Author: Admin ชมรมธรรมธารา

บาลีวันละคำ

สิงขร (บาลีวันละคำ 355)

สิงขร

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 บอกไว้ว่า “สิงขร” (สิง-ขอน) คือ “สิขร”
ดูที่คำว่า “สิขร” บอกคำแปลไว้ว่า จอม, ยอด, หงอน; ยอดเขา

บาลีมีคำว่า “สิขา” แปลว่า เปลวไฟ, ผมจุก, หงอน, ยอดแหลม
จาก “สิขา” ดำเนินกรรมวิธีทางไวยากรณ์เป็น “สิขร” (สิขา + ร) แปลตามศัพท์ว่า “ส่วนที่เกิดแหลมขึ้นไป”
“สิขร” แปลว่า ยอด, ยอดเขา, ยอดแหลม, สุดยอด, ปลายดาบหรือด้านคมของดาบ, ผมจุก, ผมเป็นขมวด, ดอกไม้ตูม

โปรดสังเกตว่า ในภาษาบาลี “สิขร” หมายถึง “ยอดของภูเขา” ไม่ได้หมายถึงภูเขาทั้งลูก ถ้าจะให้หมายถึง “ภูเขา” จะต้องเป็น “สิขรี” (สิ-ขะ-รี) แปลว่า “ภูมิภาคที่ประกอบด้วยยอด” หรือ “ภูมิภาคที่มียอดแหลม” ซึ่งหมายถึงภูเขาทั้งลูก

Read More
บาลีวันละคำ

กบฏ – ขบถ (บาลีวันละคำ 354)

กบฏ – ขบถ

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 บอกไว้ว่า
“กบฏ : ประทุษร้ายต่อทางอาณาจักร, ทรยศ; การประทุษร้ายต่อทางอาณาจักร, ความทรยศ; ผู้ประทุษร้ายต่อทางอาณาจักร, ผู้ทรยศ, ขบถ ก็ว่า”
และบอกไว้อีกว่า ภาษาสันสกฤตมีคำว่า “กปฏ” แปลว่า ความคด, ความโกง

สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ว่า “กปฏ” (กะ-ปะ-ตะ) = มายา, ความโกง, การล่อลวงหรือตลบตะแลง

พจนานุกรมเพื่อการศึกษาพุทธศาสน์ ชุด ศัพท์วิเคราะห์ ของพระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙, ราชบัณฑิต) มีคำว่า “กปฏ” (กะ-ปะ-ตะ) แปลว่า กบฏ, ขบถ, ความคดโกง. แสดงกระบวนการทางไวยากรณ์ว่า กุจฺฉิเตน อากาเรน ปฏตีติ กปโฏ = ภาวะที่เป็นไปด้วยอาการอันน่าเกลียด คือไม่ตรง ชื่อว่า “กปฏ”
ประกอบศัพท์ขึ้นจาก กุ บทหน้า ปฏ ธาตุ ในความหมายว่าไป, เป็นไป แปลง กุ เป็น กา รัสสะ อา เป็น อ : กุ > กา > ก + ปฏ = กปฏ

พจนานุกรมไทย-อังกฤษ ของ สอ เสถบุตร แปลคำว่า “ขบถ” เป็นภาษาอังกฤษว่า rebellion
พจนานุกรมอังกฤษ-บาลี แปล rebel เป็นบาลีว่า
– ทามริก (ทา-มะ-ริ-กะ) = ผู้ก่อการร้าย
– กุมนฺตก (กุ-มัน-ตะ-กะ) = ผู้คิดร้าย
– ราชทุพฺภี (รา-ชะ-ทุบ-พี) = ผู้ประทุษร้ายแผ่นดิน
ไม่มีคำแปลเป็นบาลีว่า กปฏ
คำว่า “ทามริก” และ “ราชทุพฺภี” มีใช้ในคัมภีร์ แต่ “กุมนฺตก” และ “กปฏ” ยังไม่พบว่ามีใช้ในคัมภีร์

