Author: Admin ชมรมธรรมธารา

บาลีวันละคำ

สาธารณประโยชน์ (บาลีวันละคำ 405)

สาธารณประโยชน์

อ่านว่า สา-ทา-ระ-นะ-ปฺระ-โหฺยด
ประกอบด้วยคำว่า สาธารณ + ประโยชน์

“สาธารณ” แปลตามศัพท์ว่า “ทรงไว้ร่วมกัน” แปลเอาความว่า ธรรมดา, สามัญ, ร่วมกัน, ทั่วไป (ดูรายละเอียดที่คำว่า “สาธารณ” บาลีวันละคำ (225) 19-12-55)

“ประโยชน์” บาลีเป็น “ปโยชน” อ่านว่า ปะ-โย-ชะ-นะ (ดูรายละเอียดที่คำว่า “ปโยชน” บาลีวันละคำ (387) 5-6-56) มีความหมายว่า (1) สิ่งที่มีผลใช้ได้ดีสมกับที่คิดมุ่งหมายไว้ (2) ผลที่ได้ตามต้องการ (3) สิ่งที่เป็นผลดีหรือเป็นคุณ เช่น ประโยชน์ของการศึกษา ประโยชน์ของ facebook

สาธารณ + ประโยชน์ = สาธารณประโยชน์ มีความหมายว่า กิจกรรม กิจการ หรือสิ่งที่ทำขึ้นไว้เพื่อประโยชน์ทั่วไปแก่ประชาชน เช่น
บริจาคเงินสร้างโรงพยาบาลเพื่อเป็นสาธารณประโยชน์
สร้างสะพานลอยเพื่อเป็นสาธารณประโยชน์

ข้อควรจำ :
สาธารณประโยชน์ ไม่ใช่ สาธารณะประโยชน์ (ไม่ต้องมีสระ อะ หลัง ณ) เพราะคำสมาสไม่ประวิสรรชนีย์กลางคำ

ข้อสังเกต :
ห้างสรรพสินค้าหลายแห่งสร้างสะพานลอยข้ามถนนหน้าห้าง แล้วติดป้ายหรือเขียนข้อความไว้ที่ตัวสะพานว่า
“(ระบุชื่อ)..สร้างเป็นสาธารณะประโยชน์”
การเขียนเช่นนี้มีข้อควรระแวง 2 ประการ คือ
1 เผยแพร่คำผิดต่อสาธารณชน
2 ห้างไหนๆ ก็จะสร้างสะพานลอยเฉพาะที่หน้าห้างของตัวเท่านั้น ไม่เคยเห็นไปสร้าง “เพื่อเป็นสาธารณประโยชน์” ในที่อื่นๆ เลย

: ทำประโยชน์ส่วนตน เพื่อ “สาธารณประโยชน์”
น่านับถือกว่าทำ “สาธารณประโยชน์” เพื่อประโยชน์ส่วนตน

Read More
บาลีวันละคำ

สมดุล (บาลีวันละคำ 404)

สมดุล

“สม” บาลีอ่านว่า สะ-มะ มีความหมายดังนี้ –

1 ความสงบ, ความราบรื่น, ความสงบทางใจ
2 เรียบ, ได้ระดับ, สม่ำเสมอ
3 เสมอกัน, อย่างเดียวกัน, เท่าเทียมกัน, มีลักษณะ นิสัยใจคอ รสนิยม แนวโน้ม ฯลฯ ไปในทางเดียวกัน
4 เที่ยงธรรม, ซื่อตรง, มีจิตไม่วอกแวก, ยุติธรรม
5 “ด้วยกัน” เช่น สมตึส “สามสิบด้วยกัน” = ถ้วนๆ เต็มๆ

“ดุล” บาลีเป็น “ตุล” (ตุ-ละ) แปลว่า ชั่ง, ประเมิน, พิจารณา, ใคร่ครวญ (ใช้ในความปฏิเสธ เป็น “อตุล” มีความหมายว่า เปรียบเทียบไม่ได้, ชั่งไม่ได้, วัดไม่ได้, ไม่มีที่เปรียบ, เหลือที่จะเปรียบ)

ความหมายในภาษาไทย ตามพนจ.42 บอกว่า “ดุล : ตราชู, คันชั่ง, มาตราชั่งนํ้าหนักโบราณ เช่น ทองคําหนัก 20 ชั่ง เรียกว่า ดุลหนึ่ง; ความเท่ากัน, ความเสมอกัน; เท่ากัน, เสมอกัน, ทัดเทียมกัน”

