บาลีวันละคำ

บาลีวันละคำ

ดูกร (บาลีวันละคำ 759)

ดูกร
คำไทยที่ถูกอ่านเป็นบาลี
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 บอกไว้ว่า –
“ดูกร : คำกล่าวขึ้นต้นข้อความกับผู้ที่จะพูดด้วยให้สนใจฟัง”
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 แก้ไขบทนิยามใหม่เป็นดังนี้ –
“ดูกร : คำกล่าวเรียกผู้ที่จะสนทนาด้วย เป็นคำที่ผู้ใหญ่พูดกับผู้น้อย เช่น ดูกรเจ้าชาลีลูกรัก (ม. ร่ายยาว กุมาร)”
คำว่า “ดูกร” พจน.บอกคำอ่านไว้ว่า ดู-กะ-ระ และ ดู-กอน
ทั้ง ดูกะระ และ ดูกอน เป็นคำอ่านที่มีนัยเหมือนคำบาลี
คำบาลีว่า “กร” (กะ-ระ) ที่คุ้นกันในภาษาไทย คือที่แปลว่า “มือ” หรือ “ผู้ทำ” เช่น ทินกร = “ผู้ทำกลางวัน” คือดวงอาทิตย์
พจนานุกรมบาลี-อังกฤษแปลคำว่า “กร” ว่า “the maker” และ ไขความว่า “the hand” เพราะเป็น “ผู้ทำ” นั่นเองจึงหมายถึง “มือ” เนื่องจากเราใช้มือทำกิจต่างๆ มากที่สุด
“กร” ในบาลียังมีความหมายอื่นๆ อีก เช่น รัศมี, แสงสว่าง, งวงช้าง, อากร, ภาษี, ส่วย, น้ำ
แต่คำว่า “ดูกร” ไม่ได้มีความหมายตามคำบาลีใดๆ ทั้งสิ้น

Read More
บาลีวันละคำ

โบราณ (บาลีวันละคำ 758)

โบราณ
อ่านว่า โบ-ราน
บาลีเป็น “โปราณ” อ่านว่า โป-รา-นะ
รากศัพท์มาจาก ปุร + น
“ปุร” (ปุ-ระ) แปลว่า ก่อน (before), ข้างหน้า (in front of)
ใช้สูตร “ทีฆะ อะ เป็น อา” : ปุร > ปุรา และ “พฤทธิ์ อุ เป็น โอ” : ปุรา > โปรา
“น” (นะ) เป็นปัจจัย แทนคำว่า “มีมา” หรือ “มีอยู่” แปลง น (น หนู) เป็น ณ (ณ เณร)
: ปุร > ปุรา + น > ณ = ปุราณ > โปราณ
ในบาลีมีทั้งรูป “ปุราณ” และ “โปราณ”
“ปุราณ-โปราณ” มีสูตรในการหาความหมายว่า –
“ปุรา ปุเร วา ภโว ปุราโณ” แปลว่า “สิ่งที่มีมาแต่เก่าก่อน หรือมีอยู่ในกาลก่อน ชื่อว่า ปุราณ”
ในบาลี “ปุราณ-โปราณ” ใช้ในความหมายดังนี้ –
(1) บุคคล, สิ่งของ, เรื่องราว, กาลเวลา ที่เกิดขึ้น-มีมาแล้วในอดีต (ตรงกับความหมายที่เข้าใจกันในภาษาไทย)
(2) สิ่งที่ถูกใช้งานมาแล้ว (ไม่ว่าจะยังใช้ได้อยู่หรือใช้ไม่ได้อีกแล้วก็ตาม)
(3) ผู้ที่เคยเป็น หรืออยู่ในตำแหน่งฐานะใดๆ มาก่อน แต่ปัจจุบันไม่ได้เป็นแล้ว
(4) มรดก, ผลที่เกิดจากการประกอบการในอดีต (เช่น บุญเก่า)
ในภาษาไทยใช้ว่า “บุราณ” ก็มี “โบราณ” ก็มี พจน.54 บอกไว้ว่า –
(1) บุราณ : (คำวิเศษณ์) เก่า, ก่อน, เช่น คําบุราณท่านว่าไว้เป็นครู.