Read More
บาลีวันละคำ

ธุรกิจ (บาลีวันละคำ 353)

ธุรกิจ
(บาลีไทย)

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ให้ความหมายคำว่า “ธุรกิจ” ไว้ว่า “การงานประจําเกี่ยวกับอาชีพค้าขาย หรือกิจการอย่างอื่นที่สําคัญและที่ไม่ใช่ราชการ” และความหมายในทางกฎหมายก็บอกไว้ว่า “การประกอบกิจการในทางเกษตรกรรม อุตสาหกรรม หัตถกรรม พาณิชยกรรม การบริการ หรือกิจการอย่างอื่น เป็นการค้า” (ความสั้นๆ ว่า “การประกอบกิจการเป็นการค้า”)

ในภาษาบาลี “ธุร” (ทุ-ระ) แปลว่า แอก, คานรถ, สัมภาระ, น้ำหนักบรรทุก, ภาระ, หน้าที่, การรับผิดชอบ, ส่วนหน้า, ศีรษะ, ยอด, ข้างหน้า, หัวหน้า, ผู้นำ, บทบาทที่สำคัญ, ปลายสุด, ที่ตอนต้นหรือตอนปลาย
“กิจ” บาลีเป็น “กิจฺจ” (กิด-จะ) แปลว่า หน้าที่, การงาน, การบริการ; พิธี, การกระทำ, ควรทำ, ควรประกอบ

ธุร + กิจฺจ = ธุรกิจฺจ = ธุรกิจ (ไม่มีศัพท์ที่ผสมกันแบบนี้ในคัมภีร์) แปลตามศัพท์ว่า “หน้าที่อันจะต้องแบกหามลากเข็นกันไป” หรือแปลสั้นๆ ว่า “งานที่ต้องรับผิดชอบ” ไม่ได้หมายเฉพาะถึงการประกอบอาชีพเกี่ยวกับค้าขาย หรือ “ธุรกิจ” ตามความหมายในภาษาไทย หรือที่เราคุ้นกับคำฝรั่งว่า business แต่ประการใด

พจนานุกรมอังกฤษ-บาลี แปล business เป็นบาลีว่า กมฺมนฺต (การงาน) วฺยาปาร (ธุรกิจ) ชีวิกาวุตฺติ (อาชีพ) ไม่ได้แปลว่า “ธุรกิจฺจ” แต่ประการใด
“ธุรกิจฺจ – ธุรกิจ” จึงเป็นบาลีตามภูมิปัญญาไทยอีกคำหนึ่ง

Read More
บาลีวันละคำ

ทัศนวิสัย – วิสัยทัศน์ (บาลีวันละคำ 352)

ทัศนวิสัย – วิสัยทัศน์
(บาลีไทย)

“ทัศน-” หรือ “ทัศน์” บาลีเป็น “ทสฺสน” (ทัด-สะ-นะ) แปลว่า การเห็น, การมองดู, การสังเกต, สิ่งที่เห็น, การเล็งเห็น, เครื่องรู้เห็น, ความเห็น, ทฤษฎี, การแสดง

“วิสัย” บาลีเป็น “วิสย” (วิ-สะ-ยะ) แปลว่า ที่ตั้ง, แหล่งที่; ภูมิภาค, โลก, อาณาจักร, จังหวัด, บริเวณ, ขอบเขต, โลก (ของความรู้สึก), แนว, วง; วิสัย (object), ลักษณะ, คุณสมบัติ, วิสัยแห่งอารมณ์ (object of sense), สุขารมณ์ทางโลกีย์ (sensual pleasure)

ในภาษาไทย “วิสัย” มีความหมายเพิ่มขึ้นอีกอย่างหนึ่ง คือ “ความสามารถ” ดังที่ พจน.42 บอกว่า “วิสัย : ความสามารถ เช่น อยู่ในวิสัยที่จะเลี้ยงดูบุตรภรรยาได้, เป็นเรื่องเหลือวิสัยที่จะทำได้”