สม + ตุล = สมตุล = สมดุล อ่านแบบอิงบาลีว่า สะ-มะ-ดุล มีความหมายตามศัพท์ว่า –

1 ชั่งตวงวัดอย่างเป็นธรรม, ไม่โกง, ไม่เอาเปรียบ (ใช้ในกรณีซื้อขายสินค้าหรือบริการ)
2 ตัดสินอย่างยุติธรรม (ใช้ในกรณีพิจารณาคดีความ = ทำเจ้าของให้เป็นเจ้าของ, ทำผู้มิใช่เจ้าของไม่ให้เป็นเจ้าของ)

“สมดุล” ในภาษาไทย (โปรดสังเกตว่า ไม่มี ย์ การันต์) พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 บอกว่า

– อ่านว่า สะ-มะ-ดุน ก็ได้ สม-ดุน ก็ได้
– เป็นคำวิเศษณ์ มีความหมายว่า เสมอกัน, เท่ากัน
– เทียบคำภาษาอังกฤษว่า equilibrium

Read More
บาลีวันละคำ

สมฺภาร (บาลีวันละคำ 403)

สมฺภาร

อ่านว่า สำ-พา-ระ

“สมฺภาร” (สํ + ภาร) แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งหรือผู้ที่ช่วยให้ขับเคลื่อนไปได้” “สิ่งที่นำไปด้วยกัน” “สิ่งหรือผู้ที่จะพึงดูแลไปด้วยกัน”

“สมฺภาร” ในภาษาบาลี ใช้ในความหมายว่า การนำมารวมกัน, การสะสม, การตระเตรียม (เพื่อนำไปสู่ผลที่ต้องการ), การผลิต, วัตถุ, ของใช้, ปัจจัย, ส่วนประกอบ, องค์ประกอบ, การเกื้อกูล, การเลี้ยงดู

ในภาษาไทย ใช้เป็น 2 คำ คือ
1 “สัมภาระ” (ออกเสียงเท่าคำเดิมในบาลี) ใช้ในความหมายว่า สิ่งของต่าง ๆ เช่น เครื่องมือเครื่องใช้และเสบียงซึ่งสะสมรวบรวมหรือจัดเตรียมไว้เพื่อเดินทางไปทำกิจต่าง ๆ เช่น เตรียมสัมภาระสำหรับไปต่างจังหวัด (ตรงกับความหมายที่ว่า “สิ่งที่ช่วยให้ขับเคลื่อนไปได้” หรือ “สิ่งที่นำไปด้วยกัน”)
2 “สมภาร” อ่านว่า สม-พาน ใช้ในความหมายว่า พระที่เป็นเจ้าอาวาส คือหัวหน้าสงฆ์ในวัด มีอำนาจและหน้าที่ปกครองดูแลอำนวยกิจการทุกอย่างเกี่ยวกับวัด (ตรงกับความหมายที่ว่า “ผู้ที่ช่วยให้ขับเคลื่อนไปได้”)

ผู้ที่ทราบซึ้งและซาบซึ้งกับตำแหน่ง “สมภาร” มักกล่าวว่า “สมภาร” ก็คือ “ศูนย์รวมแห่งการรับภาระที่หนักหน่วง” หลายท่านจึงพยายามที่จะหลีกเลี่ยงไม่รับตำแหน่ง
แต่ในภาษาบาลี คำที่หมายถึง “สมภาร” ในภาษาไทย ไม่ได้ใช้ศัพท์ว่า “สมฺภาร” หากแต่ใช้คำว่า “วิหาราธิปติ – ผู้ยิ่งใหญ่ในวัด”, “อสฺสมสามี – ผู้เป็นเจ้าสำนัก” “อาวาสิก – ผู้ครองวัด” อาจเพราะความหมายเช่นนี้ หลายท่านจึงพยายามที่จะไขว่คว้าหาตำแหน่ง

: ถ้ากิเลสเป็นตัวบงการ
ไม่ว่า “สัมภาระ” หรือ “สมภาร”
ก็ล้วนแต่ “อาน” ไปตามๆ กัน

Read More
บาลีวันละคำ

อากาศ (บาลีวันละคำ 402)

อากาศ

ไทยเขียนตามสันสกฤต (ศ ศาลา สะกด) อ่านว่า อา-กาด
บาลีเป็น “อากาส” (ส เสือ) อ่านว่า อา-กา-สะ

