Author: Admin ชมรมธรรมธารา

บาลีวันละคำ

นิมิตฺต (2) (บาลีวันละคำ 335)

นิมิตฺต (2)

“นิมิตฺต – นิมิต” (นิ + มิตฺต อ่านว่า นิ-มิด-ตะ) นอกจากมีความหมายดังกล่าวแล้ว (บาลีวันละคำ 332) พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ยังบอกว่า “นิมิต” ถ้าเป็นคำที่ใช้เฉพาะในหนังสือ ไม่ใช่คำพูดทั่วไป หมายถึง “อวัยวะสืบพันธุ์” ก็ได้

“นิมิต” ที่หมายถึงอวัยวะสืบพันธุ์ มีคำแปลตามบทวิเคราะห์ว่า อวัยวะใด ย่อมนำน้ำหลั่งไหลออก เหตุนั้น อวัยวะนั้นจึงชื่อว่า “นิมิตฺต – นิมิต” แปลตามศัพท์ว่า “อวัยวะที่หลั่งน้ำออกมา”

“นิมิตฺต” ในความหมายนี้ประกอบด้วย นิ (= ออก)+ มิห (ธาตุ = ไหล, หลั่ง) + ต ปัจจัย, แปลง ห (ที่ มิห) เป็น ต = มิต : นิ + มิห (= มิต) + ต =นิมิตฺต = อวัยวะที่หลั่งน้ำออกมา = อวัยวะสืบพันธุ์

ฝรั่งแปล “นิมิตฺต” ในความหมายนี้ว่า sexual organ (พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ)

: คำบางคำ เรานึกไม่ถึงว่าจะมีความหมายแบบนั้น
: คนบางคน เราก็นึกไม่ถึงว่าจะทำอะไรไปได้แบบนั้น

Read More
บาลีวันละคำ

เนรมิต (บาลีวันละคำ 334)

เนรมิต

อ่านว่า เน-ระ-มิด บาลีเป็น “นิมฺมิต” อ่านว่า นิม-มิ-ตะ

“นิมฺมิต” แยกเป็น นิ (คำอุปสรรค = เข้า, ลง) + มา (ธาตุ = วัด, กะประมาณ) + ต ปัจจัย
นิ + มา ซ้อน มฺ = นิมฺมา แปลง อา ที่ มา เป็น อิ = นิมฺมิ + ต = นิมฺมิต แปลตามศัพท์ว่า “อันเขาวัดเอาไว้” หมายถึง กะแผน, วางแผน, สร้างสรรค์, ดลบันดาล

“นิมฺมิต” สันสกฤตเป็น “นิรฺมิต” เราเขียนอิงสันสกฤต แปลง อิ เป็น เอ จึงเป็น “เนรมิต” ใช้เป็นคำกริยา ความหมายเดียวกับบาลี คือ สร้าง, แปลง, ทํา

“นิมฺมิต” นอกจากเขียนเป็น “เนรมิต” แล้ว ยังเขียนเป็น “นิมิต” “นฤมิต” และ “นิรมิต” ตรงตัวตามสันสกฤตด้วย

หลักการจำง่ายๆ คือ –
“นิมิต – เครื่องหมาย” บาลีเป็น “นิ-มิตฺต”
“นิมิต (นิรมิต, เนรมิต, นฤมิต) – สร้าง, แปลง, ทํา, บันดาล” บาลีเป็น “นิมฺ-มิต”

“นิมฺมิต” รากศัพท์เดียวกับ นิมมานรดี, ปรนิมมิตวสวัตดี ชื่อสวรรค์ที่เราคุ้นกัน คือ “นิม-” ไม่ใช่ “นิ-”

ควรจำไว้อีกอย่างหนึ่งว่า ถ้ามีคำนำหน้า ไม่ว่าจะ -มิต ไหน ไร้ ร เรือพ่วง

: ไม่ต้องใช้เงินใช้ฤทธิ์ ก็เนรมิตความดีได้

Read More
บาลีวันละคำ

พทฺธสีมา (บาลีวันละคำ 333)

