื่อนไหวย้ายที่ไปได้เอง, ความหมายที่ใช้กันเป็นสามัญหมายถึง สัตว์ที่ไม่ใช่คน, เดรัจฉาน”
Read Moreโพธิสมภาร
ใช้ในภาษาไทย อ่านว่า โพ-ทิ-สม-พาน
ในบทขัดโมรปริตร มีคำขึ้นต้นว่า “ปูเรนตัมโพธิสัมภาเร พระโพธิสัตว์บำเพ็ญโพธิสมภาร…”
ในภาษาไทย มีคำที่พูดกันว่า “…พึ่งพระบรมโพธิสมภาร”
“โพธิสมภาร” คืออะไร ?
“โพธิสมภาร” ภาษาบาลีเขียน “โพธิสมฺภาร” (โพ-ทิ-สำ-พา-ระ)ประกอบด้วยคำว่า โพธิ + สมฺภาร
“โพธิ” (รูปเต็ม – สมฺโพธิ) แปลว่า ความรู้, ปัญญา, การตรัสรู้, ความเป็นพระพุทธเจ้า
“สมฺภาร” (สํ + ภาร) แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่นำไปด้วยกัน” = การนำมารวมกัน, การสะสม, การตระเตรียม, การผลิต, วัตถุ, ปัจจัย, ส่วนประกอบ, องค์ประกอบ, การเกื้อกูล, การเลี้ยงดู
“โพธิสมฺภาร” มีความหมายรวบยอดว่า “การบำเพ็ญคุณงามความดีเพื่อตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า”
Read Moreนิพฺพาน
อ่านว่า นิบ-พา-นะ
ภาษาไทยใช้รูปเดียวกัน อ่านว่า นิบ-พาน
(๑) “นิพฺพาน” ในแง่ภาษา
1- “สภาวธรรมที่ออกพ้นจากเครื่องร้อยรัด”
2- “สภาวธรรมเป็นเหตุดับไปแห่งไฟราคะเป็นต้น”
3- “สภาวธรรมเป็นที่ไม่มีตัณหา”
4- “สภาวธรรมที่เมื่อบุคคลได้บรรลุแล้วย่อมไม่มีตัณหา”
(๒) “นิพฺพาน” ในแง่ความหมาย
1- การดับของไฟหรือความร้อน
2- อนามัย, ความรู้สึกว่าร่างกายมีความผาสุกสวัสดี
3- การดับไฟทางใจ 3 กอง
4- ความรู้สึกมีสุขภาพในด้านดี, ความมั่นคง, ความถูกปลดปล่อยเป็นอิสระ, ชัยชนะและความสงบ, ความพ้นจากอบายมุข, ความสุขสำราญ
(๓) “นิพฺพาน” ในแง่ความเข้าใจ
1- นิพพานไม่ใช่สถานที่ ซึ่งมีอยู่แล้ว ณ เวลานี้ แล้วก็พยายามจะไปกันให้ถึง แต่นิพพานเป็นสภาวะหรือคุณภาพของจิตใจ
2- นิพพานเป็นสัจธรรม ไม่ขึ้นกับความเชื่อหรือความเข้าใจของใคร ไม่ว่าใครจะเชื่ออย่างไรหรือไม่เชื่ออย่างไร นิพพานก็เป็นจริงอย่างที่นิพพานเป็น
3- นิพพานเข้าใจได้ด้วยการสัมผัสของจริง ไม่ใช่ด้วยการอ่านหรือฟังคำบรรยาย เหมือนรสอาหาร ต่อให้พรรณนาหยดย้อยก็รู้ไม่ได้ แต่เมื่อได้ลิ้มรส แม้ไม่ต้องพรรณนาก็รู้ได้เอง
4- ผู้บรรลุนิพพานไม่ต้องออกไปอยู่นอกสังคมหรือนอกโลก พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลายท่านก็ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ตามปกติ
นิพฺพานปจฺจโย โหตุ
อ่านว่า นิบ-พา-นะ-ปัด-จะ-โย / โห-ตุ
ประกอบด้วย นิพฺพาน + ปจฺจโย = นิพฺพานปจฺจโย คำหนึ่ง และ โหตุ อีกคำหนึ่ง
