บาลีวันละคำ

บาลีวันละคำ

อาคม-อายน-อาพันธ์ (บาลีวันละคำ 320)

อาคม-อายน-อาพันธ์

“อาคม” บาลีอ่านว่า อา-คะ-มะ ไทยอ่านว่า อา-คม ตามรากศัพท์ประกอบด้วย อา + คม
“คม” แปลว่า “ไป” แต่เมื่อมีคำอุปสรรคคือ “อา” นำหน้า เป็น “อาคม” ความหมายก็กลับตรงข้าม จาก “ไป” กลายเป็น “มา”
นอกจากแปลว่า “มา” แล้ว “อาคม” ยังมีความหมายอีกหลายอย่าง คือ การเข้าใกล้, การบรรลุผล, สิ่งที่อาศัย, ทรัพยากร, หนทาง, ข้ออ้างอิง, ตำรา, คัมภีร์, พระบาลี, กฎ, ข้อปฏิบัติ, วินัย

ในภาษาไทย มักเข้าใจกันว่า “อาคม” คือเวทมนตร์, ความขลัง, ความศักดิ์สิทธิ์ บางทีใช้คู่กับ “คาถา” เป็น “คาถาอาคม” หมายถึงคําเสกที่ถือว่าศักดิ์สิทธิ์

Read More
บาลีวันละคำ

ยันต์-ยัญ (บาลีวันละคำ 319)

ยันต์-ยัญ

2 คำนี้ในภาษาไทยออกเสียงเหมือนกัน

“ยันต์” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ให้ความหมายว่า “ตารางหรือลายเส้นเป็นตัวเลข อักขระหรือรูปภาพที่เขียน สัก หรือแกะสลักลงบนแผ่นผ้า ผิวหนัง ไม้ โลหะ เป็นต้น ถือว่าเป็นของขลัง, เรียกเสื้อหรือผ้าเป็นต้นที่มีลวดลายเช่นนั้นว่า เสื้อยันต์ ผ้ายันต์”
พจน.๔๒ ไม่ได้บอกว่า “ยันต์” มาจากภาษาอะไร

ภาษาสันสกฤตมีคำว่า “ยนฺตฺร” (ยัน-ตฺระ) แปลว่า ห้าม (to restrain or forbid) ความหมายนี้ตรงกับบาลีว่า “ยนฺตก” (ยัน-ตะ-กะ) แปลว่า กลอนหรือสลักประตู, ไม้หรือโลหะสำหรับปิดกั้น ใช้ในความหมายว่า ใส่กลอน, ใส่สลัก, ลั่นดาล หรือลั่นกุญแจ เพื่อป้องกันการบุกรุก
“ยันต์” น่าจะมาจาก “ยนฺตฺร – ยนฺตก” เพราะมีความมุ่งหมายในทางป้องกันภัยอันตรายเช่นเดียวกัน

ส่วน “ยัญ” คำนี้บาลีเป็น “ยญฺญ” (ยัน-ยะ) หมายถึงการเซ่นสรวงโดยมีการฆ่าสัตว์หรือคนเป็นเครื่องบูชา ที่เรียกว่า “บูชายัญ” เป็นพิธีกรรมของพราหมณ์ พระพุทธศาสนานำคำว่า “ยัญ” มาให้ความหมายใหม่ว่า การถวายทาน, การทำกุศล, วัตถุสิ่งของที่เตรียมไว้เพื่อการทำบุญ

Read More
บาลีวันละคำ

รถยนต์ (บาลีวันละคำ 318)

รถยนต์

“รถยนต์” เป็นคำบาลีแบบไทย บัญญัติเทียบคำอังกฤษว่า motorcar เอาคำขยายไว้หลัง ถ้าเป็นแบบบาลี คำนี้ต้องเป็น “ยนฺตรถ” อ่านว่า ยัน-ตะ-ระ-ถะ

