Author: Admin ชมรมธรรมธารา

บาลีวันละคำ

ปารมี [3] (บาลีวันละคำ 205)

ปารมี [3]

บารมีทั้ง 10 แบ่งระดับการบำเพ็ญเป็น 3 ระดับ ตามความเข้มข้น
อธิบายประกอบด้วยบารมีข้อแรก คือ ทาน

1 ระดับบารมี : บารมีระดับปกติธรรมดา คนทั่วไปทำได้
ตัวอย่าง ทานบารมี : สละของนอกกาย เช่น วัตถุสิ่งของ ทรัพย์สินเงินทอง สิทธิผลประโยชน์ และแม้ตำแหน่งหน้าที่

2 ระดับอุปบารมี : บารมีขั้นกลาง หรือจวนสูงสุด
ตัวอย่าง ทานอุปบารมี : สละให้อวัยวะในตัว เช่น บริจาคดวงตา ตับ ไต ปอด (หมายถึงต้องให้อวัยวะนั้นๆ ไปทั้งที่ตนยังมีชีวิตอยู่ ไม่ใช่ให้เมื่อตายแล้ว)

3 ระดับปรมัตถบารมี : บารมีขั้นสูงสุด, บารมีที่ทำจนถึงที่สุดเพื่อผลขั้นสูงสุด
ตัวอย่าง ทานปรมัตถบารมี : สละชีวิต แม้จะต้องตายก็ยอมด้วยความเต็มใจ

Read More
บาลีวันละคำ

ปารมี (2) (บาลีวันละคำ 204)

ปารมี (2)

คุณธรรมชุดใหญ่ที่จัดว่าเป็น “บารมี” ที่พระโพธิสัตว์จะต้องบำเพ็ญเพื่อตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้ามี 10 อย่าง คือ –

1 ทาน : สละให้ปันสิ่งของของตนเพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่น
2 ศีล : ควบคุมการกระทำและคำพูดให้ตั้งอยู่ในความดีงาม
3 เนกขัมมะ : การออกบวช, ความปลอดโปร่งจากสิ่งล่อเร้าเย้ายวน
4 ปัญญา : ความรู้เข้าใจหยั่งแยกได้ในเหตุผล
5 วิริยะ : ความพยายามทำกิจไม่ท้อถอย
6 ขันติ : ความหนักเอาเบาสู้เพื่อบรรลุจุดหมายที่ดีงาม
7 สัจจะ : ความจริง คือ จริงใจ จริงวาจา และจริงการ
8 อธิษฐาน : ความตั้งใจหนักแน่นเด็ดเดี่ยวว่าจะทำการนั้นๆ ให้สำเร็จ และมั่นคงแน่วแน่ในทางดำเนินและจุดมุ่งหมายของตน
9 เมตตา : ความรัก, ความปรารถนาให้เขามีความสุข
10 อุเบกขา : ความวางใจเป็นกลาง ไม่เอนเอียงด้วยชอบหรือชัง

Read More
บาลีวันละคำ

ปารมี [1] (บาลีวันละคำ 203)

ปารมี [1]

อ่านว่า ปา-ระ-มี
ภาษาไทยใช้ว่า “บารมี” (ป ปลา แผลงเป็น บ ใบไม้) อ่านว่า บา-ระ-มี

“ปารมี” ปรุงขึ้นจาก ปรม + ณี (ปัจจัย) = ปารมี แปลตามศัพท์ว่า “ภาวะของผู้มีปรมะ” (ดูความหมายที่คำว่า “ปรม”)
“ปารมี – บารมี” ยังมีคำแปลตามศัพท์อีกหลายความหมาย คือ –
1 ภาวะหรือการกระทำของผู้ประเสริฐ
2 ข้อปฏิบัติเป็นเครื่องถึงภาวะสูงสุดคือพระนิพพาน
3 ข้อปฏิบัติที่ให้ถึงพระนิพพาน
4 ข้อปฏิบัติเป็นเครื่องให้ถึงพระนิพพาน
5 ข้อปฏิบัติที่เป็นไปเพื่อประโยชน์สุขอันสูงสุด
6 ข้อปฏิบัติที่ผูกสัตว์อื่นไว้ในตนด้วยการประกอบความดีอย่างพิเศษ
7 ข้อปฏิบัติที่หมดจดอย่างยิ่งจากมลทินคือสังกิเลส
8 ข้อปฏิบัติที่ดำเนินไปสู่พระนิพพานโดยพิเศษ
9 ข้อปฏิบัติที่รู้ถึงโลกหน้าได้ด้วยญาณวิเศษเหมือนรู้โลกนี้
10 ข้อปฏิบัติที่ใส่กลุ่มความดีมีศีลเป็นต้นไว้ในสันดานตนอย่างดียิ่ง
11 ข้อปฏิบัติของผู้เบียดเบียนศัตรูคือหมู่โจรกิเลส
12 ข้อปฏิบัติที่หมดจดในพระนิพพาน
13 ข้อปฏิบัติที่ผูกสัตว์ไว้ในพระนิพพาน
14 ข้อปฏิบัติที่ดำเนินไปสู่พระนิพพานและยังสัตว์ให้ถึงพระนิพพาน
15 ข้อปฏิบัติที่รู้พระนิพพานตามเป็นจริง
16 ข้อปฏิบัติที่บรรจุเหล่าสัตว์ไว้ในพระนิพพาน
17 ข้อปฏิบัติที่เบียดเบียนข้าศึกคือกิเลสของเหล่าสัตว์ในพระนิพพาน