“อากาส” รากศัพท์คือ น (นิบาต = ไม่, ไม่ได้) + กส (ธาตุ = ไถ, เขียน)
กระบวนการทางไวยากรณ์คือ แปลง น เป็น อ แล้วแปลง อ เป็น อา + กส แปลง กส เป็น กาส + ณ (ปัจจัย ลบ ณ) : น = อ = อา + กส = อากส + ณ = อากาส
“อากาส” แปลตามศัพท์ว่า “ไถไม่เข้า ตัดไม่ขาด ทุบไม่แตก เขียนไม่ติด”
อีกนัยหนึ่ง แปลตามตัวว่า “การส่องแสงไป” คือช่องว่างที่มีแสงสว่าง

ในภาษาไทย พจน.42 บอกความหมายของ “อากาศ” ไว้ว่า
1 แก๊สผสมที่ประกอบด้วยไนโตรเจนและออกซิเจนเป็นส่วนใหญ่ ใช้หายใจหรือช่วยในการเผาไหม้เป็นต้น
2 (ความหมายเชิงปรัชญา) ที่ที่ว่างเปล่าซึ่งมีอยู่เป็นเอกเทศจากสสาร, เป็นธาตุอย่าง 1 ใน 6 คือ ปฐวีธาตุ (ธาตุดิน) อาโปธาตุ (ธาตุนํ้า) เตโชธาตุ (ธาตุไฟ) วาโยธาตุ (ธาตุลม) อากาศธาตุ (ที่ว่างเปล่า) และวิญญาณธาตุ (ธาตุรู้)
3 ท้องฟ้า เช่น นกบินไปในอากาศ
4 บางทีใช้หมายถึงสภาพดินฟ้าอากาศโดยทั่ว ๆ ไป เช่น เช้านี้อากาศดีจัง

ความหมายที่เข้าใจกันทั่วไป “อากาศ” คือ ว่างเปล่า ไม่มีอะไร

มีศัพท์วิชาการคำหนึ่ง คือ “อากาสานัญจายตนะ” (อา-กา-สา-นัน-จา-ยะ-ตะ-นะ) มาจากคำว่า อากาสานํ จ อายตนํ แปลว่า “และเขตแดนแห่งอากาศทั้งหลาย” เป็นชื่อของฌานที่กำหนดอากาศคือความว่างเปล่าหาที่สุดมิได้เป็นอารมณ์ ผู้ได้ฌานระดับนี้ถ้าไม่บรรลุนิพพานในชาตินี้ ก็จะไปเกิดในอรูปพรหมภูมิ

: คนฉลาด เอาอากาศมาเป็นอุปกรณ์บรรลุถึงเมืองแก้ว
แต่คนเขลาเอาสมบัติที่มีอยู่แล้ว มาทำลายบ้านเมือง

—————-
(ตามคำปรารภของ ศักยภาพ วงษ์จินดา เมื่อ 10 วันที่ผ่านมา)

Read More
บาลีวันละคำ

อายุ (บาลีวันละคำ 401)

อายุ

ไทยใช้เหมือนบาลี อ่านว่า อา-ยุ
ภาษาไทยใช้ทับศัพท์ว่า “อายุ” จนเข้าใจกันโดยไม่ต้องรู้คำแปล

“อายุ” แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งเป็นเหตุดำเนินไปแห่งสัตวโลก” หมายความว่า สัตวโลกดำเนินไปได้ด้วยสิ่งนั้น ถ้าสิ่งนั้นหมดลง การดำเนินไปของสัตวโลกก็หยุดลงเพียงนั้น (ถ้างง กลับไปอ่านคำแปลอีกครั้ง)

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 บอกความหมายคำว่า “อายุ” ไว้ว่า –
1 เวลาที่ดํารงชีวิตอยู่, เวลาชั่วชีวิต
2 ช่วงเวลานับตั้งแต่เกิดหรือมีมาจนถึงเวลาที่กล่าวถึง
3 ระยะเวลาที่กำหนดไว้ เช่น อายุใบอนุญาต ยานี้หมดอายุแล้ว
4 ระยะเวลาที่กําหนดรู้ความยั่งยืนของสิ่งนั้น ๆ เช่น อายุของหิน

ฝรั่งแปลคำว่า “อายุ” ว่า –
life (ชีวิต), vitality (ความสามารถดำรงชีวิต), duration of life (การกำหนดอายุ), longevity (ความมีอายุยืน)