“ยนฺต” หมายถึงเครื่องกลไกที่ให้กําเนิดพลังงานหรือทําให้วัตถุเคลื่อนที่ ภาษาไทยเขียนว่า “ยนต์” (ยน)
“รถ” อ่านแบบไทยว่า “รด” แปลตามศัพท์ว่า “ยานที่ยังให้เกิดสุขารมณ์ ความสนุกเพลิดเพลิน ความดีใจ” แรกที่มนุษย์ประดิษฐ์รถขึ้นมาน่าจะเพื่อการเล่นสนุก นักภาษาจึงให้ความหมายเช่นนี้ ต่อมาจึงใช้รถเพื่อการอื่นๆ เช่นการเดินทาง การขนส่ง และการรบ
ยุคแรกรถเคลื่อนที่ได้ด้วยแรงคนแรงสัตว์ ต่อมาจึงพัฒนาให้ขับเคลื่อนด้วยเครื่องกลไก อันเป็นที่มาของคำว่า “รถยนต์” ซึ่งหมายถึงยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์

Read More
บาลีวันละคำ

สังวาส (บาลีวันละคำ 317)

สังวาส

อ่านว่า สัง-วาด
ภาษาบาลีเป็น “สํวาส” อ่านว่า สัง-วา-สะ

“สํวาส” มาจาก สํ + วาส แปลตามศัพท์ว่า “การอยู่ร่วมกัน” “การอยู่ด้วยกัน”
และรวมความไปถึงความสนิทสนมกัน การสมสู่อยู่กิน หรือครองคู่กันฉันผัวเมีย
ในภาษาไทย “สังวาส” ยังหมายถึงการร่วมประเวณี เช่นในคำว่า ร่วมสังวาส หรือ เสพสังวาส (ในภาษาบาลี ที่เล็งถึงความหมายนี้ก็มีบ้าง)
ในเชิงวรรณศิลป์ “สังวาส” หมายถึงกายพ์กลอนที่มีเนื้อหาในทางเกี้ยวพาราสี

Read More
บาลีวันละคำ

ญาติสาโลหิต (บาลีวันละคำ 316)

ญาติสาโลหิต

อ่านแบบไทยว่า ยาด-สา-โล-หิด
อ่านแบบบาลีว่า ยา-ติ-สา-โล-หิ-ตะ

ในภาษาบาลี คำนี้จะเขียนแยกกันเป็น ๒ คำ คือ “ญาติ” (ยา-ติ) คำหนึ่ง และ “สาโลหิต” อีกคำหนึ่ง
แต่เพราะ “ญาติ” เป็นอิตถีลิงค์ “สาโลหิต” จึงต้องเป็น “สาโลหิตา”
คำเต็มๆ คือ “ญาติ / สาโลหิตา” (ยา-ติ สา-โล-หิ-ตา) แปลตามศัพท์ว่า “ญาติผู้เกี่ยวข้องทางเลือด” (ดูความหมายที่คำว่า “ญาติ” ด้วย)

Read More
บาลีวันละคำ

ญาติ (บาลีวันละคำ 315)

ญาติ

อ่านว่า ยา-ติ ภาษาไทยเขียนเหมือนกัน อ่านว่า ยาด

“ญาติ” แปลตามศัพท์ว่า “ผู้อันเขารู้กันว่าเป็นใคร”
ความหมายในภาษาไทยคือ “คนในวงศ์วานที่ยังนับรู้กันได้ทางเชื้อสายฝ่ายพ่อหรือฝ่ายแม่”

ในทางวินัยของสงฆ์ ท่านให้นับญาติ 7 ชั้น คือ นับทางมารดาก็ดี ทางบิดาก็ดี ชั้นตนเองเป็น 1 ข้างบน 3 คือ 1 ชั้นพ่อแม่ 2 ชั้นปู่ย่าตายาย 3 ชั้นทวด, ข้างล่าง 3 คือ 1 ชั้นลูก 2 ชั้นหลาน 3 ชั้นเหลน รวมเป็น 7 ชั้น เรียกว่า 7 ชั่วคน หรือ 7 ชั่วโคตร ดังคำที่พูดกันว่า “ใครทำผิดร้ายแรงให้เอาไปตัดหัว 7 ชั่วโคตร” ก็หมายถึงญาติ 7 ชั่วคนนี้
ที่นับเพียงแค่ 7 ชั่วคน ก็เพราะคนเราจะมีชีวิตอยู่ได้เห็นกันก็มักเพียง 7 ชั่วคนเท่านี้