พทฺธสีมา

อ่านว่า พัด-ทะ-สี-มา
ภาษาไทยเขียนเป็น “พัทธสีมา” อ่านเหมือนกัน

“พทฺธสีมา” ประกอบด้วย พทฺธ + สีมา = พทฺธสีมา

“พทฺธ” เป็นคุณศัพท์ แปลตามศัพท์ว่า “อันเขาผูกแล้ว” มีความหมายว่า สิ่งที่ถูกผูก, อยู่ในความผูกพัน, ติดบ่วง, ถูกกับดัก, เอามารวมกัน, มัดเข้าด้วยกัน, ต่อโยงกัน, รวมกันเป็นกลุ่ม, ทำให้มั่นคง, ตั้งหลักแหล่ง, ตกลงกัน, ตกลงใจ, กำหนดขึ้น

“สีมา” แปลว่า เขต, แดน, ขอบเขต ในที่นี้หมายถึงเขตที่สงฆ์ตกลงไว้สำหรับภิกษุทั้งหลายที่อยู่ภายในเขตนั้นจะต้องทำสังฆกรรมร่วมกัน ซึ่งในทางพระวินัยทำได้ 2 วิธี คือ
1 ใช้สิ่งที่มีอยู่ทางธรรมชาติ เช่น จอมปลวก ต้นไม้ ทางน้ำ เป็นเครื่องกำหนดเขต เรียกสีมาชนิดนี้ว่า “อพัทธสีมา” แปลว่า “เขตที่ไม่ได้ผูก (= กำหนด) ขึ้นใหม่”
2 สงฆ์กำหนดเขตขึ้นใหม่ เรียกสีมาชนิดนี้ว่า “พัทธสีมา” แปลว่า “เขตที่ผูก” นิยมใช้หินทำเป็นลูกกลมที่เรียกว่า “ลูกนิมิต” เป็นเครื่องหมายเขต โดยฝังดินเพื่อมิให้เคลื่อนที่
พิธีกำหนดเขตขึ้นใหม่ นิยมเรียกว่า “ผูกพัทธสีมา”
เขตที่ผูกพัทธสีมาแล้วก็คือที่เราเรียกกันว่า “โบสถ์” นั่นเอง
บัตรเชิญไปร่วมอนุโมทนางานบวชสมัยก่อนยังนิยมใช้คำว่า “อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัด….”
(ดูเพิ่มเติมที่คำ : สีมา)

Read More
บาลีวันละคำ

นิมิต (1) (บาลีวันละคำ 332)

นิมิต (1)

อ่านว่า นิ-มิด บาลีเป็น “นิมิตฺต” อ่านว่า นิ-มิด-ตะ

“นิมิตฺต” แยกเป็น นิ (คำอุปสรรค = เข้า, ลง) + มิตฺต (ธาตุและปัจจัยผ่านกรรมวิธีทางไวยากรณ์ ไม่ใช่ “มิตฺต” ที่แปลว่า เพื่อน) = นิมิตฺต แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่กำหนดผลของตนไว้” “สิ่งเป็นที่อันเขาใส่ผลไว้แล้ว” “สิ่งที่ใช้เป็นเครื่องกำหนด”

“นิมิตฺต – นิมิต” มีความหมายหลายอย่าง คือ เครื่องแสดง (sign), สิ่งบอกเหตุ, การทำนาย, รูปร่างภายนอก, ตำหนิ (ของร่างกาย), ลักษณะ, คุณสมบัติ, ปรากฏการณ์, เครื่องหมาย (mark), จุดมุ่งหมาย, หลักฐาน, เหตุผล, เงื่อนไข
ความหมายสามัญของ “นิมิต” คือ “เครื่องหมายแสดง-”
ในภาษาไทย บางทีก็พูดว่า “นิมิตหมาย” เช่น “การมาเยือนของประธานาธิบดีสหรัฐเป็นนิมิตหมายที่ดีของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสอง”

“นิมิต” ที่เราคุ้นกันคำหนึ่งคือ “ลูกนิมิต” คือลูกกลม ๆ ประมาณเท่าบาตร มักทำด้วยหิน ฝังเป็นเครื่องหมายแสดงแนวเขตอุโบสถ
“ลูกนิมิต” ภาษาบาลีใช้ว่า “นิมิตฺต” คำเดียว (ไม่ใช่ นิมิตฺตปุตฺต = ลูกนิมิต !)