ทัศน + วิสัย = ทัศนวิสัย แปลตามศัพท์ว่า “ขอบเขตที่สามารถมองเห็นได้” เป็นศัพท์ทางภูมิศาสตร์ ตรงกับคำอังกฤษว่า visibility มีความหมายเฉพาะว่า “ระยะทางไกลที่สุดซึ่งสามารถมองเห็นวัตถุด้วยตาเปล่าและบอกได้ว่าวัตถุนั้นเป็นอะไร” ใช้ในความหมายทั่วไปว่า สามารถมองเห็นบรรยากาศรอบๆ ได้ดีหรือไม่ดี เช่น อากาศแจ่มใส ทัศนวิสัยดี หรือ หมอกลงจัด ทำให้ทัศนวิสัยไม่ดี

วิสัย + ทัศน์ = วิสัยทัศน์ แปลตามศัพท์ว่า “การมองเข้าไปในขอบเขต” เป็นศัพท์บัญญัติเทียบคำอังกฤษว่า vision มีความหมายว่า การมีความคิดที่จะจัดทำหรือพัฒนาสิ่งใดๆ ให้เจริญก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้น หรือเรียกสั้นๆ ว่า การมองการณ์ไกล

Read More
บาลีวันละคำ

สารคดี (บาลีวันละคำ 351)

สารคดี
(บาลีไทย)

เป็นการเอาคำว่า “สาร” ประสมกับคำว่า “คดี” เป็น “สารคดี” (สา-ระ-คะ-ดี)

“สาร” (สา-ระ) ในภาษาบาลีแปลว่า สำคัญ, ประเสริฐยิ่ง, แข็งแรง, ชั้นในที่สุดและส่วนที่แข็งที่สุดของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง, แก่นหรือแกนของไม้, แก่นสาร, ส่วนสำคัญ, ส่วนที่ดีที่สุด, คุณค่า

“คดี” บาลีเป็น “คติ” (คะ-ติ) แปลตามศัพท์ว่า “การไป” แต่มีความหมายอย่างอื่นอีก คือ การจากไป, การผ่านไป, ทางไป, ที่ไป, ที่อยู่, ที่เกิดใหม่, ภพภูมิที่ไปเกิด, ทิศทาง, แนวทาง, วิถีชีวิต, ความเป็นไป, แบบอย่าง, วิธี

“คติ” แปลงเป็น “คดี” ในภาษาไทย เกิดความหมายใหม่ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 บอกไว้ว่า “คดี” คือ “เรื่อง” มักใช้ประกอบคําศัพท์ เช่น … สารคดี

Read More
บาลีวันละคำ

อานิสงส์ (บาลีวันละคำ 350)

อานิสงส์

บาลีเป็น “อานิสํส” อ่านว่า อา-นิ-สัง-สะ แปลตามศัพท์ว่า “คุณที่นำออกมาสรรเสริญได้อย่างดียิ่ง” “คุณที่หลั่งผลออก” ใช้ในความหมายว่า การสรรเสริญ, กำไร, ความดี, ประโยชน์, ผลดี, ข้อดี (ตรงกันข้ามกับ ข้อเสีย), ผลบุญ, ผลแห่งกุศลกรรม, ผลตอบแทน
“อานิสํส” ใช้ในภาษาไทยว่า “อานิสงส์” อ่านว่า อา-นิ-สง

ตัวอย่างความหมายของ “อานิสงส์” ในกรณีต่างๆ –

(1) ผลที่ได้จากการทำดี เช่น เจริญเมตตาเป็นนิตย์มีผล 11 อย่าง “มีผล” นี่ก็คือความหมายของ “อานิสงส์”
(2) ผลดีของการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ออกกำลังมีประโยชน์อย่างไรบ้าง “ประโยชน์” นี่ก็คือความหมายของ “อานิสงส์”
(3) ข้อดีของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น มะละกอมีสรรพคุณเป็นยาระบาย “สรรพคุณ” นี่ก็คือความหมายของ “อานิสงส์”