Read More
บาลีวันละคำ

ปรม (บาลีวันละคำ 202)

ปรม

อ่านว่า ปะ-ระ-มะ
ภาษาไทยใช้ว่า “บรม” คำเดียวโดดๆ อ่านว่า บอ-รม

“ปรม – บรม” ในภาษาบาลีแปลตามรากศัพท์ว่า –
(1) “ยังข้าศึกให้ตาย”
(2) “ขัดเกลาผู้อื่นให้หมดจด”
(3) “ยินดีในความยิ่งใหญ่”
(4) “ผูกผู้อื่นไว้ด้วยความดี”
(5) “ตักตวงคุณความดีไว้”
(6) “รักษาความสูงสุดของตนไว้ได้”
(7) “กำหนดรู้โลก”
(8) “ถึงนิพพาน”

Read More
บาลีวันละคำ

จาตุมฺมหาราช (บาลีวันละคำ 201)

จาตุมฺมหาราช

อ่านว่า จา-ตุม-มะ-หา-รา-ชะ
(ภาษาบาลีใช้แบบไม่ซ้อน มฺ คือเป็น “จาตุมหาราช” ก็มี)

ภาษาไทยใช้ว่า “จาตุมหาราช” (ม ม้า ตัวเดียว) อ่านว่า จา-ตุ-มะ-หา-ราด หรือ จา-ตุม-มะ-หา-ราด ก็ได้

“จาตุมหาราช” ประกอบด้วย จตุ + มหาราช

“จตุ” แปลว่า สี่ (จำนวน 4) เมื่อประสมกับคำอื่นแปลงตามกฎไวยากรณ์เป็น “จาตุ”
“มหาราช” แปลตามศัพท์ว่า “พระราชาผู้ใหญ่”

จตุ (จาตุ) + มหาราช เป็น “จาตุมหาราช” หมายถึงท้าวมหาราชสี่, เทวดาผู้รักษาโลกในสี่ทิศ, ท้าวโลกบาลทั้งสี่

และถ้าเป็น “จาตุมหาราชิก” หรือ “จาตุมหาราชิกา” ก็เป็นชื่อสวรรค์ชั้นแรกแห่งสวรรค์ 6 ชั้น มีเทวดาผู้ใหญ่ 4 องค์ร่วมกันปกครอง เรียกว่า “ท้าวจาตุมหาราช” หรือ “ท้าวจตุโลกบาล” (–จะ-ตุ-โลก-กะ-บาน)

Read More
บาลีวันละคำ

อินฺท (บาลีวันละคำ 200)

อินฺท

อ่านว่า อิน-ทะ

“อินฺท” แปลตามศัพท์ว่า “ผู้กระทำความเป็นใหญ่ยิ่ง” “ผู้ประกอบด้วยความยิ่งใหญ่” หมายถึง ผู้เป็นเจ้า, ผู้เป็นใหญ่, ผู้ยิ่งใหญ่, ผู้เป็นหัวหน้า, จอม, เจ้า, พระราชา

ในภาษาไทยใช้ว่า “อินท์” หรือ “อินทร์” (อิน) มักพูดหรือเขียนว่า “พระอินทร์” เป็นคำที่คนไทยคุ้นและเข้าใจกันในความหมายว่า เทวราชผู้เป็นใหญ่ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เวลาผู้มีบุญในโลกมนุษย์เดือดร้อน พระอินทร์จะลงมาช่วย

Read More
บาลีวันละคำ

ดาวดึงส์ (บาลีวันละคำ 199)

ดาวดึงส์

คำบาลีเขียนแบบไทย อ่านว่า ดาว-วะ-ดึง

“ดาวดึงส์” บาลีเป็น “ตาวตึส” (ตา-วะ-ติง-สะ) แปลตามศัพท์ว่า “ภพเป็นที่เกิดของคน 33 คน”

