สานุศิษย์ (บาลีวันละคำ 165)
สานุศิษย์
อ่านว่า สา-นุ-สิด
“สานุศิษย์” เป็นศัพท์พันทาง จะเป็นบาลีก็ผิด เป็นสันสกฤตก็ไม่ถูก เป็นบาลีสันสกฤตแบบไทย
Read Moreสานุศิษย์
อ่านว่า สา-นุ-สิด
“สานุศิษย์” เป็นศัพท์พันทาง จะเป็นบาลีก็ผิด เป็นสันสกฤตก็ไม่ถูก เป็นบาลีสันสกฤตแบบไทย
Read Moreกฐินสามัคคี [1]
“กฐิน” เป็นภาษาบาลี “สามัคคี” ก็เป็นภาษาบาลี
กฐิน + สามัคคี = “กฐินสามัคคี” เขียนอย่างคำไทย อ่านอย่างคำไทย
คำนี้ไม่มีปัญหาในการเขียนและอ่าน แต่มีปัญหาในการทำความเข้าใจ
Read Moreกฐิน
อ่านว่า กะ-ถิ-นะ ภาษาไทยใช้เหมือนกัน อ่านว่า กะ-ถิน
คำว่า “กฐิน” หมายถึงผ้าพิเศษที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตแก่ภิกษุสงฆ์ที่จำพรรษาครบสามเดือนแล้ว ตามศัพท์แปลว่า “ไม้สะดึง” คือไม้แบบสำหรับขึงเพื่อตัดเย็บจีวร
“กฐิน” เป็นประเพณีที่เกี่ยวข้องกับพุทธบัญญัติซึ่งจะต้องปฏิบัติตามกฎกติกา “ห้าหนึ่ง” อย่างเคร่งครัด คือ “หนึ่งปี หนึ่งเดือน หนึ่งวัด หนึ่งครั้ง หนึ่งเจ้าภาพ”
Read Moreพิภพ
บาลีคำนี้เขียนแบบไทย อ่านว่า พิ-พบ
“พิภพ” คำบาลีเป็น “วิภว” อ่านว่า วิ-พะ-วะ
แปลง ว เป็น พ = วิภว = พิภพ (แบบเดียวกับ วิเคราะห์-พิเคราะห์, วิจารณ์-พิจารณ์, วิเศษ-พิเศษ)
ในภาษาไทย คำว่า “พิภพ” มักจะเข้าใจกันในความหมายว่า “โลก” เช่น พื้นพิภพ, นอกพิภพ, พิภพวานร, ที่อยู่ของนาคในชั้นบาดาล เรียกว่า นาคพิภพ
Read Moreสิริมงฺคล
อ่านว่า สิ-ริ-มัง-คะ-ละ
คำนี้ใช้ในภาษาไทยว่า “สิริมงคล” อ่านตามไทยนิยมว่า สิ-หริ-มง-คน
“สิริมงคล” เป็นคำบาลีคำหนึ่งที่ติดปากคนไทย และเข้าใจความหมายกันเองว่า “อะไรอย่างหนึ่งที่ศักดิ์สิทธิ์” ถ้ามีสิ่งนั้น ถ้าถือแบบโน้น หรือถ้าได้ทำอย่างนี้แล้ว “อะไรอย่างหนึ่งที่ศักดิ์สิทธิ์” นั้นจะดลบันดาลให้เกิดความดี ความสุข ความเจริญขึ้นมาโดยที่ผู้มี ผู้ถือ หรือผู้ทำ ไม่ต้องทำอะไรอีก “อะไรอย่างหนึ่งที่ศักดิ์สิทธิ์” จะเป็นผู้จัดการให้เป็นไปเช่นนั้นเอง ดังคำที่นิยมพูดกันว่า
“…ควรมีไว้เพื่อเป็นสิริมงคล”
“รดน้ำมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล”
หรือแม้กระทั่ง “กินเจเพื่อความเป็นสิริมงคล”
วชิรุณหิศ
อ่านว่า วะ-ชิ-รุน-นะ-หิด
คำนี้ในภาษาบาลีแยกศัพท์เป็น วชิร (วะ-ชิ-ระ) + อุณฺหีส (อุน-นะ-ฮี-สะ ออกเสียง นะ แผ่วๆ คล้าย อุน-หนีด-สะ)
วชิร + อุณฺหีส = วชิรุณฺหีส (-หีส เขียนตามหลักนิยมไทยเป็น -หิศ) = วชิรุณหิศ
Read Moreนาฬิกา
อ่านว่า นา-ลิ-กา
เป็นคำบาลีที่ออกจะประหลาดคำหนึ่ง คือศัพท์เดิมว่า “นาล” หรือ “นาฬ” (นา-ละ) แล้วเป็น “นาลิ” หรือ “นาฬิ” แล้วมาเป็น “นาฬิกา”
นาล, นาฬ, นาลิ, นาฬิ, นาฬิกา แปลว่า ลำต้น, ก้าน, ท่อ, หลอด, ขวด, กล่อง, ปล้อง หรือกระบอก และเป็นมาตราตวง แปลว่า ทะนาน
Read Moreสมาธิ [2]
เคยกล่าวถึง “สมาธิ” ในแง่ภาษาแล้ว (บาลีวันละคำ (43) 15-6-55) ครั้งนี้ขอกล่าวถึงในแง่ความเข้าใจ
– “สมาธิ” หมายถึงความมีใจตั้งมั่น, ความตั้งมั่นแห่งจิต, การทำให้ใจสงบแน่วแน่ ไม่ฟุ้งซ่าน, การมีจิตกำหนดแน่วแน่อยู่ในสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเฉพาะ, ความมีอารมณ์เป็นอันเดียว คือมีจิตแน่วแน่อยู่ในอารมณ์อันเดียว
Read Moreกปิ
อ่านว่า กะ-ปิ (เสียงเดียวกับ “กะปิ ที่ใช้ปรุงเครื่องแกงหรือตำน้ำพริก)
“กปิ” แปลตามรากศัพท์ว่า “สัตว์ที่เคลื่อนไหวเรื่อย” คือ ลิง
“กปิ” ใช้ในภาษาไทย (โดยมากใช้ในกาพย์กลอน) ว่า “กระบี่” เช่น “ขุนกระบี่” คือ หนุมาน
เสล
อ่านว่า เส-ละ
“เสล” ผันรูปมาจาก “สิลา” (ภาษาไทยนิยมตามรูปสันสกฤต คือ “ศิลา”) ซึ่งแปลว่า หิน
“สิลา-ศิลา” ที่ผันเป็น “เสล” (อิ เป็น เอ, อา เป็น อ) ใช้เป็นคำคุณศัพท์ของภูเขา
ภูเขามีหลายชนิด เช่นภูเขาดิน, ดินปนหิน และภูเขาหินล้วน “เสล” หมายถึงภูเขาหินล้วน