Read More
บาลีวันละคำ

บุรณะ-บูรณะ (บาลีวันละคำ 757)

บุรณะ-บูรณะ
อ่านว่า บุ-ระ-นะ / บู-ระ-นะ
บาลีเป็น “ปูรณ” อ่านว่า ปู-ระ-นะ
“ปูรณ” รากศัพท์มาจาก ปูรฺ + ยุ
“ปูรฺ” เป็นธาตุ (รากศัพท์) มีความหมายว่า “เต็ม, ทำให้เต็ม”
ธาตุในความหมายนี้มีทั้ง ปูรฺ (สระ อู) และ ปุรฺ (สระ อุ)
ถ้าเป็น ปุรฺ (สระ อุ) กระบวนการทางไวยากรณ์ในคำนี้คือ “ทีฆะ อุ เป็น อู” : ปุรฺ > ปูรฺ
“ยุ” เป็นปัจจัย แปลว่า การ-, ความ- แปลง ยุ เป็น อน (อะ-นะ) แล้วแปลง น (น หนู) เป็น ณ (ณ เณร)
: ปูรฺ (หรือ ปุรฺ > ปูรฺ) + ยุ > อน > อณ : ปูร + ณ = ปูรณ แปลว่า ความเต็ม, การทำให้เต็ม, บรรจุจนเต็ม, เติมให้เต็ม (filling)
ข้อสังเกตทางภาษา :
คำว่า “เต็ม” เรามักคุ้นคำอังกฤษว่า full แต่ในที่นี้ คำอังกฤษว่า filling เพราะ “ปูรณ” เป็นคำนาม ถ้าจะให้หมายถึง full บาลีจะเป็น “ปุณฺณ” (ปุน-นะ) (ธาตุตัวเดียวกับ ปูรณ แต่ลงปัจจัยคนละตัว) ใช้เป็นคุณศัพท์ เช่น ปุณฺณจนฺท = จันทร์เต็ม > จันทร์เพ็ญ = the full moon
“ปูรณ” ภาษาไทยใช้เป็น “บุรณะ” (บุ- สระ อุ) ก็มี “บูรณะ” (บู- สระ อู) ก็มี
คำว่า “บุรณะ” (บุ- สระ อุ) พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“บุรณะ : (คำกริยา) ซ่อมแซมทําให้กลับคืนดีเหมือนเดิม เช่น บุรณะวัด, มักใช้เข้าคู่กับ ปฏิสังขรณ์ เป็น บุรณปฏิสังขรณ์; (ส. ปูรณ ป. ปุณฺณ)”
คำว่า “บูรณะ” (บู- สระ อู) ก็บอกความหมายตรงกันกับ “บุรณะ” คือ
“บูรณะ : (คำกริยา) ซ่อมแซมทําให้กลับคืนดีเหมือนเดิม เช่น บูรณะวัด, มักใช้เข้าคู่กับ ปฏิสังขรณ์ เป็น บูรณปฏิสังขรณ์; (ส. ปูรณ ป. ปุณฺณ)”
ความแตกต่างระหว่าง “บูรณะ” กับ “ปฏิสังขรณ์” :
ในภาษาไทยมักพูดควบกันไปว่า บูรณปฏิสังขรณ์ โดยไม่ได้แยกความหมายให้ชัดเจนว่า อย่างไรคือบูรณะ อย่างไรคือปฏิสังขรณ์

Read More
บาลีวันละคำ

ปฏิสังขรณ์ (บาลีวันละคำ 756)