Read More
บาลีวันละคำ

บริษัท (บาลีวันละคำ 348)

บริษัท

“บริษัท” มาจากรูปคำสันสกฤตว่า “ปริษทฺ” แปลตามตัวว่า “การนั่งลงรอบๆ”
“บริษัท” บาลีเป็น “ปริสา” (ปะ-ริ-สา) แปลตามศัพท์ว่า “หมู่ที่มาโดยรอบ” “ที่เป็นที่พบปะกันโดยรอบ” มีความหมายว่า คนที่แวดล้อมอยู่, กลุ่มหรือหมู่ชน, ชุมนุม, กลุ่มชน, พวกพ้อง, คณะหรือหมู่เหล่า, สมาคม, ชนชั้น, ฝูงชน

“ปริสา – ปริษทฺ” เราเอามาใช้ว่า “บริษัท” อ่านว่า บอ-ริ-สัด
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 บอกไว้ว่า
บริษัท : หมู่, คณะ, เช่น พุทธบริษัท, ที่ประชุม เช่น จะพูดอย่างไรต้องดูบริษัทเสียก่อน

คำว่า “บริษัท” ตรงกับภาษาอังกฤษว่า company มักเข้าใจกันในความหมายว่า องค์กรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบธุรกิจทางการค้า คือ commercial company ซึ่ง “ปริสา – ปริษทฺ” ในบาลีสันสกฤตมิได้มีความหมายเฉพาะเช่นนี้ ดังเช่นคำว่า “พุทธบริษัท” หมายถึงหมู่ชนที่นับถือพระพุทธศาสนา 4 พวก คือ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา มีผู้เข้าใจว่า “พุทธบริษัท” คือบริษัทการค้าของชาวพุทธ !!

Read More
บาลีวันละคำ

ไอศูรย์ (บาลีวันละคำ 349)

ไอศูรย์

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 บอกไว้ว่า ไอศูรย์ คือ
“ไอศวรรย์”

ดูที่ “ไอศวรรย์” (ไอ-สะ-หฺวัน) บอกว่า ความเป็นเจ้าเป็นใหญ่, ความเป็นพระเจ้าแผ่นดิน; อํานาจ; สมบัติแห่งพระราชาธิบดี, ใช้ว่า ไอศุริย หรือ ไอศูรย์ ก็มี

และบอกว่า สันสกฤตเป็น “ไอศฺวรฺย” บาลีเป็น “อิสฺสริย”

สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกว่า ไอศฺวรฺย คือ เทวานุภาพ, สรรพสมรรถศักดิ์, ความแลไม่เห็น, ฯลฯ; ความเปนใหญ่, พลศักดิ์, กำลัง; divine power, omnipotence, invisibility, etc.; supremacy, power, might.

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ บอกว่า อิสฺสริย (อิด-สะ-ริ-ยะ) คือ ความเป็นผู้ปกครอง, ความเป็นนาย, ความเป็นใหญ่, อำนาจปกครอง rulership, mastership, supremacy, dominion

และบอกว่า อิสฺสริย มาจาก “อิสฺสร” (อิด-สะ-ระ)

ดูที่ “อิสฺสร” บอกว่า ผู้เป็นเจ้า, ผู้ปกครอง, ผู้เป็นนาย, หัวหน้า lord, ruler, master, chief

บาลี จาก “อิสฺสร” เป็น “อิสฺสริย” เป็นสันสกฤตว่า “ไอศฺวรฺย” แล้วเป็นไทยว่า “ไอศูรย์”

Read More
บาลีวันละคำ

อนุสาวรีย์ (บาลีวันละคำ 347)