Read More
บาลีวันละคำ

ขตฺติย – กษัตริย์ (บาลีวันละคำ 314)

ขตฺติย – กษัตริย์

“ขตฺติย” มีรากศัพท์มาจาก เขตฺต (เขด-ตะ = นา) + อิย (อิ-ยะ = ผู้เป็นใหญ่) = ขตฺติย สันสกฤตเป็น “กฺษตฺริย” เราเขียนตามรูปสันสกฤตเป็น “กษัตริย์” (กะ-สัด) แปลว่า “ผู้เป็นใหญ่แห่งนา”

คำนี้มีปฐมเหตุจากการตั้งชุมชนของมนุษย์แต่ดึกดำบรรพ์ ที่ต้องอาศัยพื้นที่เพื่อการเพาะปลูก เมื่อถูกมนุษย์พวกอื่นรบกวน ต้องมีคนที่คอยป้องกันเพื่อให้ชุมชนเพาะปลูกได้อย่างปลอดภัย

Read More
บาลีวันละคำ

ทรพี (บาลีวันละคำ 313)

ทรพี

ในภาษาไทย อ่านว่า ทอ-ระ-พี มีความหมาย 2 อย่าง คือ
1 เครื่องตักข้าวและแกงมีรูปร่างคล้ายช้อน แต่ใหญ่กว่า – ความหมายนี้ตรงกับคำบาลีว่า “ทพฺพิ” (ทับ-พิ) เราใช้ว่า “ทัพพี” = ทพฺพิ เราใช้เป็น ทัพพี และ ทรพี
2 เนรคุณถึงประทุษร้ายพ่อแม่ – ความหมายนี้ตรงกับสันสกฤตว่า “ทุรฺพฺพี” บาลีว่า ทุพฺภี (ทุบ-พี) รากเดิมของคำมีความหมายว่า หลอกลวง, ทำให้เจ็บ, พยายามประทุษร้าย, ไว้ใจไม่ได้, มีเล่ห์กระเท่ห์, ทรยศ, คดโกง, หน้าไหว้หลังหลอก หรือพูดกับทำไม่ตรงกัน

Read More
บาลีวันละคำ

จนฺท – จนฺทน (บาลีวันละคำ 312)

จนฺท – จนฺทน

“จนฺท” อ่านว่า จัน-ทะ เราเอามาเขียนอิงสันสกฤตเป็น “จันทร์” (การันต์ที่ ร เท่ากับการันต์ ท ไปด้วย) อ่านว่า จัน หมายถึงดวงจันทร์, ดวงเดือน
“จนฺท” = เดือน แปลตามศัพท์ว่า “ผู้ยังสัตว์โลกให้พอใจ” “ผู้ยังความพอใจให้เกิด” (คือเมื่อเห็นดวงจันทร์ ผู้คนก็ชื่นใจ พอใจ) “ผู้รุ่งเรืองด้วยสิริ” (คือมีแสงสว่างผ่องใส)

Read More
บาลีวันละคำ

ทวาร (บาลีวันละคำ 311)

ทวาร

เขียนแบบไทย อ่านว่า ทะ-วาน
เขียนแบบบาลี “ทฺวาร” (มีจุดใต้ ท) อ่านว่า ทวา-ระ (ท ว ควบ ออกเสียงเหมือน ทัว-อา)

คำแปล “ทฺวาร” ที่เราทราบกันดีคือ “ประตู”
“ทฺวาร” คำหลักคือ ทฺวิ = ทฺวา = สอง แปลตามศัพท์ว่า –
1 “ช่องเป็นที่คนสองคนเข้าออก” = เข้าคน ออกคน
2 “ช่องที่เป็นไปแห่งบานสองบาน” = เล็งถึงลักษณะประตูที่มีสองบาน
3 “ช่องที่มีกิจสองอย่าง คือเข้าและออก”
4 “ช่องเป็นเครื่องระวังรักษา” = ใช้เป็นที่ตรวจตราเมื่อเข้าออก (เฉพาะคำแปลนี้คำหลักคือ ทฺวร (ธาตุ) = ระวังรักษา)

Read More
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้