“นิมิต” เป็นคนละคำกับ “มิตร” ระวัง อย่าเขียนผิดเป็น “นิมิตร”

Read More
บาลีวันละคำ

เทพจร (บาลีวันละคำ 331)

เทพจร
(บาลีไทย)

อ่านว่า เทบ-พะ-จอน

“จร” อ่านแบบบาลีอ่านว่า จะ-ระ อ่านแบบไทยว่า จอน ความหมายสามัญว่าไป, (เหตุการณ์, ชีวิต) ดำเนินไป, ประพฤติ

“เทพ” คือ เทวดา “จร” คือ ไป : เทพ + จร = เทพจร แปลแบบไทยว่า เทวดาไป

“เทพจร” เรียกอีกคำหนึ่งว่า “เทวดาจร” เป็นคำที่ใช้ในวิชาหมอดูแบบ “สิบสองราศี” ประกอบด้วย พระเจดีย์, ฉัตรเงิน, คนศีรษะขาด, เรือนหลวง, ปราสาททอง, ราหู, ฉัตรทอง, เทพจร (เทวดาจร), นักโทษ, พ่อมด, แม่มด, นาคราช

วิธีดูคือนับอายุปัจจุบันว่าตกราศีอะไร แล้วทำนายไปตามคำทำนายประจำราศีนั้นๆ

เฉพาะราศี “เทพจร” คำทำนายที่เป็นหลักคือ เจ้าชะตามักต้องเดินทางออกนอกถิ่น

สมัยโบราณคนมักอยู่ประจำถิ่น และการเดินทางก็ใช้วิธี “เดิน” คือไปด้วยเท้า ใครที่มีเหตุให้ต้องเดินทางไปนั่นมานี่ไม่ค่อยได้หยุด จึงเกิดเป็นสำนวนเรียกว่า “เทพจรลงเท้า

Read More
บาลีวันละคำ

มลทิน (บาลีวันละคำ 330)

มลทิน
(บาลีพันทาง)

“มล” อ่านว่า มะ-ละ- อ่านแบบไทยว่า มน แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งเป็นเหตุให้มัวหมอง” หมายถึง ความมัวหมอง, ความสกปรก, ความไม่บริสุทธิ์, สิ่งที่ไม่บริสุทธิ์, เหงื่อไคล, สนิม, ของโสโครก, โทษ
นักเรียนบาลีนิยมแปล “มล” ว่า “มลทิน”
ในภาษาไทย “มลทิน” มีความหมายอย่างเดียวกับ “มล” ของบาลี

“มลทิน” เป็นบาลีครึ่งเดียวคือ “มล” ส่วน “ทิน” แม้จะมีบาลีรูปนี้ อ่านแบบบาลีว่า ทิ-นะ อ่านแบบไทยว่า ทิน แปลว่า “วัน” แต่ในคำว่า “มลทิน” นี้ “ทิน” ไม่ใช่คำบาลีที่แปลว่า “วัน” เว้นแต่จะคิดสนุกๆ ว่า “มลทิน” แปลว่า “วันสกปรก” ที่รู้กันในหมู่สุภาพสตรีว่า “วันเบาๆ”

Read More
บาลีวันละคำ

จักรี (บาลีวันละคำ 329)

จักรี

อ่านว่า จัก-กฺรี

“จักรี” เป็นรูปสันสกฤต (จกฺรี หรือ จกฺรินฺ) บาลีเป็น “จกฺกี” อ่านว่า จัก-กี
“จกฺกี” มาจาก จกฺก + อี = จกฺกี แปลว่า “ผู้มีจักร”
“จกฺก” (ไทยเขียน “จักร”) ความหมายสามัญคือ ล้อรถ สัญลักษณ์แห่งการขับเคลื่อนพัฒนาของมนุษยชาติ แล้วพัฒนาเป็นแผ่นกลม คือ อาวุธสำหรับขว้าง เป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจเพื่อปราบยุคเข็ญ

Read More
บาลีวันละคำ

อาหาร (บาลีวันละคำ 328)