ผู้รู้อธิบายความหมายว่า –
“อายุ” คือสภาวธรรมที่ทำให้ชีวิตดำรงอยู่หรือเป็นไป, พลังที่หล่อเลี้ยงดำรงรักษาชีวิต, พลังชีวิต, ความสามารถของชีวิตที่จะดำรงอยู่และดำเนินต่อไป; ช่วงเวลาที่ชีวิตของมนุษย์สัตว์ประเภทนั้นๆ หรือของบุคคลนั้นๆ จะดำรงอยู่ได้, ช่วงเวลาที่ชีวิตจะเป็นอยู่ได้ หรือได้เป็นอยู่;
ในภาษาไทย อายุ มีความหมายเพี้ยนไปในทางที่ไม่น่าพอใจ เช่นกลายเป็นความผ่านล่วงไปหรือความลดถอยของชีวิต

อายุที่เลือกได้ :
อายุร้อยปี ชั่วดีไม่รู้
อายุชั่วครู่ รู้ชั่วรู้ดี

Read More
บาลีวันละคำ

กัลยาณมิตร (บาลีวันละคำ 400)

กัลยาณมิตร

อ่านว่า กัน-ลฺยา-นะ-มิด
บาลีเขียน “กลฺยาณมิตฺต” อ่านว่า กัน-ลฺยา-นะ-มิด-ตะ (กลฺยา-ออกเสียง ละ นิดหนึ่ง)

“กลฺยาณมิตฺต” ประกอบด้วย กลฺยาณ + มิตฺต
“กลฺยาณ” แปลตามรากศัพท์ว่า “สิ่งที่ถึงความปราศจากโรค” (นึกเทียบ-ป่วย แล้วหายป่วย คืออะไร) “สิ่งที่ทำให้สำเร็จประโยชน์”
“กลฺยาณ” มีความหมายว่า ความดี, ความงาม, ความประเสริฐ, มีคุณธรรมดี

“มิตฺต” แปลตามศัพท์ว่า “ผู้รักใคร่กัน” “ผู้ใส่เข้าข้างใน (คือเก็บความลับไว้ได้)” “ผู้ผูกคนอื่นไว้ในตน” ความหมายที่เข้าใจกันคือ มิตร (ทับศัพท์ตามรูปสันสกฤต), เพื่อน
พจน.42 บอกไว้ว่า “มิตร : เพื่อนรักใคร่คุ้นเคย เช่น มิตรแท้ มิตรเทียม ฉันมิตร”

“กลฺยาณมิตฺต – กัลยาณมิตร” ความหมายทั่วไปคือ เพื่อนที่ดี, มิตรมีคุณธรรม, มิตรแท้; ความหมายเฉพาะในทางธรรมคือ ผู้แนะนำในทางศีลธรรม, ที่ปรึกษาทางธรรม

ท่านว่า กัลยาณมิตรเปรียบเหมือนรุ่งอรุณแห่งความดีงาม
เมื่อเห็นแสงเงินแสงทอง ก็บอกได้ว่าอีกไม่นานจะสว่าง ฉันใด
เมื่อได้คนดีเป็นกัลยาณมิตร ก็บอกได้ว่า อีกไม่นานความดีงามจะเกิดมี ฉันนั้น

Read More
บาลีวันละคำ

โอกาส (บาลีวันละคำ 399)

โอกาส

บาลีอ่านว่า โอ-กา-สะ ไทยอ่านว่า โอ-กาด

“โอกาส” รากศัพท์มาจาก อว (คำอุปสรรค = ลง) + กส (ธาตุ = ไถ) + ณ (ปัจจัย)
กระบวนการทางไวยากรณ์คือ แปลง อว เป็น โอ, กส เป็น กาส ตามกฎของปัจจัยที่มี “ณ” : อว = โอ + กส = กาส =โอกาส

“โอกาส” แปลตามศัพท์ว่า “ช่องเป็นที่ไถลง”
อธิบายเป็นภาพว่า ถ้าเอาไถไปไถตรงไหน แล้วไถนั้นไม่ถูกอะไรเลย มีแต่ปักหัวลงท่าเดียว ตรงนั้นแหละเรียกว่า “โอกาส”
ดังนั้น ความหมายของ “โอกาส” ก็คือ –
1 ที่ว่าง, ช่องว่าง, ที่โล่งแจ้ง, บรรยากาศ, อวกาศ
2 การมองเห็นได้, รูปร่าง
3 วาระ, จังหวะ, การตกลง, ความยินยอม (= อนุญาตให้-)
4 (คุณศัพท์) มองดูเหมือน-, ดูปรากฏว่า-