ปฏิสังขรณ์
อ่านว่า ปะ-ติ-สัง-ขอน
บาลีเป็น “ปฏิสงฺขรณ” อ่านว่า ปะ-ติ-สัง-ขะ-ระ-นะ
“ปฏิสงฺขรณ” รากศัพท์มาจาก ปฏิ + สํ + กรฺ + ยุ
“ปฏิ” เป็นคำอุปสรรค ใช้นำหน้าคำอื่น มีความหมายว่า เฉพาะ ตอบ ทวน กลับ
ในที่นี้น้ำหนักของความหมายอยู่ที่ “กลับ” หรือ “ทวน”
“สํ” เป็นคำอุปสรรค ใช้นำหน้าคำอื่น มีความหมายว่า พร้อมกัน, ร่วมกัน
ในที่นี้แปลงนิคหิตเป็น งฺ : สํ = สงฺ
“กรฺ” เป็นธาตุ (รากศัพท์) มีความหมายว่า “ทำ”
ในที่นี้แปลงเป็น “ขร”
“ยุ” เป็นปัจจัย แปลว่า การ-, ความ- แปลง ยุ เป็น อน (อะ-นะ) แล้วแปลง น (น หนู) เป็น ณ (ณ เณร)
: ปฏิ + สํ = ปฏิสํ > ปฏิสงฺ + กร = ปฏิสงฺกร > ปฏิสงฺขร + ยุ > อน > อณ : ปฏิสงฺขร + ณ = ปฏิสงฺขรณ แปลตามศัพท์ว่า “การทำให้กลับคืนขึ้นมาพร้อมกัน” หมายถึง ปฏิสังขรณ์, ซ่อมแซม, บูรณะ (restoration, repair, mend)
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“ปฏิสังขรณ์ : (คำกริยา) ซ่อมแซมทําให้กลับคืนดีเหมือนเดิม (มักใช้เฉพาะวัดวาอาราม) เช่น ปฏิสังขรณ์วัด”
ในภาษาบาลี คำว่า “ปฏิสังขรณ์” มิได้จำกัดเฉพาะปฏิสังขรณ์วัด แม้การซ่อมแซมบ้านเมือง เช่น ป้อม กำแพง ค่ายคู ประตู หอรบ ก็ใช้คำว่า “ปฏิสังขรณ์” ด้วยเช่นกัน

Read More
บาลีวันละคำ

บุคลิก (บาลีวันละคำ 755)

บุคลิก
ภาษาไทยอ่านว่า บุก-คะ-ลิก
บาลีเป็น “ปุคฺคลิก” อ่านว่า ปุก-คะ-ลิ-กะ
“ปุคฺคลิก” มาจาก ปุคฺคล + อิก (อิ-กะ) ปัจจัย
“ปุคฺคล” (ปุก-คะ-ละ) แปลตามศัพท์ว่า –
(1) “ผู้เคลื่อนไปสู่นรก”
(2) “ผู้กินอาหารคือของบูดเน่า”
(3) “ผู้กินอาหารที่ยังอายุของสัตว์ให้เต็มเป็นไป” คือต้องกินจึงจะมีชีวิตอยู่ได้
(4) “ผู้ทำหมู่สัตว์โลกให้เต็มและเคลื่อนไปสู่ธรรมดาคือจุติและอุบัติ” คือเกิดมาทำให้โลกเต็มแล้วก็ตาย
“ปุคฺคล” ในบาลีหมายถึง –
(1) ปัจเจกชน, บุคคล, คน (an individual, person, man)
(2) สัตว์, สัตว์โลก (being, creature)
ปุคฺคล + อิก = ปุคฺคลิก แปลตามศัพท์ว่า “เป็นของเฉพาะบุคคล” หมายถึง เป็นของบุคคลคนเดียว, เฉพาะคน, ต่างหาก (belonging to a single person, individual, separate)
“ปุคฺคล” ใช้ในภาษาไทยว่า “บุคคล” พจน.54 บอกความหมายไว้ว่า

Read More
บาลีวันละคำ

อินทรีย์ (บาลีวันละคำ 753)