อาหาร

บาลีอ่านว่า อา-หา-ระ ไทยอ่านว่า อา-หาน

“อาหาร” เป็นคำบาลีที่เราเอามาใช้จนเข้าใจกันดีโดยไม่ต้องแปล
คำว่า “อาหาร” ประกอบด้วย “หร” (หะ-ระ) = “นำไป” มี “อา-” (= กลับความ) อยู่ข้างหน้า จาก “นำไป” จึงกลายเป็น “นำมา”
“อาหาร” จึงแปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่นำมาซึ่งผล” ตามที่เข้าใจกันทั่วไปคือ เมื่อกินอาหารแล้วก็นำมาซึ่งผลคือมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ ดังที่ พจน.42 ให้ความหมายว่า “อาหาร” คือ ของกิน, เครื่องคํ้าจุนชีวิต, เครื่องหล่อเลี้ยงชีวิต

Read More
บาลีวันละคำ

อุบัติเหตุ (บาลีวันละคำ 327)

อุบัติเหตุ

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ไม่ได้บอกคำอ่าน แต่บอกความหมายว่า “อุบัติเหตุ” คือ “เหตุที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด, ความบังเอิญเป็น”

“อุบัติเหตุ” เขียนแบบบาลีเป็น “อุปฺปตฺติเหตุ” อ่านว่า อุบ-ปัด-ติ-เห-ตุ
“อุปฺปตฺติ” ทับศัพท์ว่า “อุบัติ” แปลว่า การเกิดขึ้น, การผลิตขึ้น, กำเนิด, การเกิดใหม่, โอกาส
“เหตุ” แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่ดำเนินไปสู่ความเป็นผล” ภาษาไทยใช้ทับศัพท์ อ่านว่า เหด ไม่ต้องแปลก็เข้าใจกันดี

“อุบัติเหตุ” อ่านตามหลักภาษาว่า อุ-บัด-ติ-เหด แปลตามหลักภาษาว่า “เหตุที่เกิดขึ้น” คำนี้ไม่ส่องความว่าดีหรือร้าย คาดคิดหรือไม่คาดคิดก็ตาม

“อุบัติเหตุ” เป็นที่เข้าใจกันว่า ตรงกับคำฝรั่งว่า accident
พจนานุกรมอังกฤษ-บาลี แปล accident เป็นบาลีว่า “สหสาปตฺติ” แปลว่า “การถึงเข้าโดยฉับพลัน” และ “อนเปกฺขิตนฺตราย” แปลว่า “อันตรายที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน”

แรกนั้น accident มีผู้รู้ใช้ว่า “อุปัทวเหตุ” (อุ-ปัด-ทะ-วะ-เหด)
“อุปัทวะ” บาลีเป็น “อุปทฺทว” แปลว่า การพุ่งไป, เคราะห์ร้าย, ความทุกข์
พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “อุปทฺทว” ว่า accident ตรงกับที่ผู้รู้ในเมืองไทยใช้ว่า “อุปัทวเหตุ”

Read More
บาลีวันละคำ

สากล (บาลีวันละคำ 326)

สากล

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 บอกไว้ว่า “สากล” คือ
“ทั่วไป, ทั้งหมด, ทั้งสิ้น, เช่น สากลโลก สากลจักรวาล; เป็นที่นิยมทั่วไป เช่น เครื่องแต่งกายชุดสากล, สามัญหมายถึงแบบซึ่งเดิมเรียกว่า ฝรั่ง เช่น มวยฝรั่ง เรียก มวยสากล, ใช้แทนคํา ‘ระหว่างประเทศ’ ก็มี เช่น สภากาชาดสากล น่านน้ำสากล”

พจน.42 ยังบอกด้วยว่า “สากล” มาจากบาลีสันสกฤตว่า “สกล”
“สกล” บาลีอ่านว่า สะ-กะ-ละ ไทยอ่านว่า สะ-กน
แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่เป็นไปพร้อมกับส่วนย่อยทั้งหลาย”
หมายความว่า ไม่ว่าจะมี “ส่วนย่อย” อยู่ที่ไหน “สิ่ง” ที่ว่านี้ก็จะรวมส่วนย่อยนั้นเข้ามาไว้ทั้งหมด
“สกล” จึงหมายถึง ทั้งหมด, ทั้งปวง, ทั้งสิ้น, ทั่วไปหมด (all, whole, entire)

Read More
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้