พจน.42 บอกความหมายในภาษาไทยว่า “โอกาส : ช่อง, ทาง; เวลาที่เหมาะ, จังหวะ”

คำนี้สันสกฤตเป็น “อวกาศ” ไทยเขียนตามบาลีเป็น “โอกาส”
ระวัง ! ใช้ ส เสือ สะกด ไม่ใช่ ศ ศาลา

: ความหมายหลักของ “โอกาส” คือ “ว่าง”
: หัวใจว่างเมื่อไร โอกาส-ก็ได้เมื่อนั้น

Read More
บาลีวันละคำ

พาหะ-พ่าห์ (บาลีวันละคำ 398)

พาหะ-พ่าห์

บาลีเป็น “วาห” อ่านว่า วา-หะ แปลตามศัพท์ว่า “ผู้นำไปให้ถึง” “ผู้พยายาม (ที่จะไป)” “เครื่องนำไป” มีความหมายว่า การบรรทุก, การนำไป, ผู้นำไป, ผู้นำหน้าไป, ม้า, เกวียน (รวมถึงยานพาหนะอื่นๆ) และ เป็นชื่อมาตราตวง อัตรา 100 ถังเท่ากับ 1 วาหะ เช่นที่เราพูดว่า “ข้าวเปลือกเกวียนละ…”
“เกวียน” คำนั้นก็คือ “วาห” คำนี้

“วาห” ภาษาไทยใช้เป็น “พาหะ” (แปลง ว เป็น พ) พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ให้ความหมายไว้ดังนี้ (1) ผู้แบก, ผู้ถือ, ผู้ทรงไว้; ม้า (2) แขน (3) ตัวนํา เช่น ยุงก้นปล่องเป็นพาหะไข้มาลาเรีย

“พาห-พาหะ” เป็นคำเดียวกับที่เขียนว่า “พ่าห์” (หรือ พาห) เช่น ครุฑพ่าห์ (= ครุฑแบก) ดุลพ่าห์ (ดุลพาห) (= ผู้ทรงไว้ซึ่งคันชั่ง = ผู้ทรงไว้ซึ่งความยุติธรรม)

สมมุติฐาน
การอ่าน “พาห” ว่า “พ่า” ชวนให้เห็นว่าอักขรวิธีโบราณใช้ “ห” เป็นวรรณยุกต์เอก ดังที่คนเก่าเขียนว่า (โปรดสังเกตว่าที่ ห ไม่มีการันต์) –
เสนห ให้อ่านว่า สะ-เหฺน่
อุตสาห ให้อ่านว่า อุด-ส่า
เลห ให้อ่านว่า เล่
โลห ให้อ่านว่า โล่
พาห ให้อ่านว่า พ่า
คนสมัยใหม่ไม่เข้าใจหลักของท่าน ไปใส่วรรณยุกต์เอกแล้วการันต์ที่ ห
ถ้าเป็นคำบาลีสันสกฤตที่มี ห อยู่ท้ายพยางค์ก็รอดตัวไป
แต่ถ้าไปโดนคำไทย เช่น “โลห” (ก็คือจะเขียน “โล่” นั่นเอง แต่ใช้ ห แทนไม้เอก) พอเขียนเป็น “โล่ห์” ไปพ้องกับบาลีว่า “โลห” ก็ว่าคนเก่าเขียนผิด เพราะโล่ไม่ได้ทำด้วยโลหะเสมอไป แก้เป็น “โล่”

: ไม่รู้ว่า “โลห” คือ “โล่” ไม่รู้ว่าใครโง่กว่ากัน

Read More
บาลีวันละคำ

พาหนะ (บาลีวันละคำ 397)

พาหนะ

อ่านว่า พา-หะ-นะ

คำนี้บาลีมักใช้เป็น “วาหน” อ่านว่า วา-หะ-นะ (ที่เป็น “พาหน” ก็มี แต่น้อย) แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่นำไปให้ถึง” “สิ่งเป็นเครื่องพยายามเมื่อเกิดกิจธุระขึ้น”

คำแปลข้อหลังนี้ หมายความว่า เมื่อเกิดความจำเป็นที่จะต้องเดินทางไปมาให้เร็วขึ้น หรือต้องนำพาสัมภาระเป็นจำนวนมากเกินกว่าแรงคนจะหอบหิ้วแบกหามไปได้ มนุษย์จึงต้องพยายามหาเครื่องมือมาใช้เพื่อการนั้น จึงเป็นที่มาของ “วาหน-สิ่งที่นำไปให้ถึง”