“ดาวดึงส์” มาจาก “ตาวตึส”

“ตาวตึส” ก็แปลงมาอีกต่อหนึ่ง คือมาจาก “เตตฺตึส” (เตด-ติง-สะ) แปลว่า “สามสิบสาม” (จำนวน 33)

เต = สาม (3)
ตึส = สามสิบ (30)

เต + ตึส ซ้อน ตฺ : เต + ตฺ + ตึส = เตตฺตึส = 33

แปลง เต เป็น ตาว ลบ ตฺ ท้าย เต

: เตตฺตึส > ตาวตฺตึส > ตาวตึส > ดาวดึงส์

“ดาวดึงส์” เป็นชื่อสวรรค์ชั้นที่ 2 แห่งสวรรค์ 6 ชั้น คือ จาตุมหาราชิก ดาวดึงส์ ยามา ดุสิต นิมมานรดี และ ปรนิมมิตวสวัตดี

Read More
บาลีวันละคำ

ศักดิ์สิทธิ์ (บาลีวันละคำ 198)

ศักดิ์สิทธิ์

คำบาลีสันสกฤตที่โอนสัญชาติเป็นไทยอย่างสนิท

“ศักดิ์” บาลีเป็น “สตฺติ” (สัด-ติ) สันสกฤตเป็น “ศกฺติ” แปลว่า (1) ความสามารถ, กำลัง, อำนาจ (2) หอก, ฉมวก, ลูกศร ภาษาไทยใช้ตามรูปสันสกฤต ในที่นี้ใช้ตามความหมายแรก
“สิทฺธิ” (สิด-ทิ) บาลี-สันสกฤตรูปเหมือนกัน แปลว่า การกระทำสำเร็จ, ความสำเร็จ, ความรุ่งเรือง
“ศักดิ์” คำเดียว พจน.42 ให้ความหมายว่า อํานาจ, ความสามารถ, เช่น มีศักดิ์สูง ถือศักดิ์; กำลัง; ฐานะ เช่นมีศักดิ์และสิทธิแห่งปริญญานี้ทุกประการ
“สิทธิ์” คำเดียว พจน.42 ให้ความหมายว่า อำนาจอันชอบธรรม เช่น บุคคลมีสิทธิและหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ เขามีสิทธิ์ในที่ดินแปลงนี้; อํานาจที่จะกระทําการใด ๆ ได้อย่างอิสระ โดยได้รับการรับรองจากกฎหมาย (right)

Read More
บาลีวันละคำ

โทรทัศน์ (บาลีวันละคำ 197)

โทรทัศน์

คำบาลีสันสกฤตที่บัญญัติขึ้นใช้ในภาษาไทย จากภาษาอังกฤษว่า television

คำว่า “โทรทัศน์” ประกอบด้วย โทร + ทัศน์

“โทร” บาลีเป็น “ทูร” (ทู-ระ) แปลง อู ที่ ทู เป็น โอ = โท : ทูร = โทร (โท-ระ) แปลว่า ไกล, ห่าง, ที่ไกล (โปรดสังเกตว่า เสียงใกล้กับ tele- ในภาษาอังกฤษ)
“ทัศน์” บาลีเป็น “ทสฺสน” (ทัด-สะ-นะ) สันสกฤตเป็น “ทรฺศน” เราใช้กึ่งไปข้างสันสกฤต เป็น “ทัศน” แล้วการันต์ที่ น เป็น “ทัศน์” (ทัด) แปลว่า การดู, การมอง, การเห็น, การทราบ, การเข้าใจ, ความรู้ชัด, ตา, สิ่งที่มองเห็น, ความเห็น, ลัทธิ, ทฤษฎี; การแสดง

Read More
บาลีวันละคำ

นานาจิตตัง (บาลีวันละคำ 196)

นานาจิตตัง

อ่านว่า นา-นา-จิด-ตัง

“นานาจิตตัง” บาลีเขียนว่า “นานาจิตฺต” (นา-นา-จิด-ตะ)
นานา + จิตฺต = นานาจิตฺต
“จิตฺต” แจกวิภัตติเป็น “จิตฺตํ” (จิด-ตัง) ภาษาไทยเอาเสียง จิด-ตัง ติดเข้ามาด้วย จึงเป็น “นานาจิตตัง”

“นานา” แปลตามรากศัพท์เดิมว่า “อย่างนั้นอย่างนี้” (so and so) = ต่างๆ นานา, ทุกชนิด, ต่างๆ กัน
คำว่า “นานา” ระวังอย่าเขียนผิดเป็น “นา ๆ” คำเดิมของบาลีเขียน “นา” 2 คำ เป็น “นานา” จึงใช้ไม้ยมกไม่ได้

Read More
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้