อินทรีย์
ภาษาไทยอ่านว่า อิน-ซี
บาลีเป็น “อินฺทฺริย” อ่านว่า อิน-ทฺริ-ยะ
“อินฺทฺริย” รากศัพท์ประกอบด้วย อินฺท + ร อาคม + อิย ปัจจัย
“อินฺท” รากศัพท์มาจาก อิทิ (ธาตุ = เป็นใหญ่ยิ่ง) + นิคหิตอาคม + อ ปัจจัย, แปลงนิคหิตเป็น น, ลบสระที่สุดธาตุ
: อิทิ > อึทิ (อิง-ทิ) > อินฺทิ > อินฺท + อ = อินฺท แปลว่า “ผู้กระทำความเป็นใหญ่ยิ่ง” หมายถึง พระอินทร์, ผู้เป็นเจ้า, ผู้เป็นหัวหน้า, พระราชา, ผู้ปกครอง
: อินฺท + ร = อินฺทร + อิย = อินฺทริย > อินฺทฺริย (มีจุดใต้ ทฺ) แปลตามศัพท์ว่า (1) “เป็นของพระอินทร์” (belonging to Indra) (2) “เป็นของผู้ปกครอง” (belonging to the ruler)
พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ ไขความคำว่า “อินฺทฺริย” (ตามความเข้าใจของฝรั่ง) ไว้ดังนี้ –
(1) faculty, function (สมรรถพล = กำลังแห่งความสามารถ, การทำงาน)
(2) kind, characteristic, determinating principle, sign, mark (ชนิด, ลักษณะ, หลักที่เป็นตัวกำหนด, เครื่องแสดง, เครื่องหมาย)
(3) principle, controlling force (หลักการ, กำลังที่ควบคุม)
(4) category (ประเภท)
อินฺทฺริย ภาษาไทยใช้ว่า “อินทรีย์” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกความหมายไว้ดังนี้ –
(1) ร่างกายและจิตใจ เช่น สํารวมอินทรีย์
(2) สติปัญญา เช่น อินทรีย์แก่กล้า
(3) สิ่งมีชีวิต

Read More
บาลีวันละคำ

สัญญาบัตร (บาลีวันละคำ 752)

สัญญาบัตร
อ่านว่า สัญญาบัตร
ประกอบด้วย สัญญา + บัตร
“สัญญา” บาลีเขียน “สญฺญา” ประกอบด้วย สํ 😊 พร้อมกัน) + ญา (ธาตุ = รู้) แปลงนิคหิตที่ สํ เป็น ญ
: สํ > สญฺ + ญา = สญฺญา มีความหมายหลายอย่าง คือ –
(1) ความรู้สึก, ความรับรู้, ความจำได้, ความหมายรู้ (sense, consciousness, perception)
(2) ความสังเกตจดจำ, ความสุขุม, ความตระหนัก (sense, perception, discernment, recognition)
(3) แนวความคิด, ความคิด, ความเข้าใจ (conception, idea, notion)
(4) สัญญาณ, กิริยาท่าทาง, เครื่องแสดง, เครื่องหมาย (sign, gesture, token, mark)
(5) ความประทับใจที่เกิดจากความรู้สึกและการจำได้, ความรู้สึกว่ามีบางสิ่งที่เหมือนกัน (เช่นเห็นคนหนึ่งแล้วนึกถึงอีกคนหนึ่ง) (sense impression and recognition)
“บัตร” บาลีเป็น “ปตฺต” (ปัด-ตะ) สันสกฤตเป็น “ปตฺร” แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่จะร่วงหล่นโดยไม่นาน” หมายถึง ใบไม้, ใบ, แผ่น, ใบหนังสือ, จดหมาย, ลายลักษณ์อักษรทั่วไป
ปตฺต > ปตฺร ภาษาไทยเขียนอิงสันสกฤตเป็น “บัตร”
เดิมเราขีดเขียนอักษรลงบนใบไม้เพื่อใช้ส่งสารติดต่อถึงกัน ต่อมาเมื่อพัฒนาขึ้นเป็นแผ่นกระดาษ จึงเรียกกระดาษหรือสิ่งที่เป็นแผ่นใช้เขียนลายลักษณ์อักษรว่า “ปตฺต – ปตฺร – บัตร”
ในภาษาไทย คำว่า “บัตร” ใช้ต่อท้ายคำศัพท์ที่เป็นบาลีสันสกฤตด้วยกัน เช่น นามบัตร สิทธิบัตร ประกาศนียบัตร มรณบัตร อนุโมทนาบัตร
สัญญา + บัตร = สัญญาบัตร แปลตามศัพท์ว่า “หนังสือ (ที่ประกาศ) เพื่อให้จำได้”
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

Read More
บาลีวันละคำ

กิตติมศักดิ์ (บาลีวันละคำ 751)