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 บอกไว้ว่า –

พาหนะ : เครื่องนําไป, เครื่องขับขี่, สัตว์สําหรับขี่บรรทุกหรือลากเข็นมีช้าง ม้า โค กระบือเป็นต้น เรียกว่า สัตว์พาหนะ, ยานต่าง ๆ มีรถและเรือเป็นต้น เรียกว่า ยานพาหนะ

ในภาษาบาลี ถ้าเติม “ส” (สะ) เข้าข้างหน้า เป็น “สวาหน” (สะ-วา-หะ-นะ) “วาหน” จะมีความหมายว่า ไพร่พล กองทัพ เช่นในพระคาถาชินบัญชรที่ว่า “เชตฺวา มารํ สวาหนํ” แปลว่า “ชนะมารพร้อมทั้งไพร่พล”

ในภาษาไทย “พาหนะ” ถ้าเขียน “พาหน” (ไม่มีสระ อะ) อ่านว่า พา-หน (น สะกด) เช่น “พระเศวตอดุลยเดชพาหน” ชื่อช้างเผือกประจำรัชกาลปัจจุบัน

พาหนะ หรือ พาหน ใช้เพื่อการเดินทางไปมา

คำว่า “หน” ที่หมายถึง ทาง, ทิศ, ที่, สถานที่ ถ้ายังไม่รู้ว่าจะให้เป็นภาษาอะไรดี จะลอง “จับบวช” ไปพลางก่อนก็ได้ คือบอกว่า กร่อนมาจาก “พาหน”

ถ้ามีพยานหลักฐานว่าไม่ใช่ ก็ “จับสึก” ได้ทันที

Read More
บาลีวันละคำ

กิริยา-กริยา (บาลีวันละคำ 396)

กิริยา-กริยา

“กิริยา” เขียนและอ่านเหมือนกันทั้งบาลีและไทย คืออ่านว่า กิ-ริ-ยา
ส่วน “กริยา” พจน.42 บอกคำอ่านไว้ 2 แบบ คือ อ่านว่า กฺริ-ยา และ กะ-ริ-ยา

คำว่า “กริยา” พจน.42 ยังบอกด้วยว่าเป็นสันสกฤต (เขียน “กฺริยา” มีจุดใต้ ก) คำนี้บาลีเป็น “กิริยา”
ความจริง บาลีมีทั้ง “กิริยา” และ “กฺริยา” เพียงแต่ว่าที่พบส่วนมากใช้ “กิริยา” จึงทำให้เข้าใจกันว่าเป็น “กฺริยา” เฉพาะสันสกฤต

“กิริยา – กฺริยา” ในบาลีมีความหมายว่า การกระทำ, การปฏิบัติ, กรรม; การที่กระทำลงไป, การสัญญา, การสาบาน, การอุทิศ, การตั้งใจ, คำปฏิญาณ; ความยุติธรรม

ในทางธรรม หมายถึงการกระทำใดๆ ที่กล่าวถึงอย่างกว้างๆ หรืออย่างเป็นกลางๆ ถ้าเป็น “กิริยาพิเศษ” คือเป็นการกระทำซึ่งเป็นไปด้วยเจตนาที่ก่อให้เกิดวิบาก ก็เรียกว่า “กรรม” การกระทำซึ่งเป็นไปด้วยเจตนาที่ไม่ก่อวิบาก เช่นการกระทำของพระอรหันต์ ไม่เรียกว่ากรรม แต่เป็นเพียง “กิริยา”

“กิริยา – กริยา” ในภาษาไทย แยกใช้ต่างกัน คือ –
1 การกระทํา; อาการที่แสดงออกมาด้วยกาย, มารยาท ใช้ว่า “กิริยา” ไม่ใช่ “กริยา”
2 คำแสดงอาการหรือบอกการกระทำของนามหรือสรรพนามในไวยากรณ์ ใช้ว่า “กริยา” แต่ในบาลีไวยากรณ์โดยทั่วไป ใช้รูปบาลี คือ “กิริยา”

ระวัง :
กิริยาอาการ ไม่ใช่ กริยาอาการ
กิริยามารยาท ไม่ใช่ กริยามารยาท
อย่าใช้พลาด จะกลายเป็น “แก่ไวยากรณ์”

Read More
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้