อนุสาวรีย์

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 บอกไว้ว่า
“อนุสาวรีย์ : สิ่งที่สร้างไว้เป็นที่ระลึกถึงบุคคลหรือเหตุการณ์สําคัญเป็นต้น เช่น อาคาร หลุมฝังศพ รูปปั้น”
พจน.ไม่ได้บอกที่มาของคำว่าเป็นภาษาอะไร แต่รูปร่างเป็นบาลีสันสกฤตแน่นอน

“อนุ” แปลว่า น้อย, ภายหลัง, ตาม, เนืองๆ
“สาวรีย์” บาลีไม่มีคำรูปนี้ มีแต่ “สาราณีย” แปลว่า “อันควรแก่การนึกถึง- ระลึกถึง” คำนี้ความหมายตรงกับ “อนุสาวรีย์” แต่รูปคำไม่ตรงกัน (สาราณีย-สาวรีย คือต่างกันที่ “สาร-” กับ “สาว-”)
ถ้าจะเป็น “-สาว-” บาลีมีคำว่า “อนุสาวนีย” แปลว่า “ควรแก่การกล่าวประกาศ-บอกข่าว” รูปคำ “-สาว-” ตรงกัน คือ –สาว(นีย)-สาว(รีย) แต่ความหมายไม่ตรงกัน

Read More
บาลีวันละคำ

โพธิรุกฺข (บาลีวันละคำ 346)

โพธิรุกฺข

อ่านว่า โพ-ทิ-รุก-ขะ

“โพธิรุกฺข” คือ โพธิ + รุกฺข
“โพธิ” แปลว่า ความรู้อันยอดเยี่ยม, การตรัสรู้, ความรู้ที่พระพุทธเจ้าทรงมี (อันเป็นเหตุให้สำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า), ปัญญาเครื่องตรัสรู้, โพธิญาณ
“รุกฺข” แปลว่า ต้นไม้
“โพธิรุกฺข” จึงแปลว่า ต้นไม้ที่พระมหาบุรุษประทับนั่งภายใต้แล้วได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า เรียกกันสั้นๆ ว่า “ต้นไม้ตรัสรู้” ในภาษาไทยนิยมใช้ตามรูปสันสกฤตว่า “โพธิพฤกษ์” อ่านว่า โพ-ทิ-พฺรึก (รุกฺข = พฤกษ์)

ปัญหาเกี่ยวกับความเข้าใจ
1 พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ตรัสรู้เมื่อประทับนั่งใต้ต้นไม้ชนิดใดชนิดหนึ่ง ต้นไม้นั้นก็ได้นามเรียกว่า “โพธิรุกฺข-โพธิพฤกษ์” เช่น ประทับนั่งใต้ต้นกากะทิงแล้วตรัสรู้ ต้นกากะทิงก็ได้นามว่า “โพธิพฤกษ์”
2 “โพธิพฤกษ์” ของพระพุทธเจ้าของเราพระองค์นี้ ในบาลีเรียกว่าต้น “อัสสัตถะ” เราจึงเรียกต้นอัสสัตถะว่า “โพธิพฤกษ์-ต้นโพ”

ปัญหาเกี่ยวกับการเขียนและอ่าน
1 เมื่อเรียกสั้นๆ ว่า “ต้นโพ” พจน.42 กำหนดให้เขียนว่า “-โพ” ไม่ใช่ “ต้นโพธิ์” (ไม่มี ธิ) พจน.42 บอกว่า “โพศรีมหาโพธิ ก็เรียก”
2 ถ้า “-โพธิ” อยู่ท้ายคำ เช่นเรียกว่า “โพศรีมหาโพธิ” อ่านตามหลักนิยมว่า -สี-มะ-หา-โพด (ธิ เป็นตัวสะกด ไม่มีการันต์)
3 ถ้าใส่การันต์ที่ ธิ เช่น “ศรีมหาโพธิ์” อ่านว่า -สี-มะ-หา-โพ (ธิ์ ไม่ออกเสียง)

โพธิแบบโลก : รู้เพื่อรู้
โพธิแบบธรรม : รู้เพื่อหลุด

Read More
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้