กิตติมศักดิ์
อ่านว่า กิด-ติ-มะ-สัก
ประกอบด้วย กิตติม + ศักดิ์
“กิตติม” คำเดิมในบาลีเป็น “กิตฺติมา” ส่วนประกอบมาจาก กิตฺติ + มนฺตุ (ปัจจัย แทนความหมายว่า “มี”)
“กิตฺติ” แปลตามศัพท์ว่า “ความดีอันเขากล่าวถึง” หมายถึง คําเล่าลือ, คําสรรเสริญ, ชื่อเสียง, เกียรติยศ, ความรุ่งโรจน์ (fame, renown, glory, honour)
กิตฺติ + มนฺตุ แปลง -นฺตุ เป็น อา : ม + อา = มา : กิตฺติ + มา = กิตฺติมา แปลว่า ผู้มีเกียรติ, ผู้มีชื่อเสียง, ผู้ควรแก่การยกย่อง
“ศักดิ์” บาลีเป็น “สตฺติ” (สัด-ติ) สันสกฤตเป็น “ศกฺติ” แปลว่า ความสามารถ, กำลัง, อำนาจ (ability, power) ภาษาไทยเขียนอิงสันสกฤตเป็น “ศักดิ” และนิยมออกเสียงว่า “สัก” จึงสะกดเป็น “ศักดิ์”
พจน.54 บอกไว้ว่า –
“ศักดิ์ : (คำนาม) อํานาจ, ความสามารถ, เช่น มีศักดิ์สูง ถือศักดิ์; กำลัง; ฐานะ เช่นมีศักดิ์และสิทธิแห่งปริญญานี้ทุกประการ.”
กิตติมา + ศักดิ์ ลบสระ อา ที่ -มา (ภาษาไวยากรณ์ว่า “รัสสะ อา เป็น อะ”)

Read More
บาลีวันละคำ

ลาสิกขาบท (บาลีวันละคำ 750)

ลาสิกขาบท
(คำที่วิปริต)
อ่านว่า ลา-สิก-ขา-บด
“สิกขาบท” บาลีเป็น “สิกฺขาปท” อ่านว่า สิก-ขา-ปะ-ทะ
ประกอบด้วย สิกฺขา + ปท
“สิกฺขา” มีรากศัพท์ คือ สิกฺข (ธาตุ = ศึกษา, เรียนรู้) + อ ปัจจัย + อา (ปัจจัยศัพท์ให้เป็นอิตถีลิงค์)
: สิกฺข + อ + อา = สิกฺขา
“สิกฺขา” แปลตามศัพท์ว่า “ข้อปฏิบัติอันบุคคลพึงศึกษา” หมายถึง การศึกษา, การฝึก, สิกขาหรือวินัย (study, training, discipline)
ในภาษาไทย “สิกฺขา” นิยมใช้ตามรูปสันสกฤต คือ “ศิกฺษา” แล้วเสียงกลายเป็น “ศึกษา” และพูดทับศัพท์ว่า “ศึกษา” จนเข้าใจกันทั่วไป
“ศึกษา” ในความเข้าใจทั่วไป มักหมายความเพียงแค่ “เรียนวิชาความรู้”
แต่ “สิกฺขา” ในภาษาบาลีหมายถึง การฝึกฝนปฏิบัติ, การเล่าเรียนให้รู้เข้าใจและฝึกหัดปฏิบัติให้เป็นคุณสมบัติที่เกิดมีขึ้นในตนหรือให้ทำได้ทำเป็น ตลอดจนแก้ไขปรับปรุงหรือพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไปจนถึงความสมบูรณ์
สำหรับบรรพชิต “สิกฺขา” หมายถึงระบบวิถีชีวิตทั้งชีวิต เช่น คฤหัสถ์บวชเป็นภิกษุ นั่นคือการเข้าสู่ระบบสิกขา คือใช้ชีวิตเยี่ยงบรรพชิตตามที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติไว้
“ปท” แปลว่า เท้า, รอยเท้า, ทาง, ตำแหน่ง, สถานที่, กรณี, หลักการ, ส่วนประกอบ (foot, footstep, track, position, place, case, principle, ingredient)
“ปท” ในภาษาไทยมักใช้ทับศัพท์ว่า “บท”
สิกฺขา + ปท = สิกฺขาปท > สิกขาบท

Read More
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้