“นิพฺพานปจฺจโย โหตุ” แปลว่า “จงเป็นปัจจัยแก่พระนิพพาน” = ขอความดีที่ได้บำเพ็ญนี้จงเป็นเหตุสนับสนุนให้ได้บรรลุถึงพระนิพพาน
Read Moreกลฺยาณ
อ่านว่า กัน-ลฺยา-นะ (ออกเสียง ละ นิดหนึ่ง)
“กลฺยาณ” แปลตามรากศัพท์ว่า “สิ่งที่ถึงความปราศจากโรค” (นึกเทียบ-ป่วย แล้วหายป่วย คืออะไร) “สิ่งที่ทำให้สำเร็จประโยชน์”
“กลฺยาณ – กัลยาณะ” จะมีความหมายอย่างไรขึ้นอยู่กับบริบท แต่เป็นไปในทางดีทั้งสิ้น เช่น –
Read Moreมาตุคาม
อ่านว่า มา-ตุ-คา-มะ ภาษาไทยอ่านว่า มา-ตุ-คาม
ประกอบด้วยคำว่า มาตุ + คาม = มาตุคาม
“มาตุ” แปลว่า แม่ (หญิงที่มีลูก)
“คาม” ศัพท์นี้เรามักเข้าใจกันในความหมายว่า บ้าน, หมู่บ้าน แต่ “คาม” ที่ต่อท้าย “มาตุ” มาจากรากศัพท์ต่างกัน ตามคำแปลดังนี้
1- “มาตุคาม” แปลว่า “ผู้มีร่างกายเหมือนร่างกายแห่งมารดา” คำแปลนี้ “คาม” หมายถึง “ร่างกาย” คือเปรียบ คาม = บ้าน เหมือนร่างกาย
2- “มาตุคาม” แปลว่า “ผู้เป็นไปเหมือนมารดา” คำแปลนี้ “คาม” มาจาก “คมฺ” ธาตุ แปลว่า “เป็นไป”
3- “มาตุคาม” แปลว่า “ผู้ถึงภาวะเสมอเหมือนมารดา” คำแปลนี้ “คาม” มาจาก “คมฺ” ธาตุ แปลว่า “ไป, ถึง”
4- “มาตุคาม” แปลว่า “ผู้กินเหมือนมารดา” คำแปลนี้ “คาม” มาจาก “คสฺ” ธาตุ แปลว่า “กิน” (“กินเหมือนมารดา” ก็อย่างเช่น แม่ต้องให้ลูกได้กินก่อน ตัวเองจึงจะกิน)
5- “มาตุคาม” แปลว่า “ผู้ขับกล่อมเหมือนมารดา” คำแปลนี้ “คาม” มาจาก “เค” ธาตุ แปลว่า “ขับขาน, ขับกล่อม, ส่งเสียง”
สรุปว่า “มาตุคาม” หมายถึงผู้หญิง, เพศหญิง คำนี้มักใช้ในเมื่อกล่าวถึงธรรมชาติธรรมดาของเพศหญิง
Read Moreชีวก โกมารภัจ
ชื่อหมอใหญ่ผู้เชี่ยวชาญในการรักษาและมีชื่อเสียงมากในครั้งพุทธกาล วงการแพทย์แผนไทยนับถือกันมาก ถึงกับสร้างรูปเคารพบูชากันทั่วไป เรียกกันเป็นสามัญว่า “หมอชีวก”
“ชีวก โกมารภัจ” (ชี-วก โก-มา-ระ-พัด) ภาษาบาลีเป็น “ชีวโก โกมารภจฺโจ” อ่านว่า ชี-วะ-โก / โก-มา-ระ-พัด-โจ
ชื่อนี้มาจากประวัติชีวิตของหมอชีวกเอง
เมื่อคลอด แม่เอาไปทิ้งที่กองขยะ เจ้าชายอภัยราชกุมารโอรสของพระเจ้าพิมพิสารไปพบเข้า ตรัสถามมหาดเล็กว่า เด็กตายหรือยัง มหาดเล็กตอบว่า “ชีวติ = ยังเป็นอยู่” จึงเก็บเอาไปเลี้ยง ตั้งชื่อว่า “ชีวโก” แปลว่า “ยังเป็น” (เทียบตามคำไทย เห็นจะตรงกับ “บุญยัง” หรือ “บุญรอด”)
และเพราะราชกุมารเอาไปเลี้ยง จึงมีสร้อยนามว่า “โกมารภจฺโจ” ซึ่งมาจากคำว่า กุมาร (= ราชกุมาร) + ภจฺจ (= ผู้ได้รับการเลี้ยงดู) แผลง อุ ที่ กุ เป็น โอ ตามกฎไวยากรณ์ : กุมาร = โกมาร = โกมารภจฺโจ แปลว่า “ผู้ที่ราชกุมารเลี้ยง”