Author: Admin ชมรมธรรมธารา

บาลีวันละคำ

เกษียณ (บาลีวันละคำ 245)

เกษียณ

คำบาลีสันสกฤตเขียนแบบไทย อ่านว่า กะ-เสียน

“เกษียณ” บาลีเป็น ขีณ (ขี-นะ) สันสกฤตเป็น กฺษีณ (ข ในบาลี = กฺษ ในสันสกฤต)
กฎการแปลงรูปง่ายๆ คือ “อี” หรือ “อิ” ในบาลีสันสกฤตเป็น “เอีย” ในภาษาไทย เช่น พีร เป็น เพียร, ศิร เป็น เศียร, จีร (ช้า,นาน) เป็น เจียร แล้วแผลงเป็น จำเนียร
ดังนั้น ขีณ จึง = เขียณ รูปสันสกฤตจึงเป็น “เกษียณ”

“ขีณ” แปลว่า ทำลาย, ทำให้หมด, เคลื่อนย้าย, ทำให้เสียเปล่า, สิ้นไป, หมดไป (ฝรั่งแปลคำนี้ว่า destroyed, exhausted, removed, wasted, gone)

คำว่า “เกษียณ” ในภาษาไทย เดิมใช้ในความหมายว่า “สิ้นกําหนดเวลารับราชการ” คำเต็มเรียกว่า “เกษียณอายุราชการ”
ต่อมาพูดสั้นลงมาว่า “เกษียณอายุ”
แล้วตัดเหลือแค่ “เกษียณ”
แต่ขยายความหมายจาก “รับราชการ” ไปถึงการทำงานกับบริษัท ห้างร้าน เอกชน แล้วขยายต่อไปถึงการทำงานทั่วไป
เวลานี้ “เกษียณ” กลายความหมายไปเป็น หยุด, ล้มเลิก, ยกเลิก, เลิกกิจการ, เลิกทำ

Read More
บาลีวันละคำ

สมุทย (บาลีวันละคำ 244)

สมุทย

อ่านว่า สะ-มุ-ทะ-ยะ
ภาษาไทยใช้ว่า “สมุทัย” พจน.42 ให้อ่านว่า สะ-หฺมุ-ไท, สะ-หฺมุด-ไท

“สมุทย” ประกอบด้วย สํ (คำอุปสรรค = พร้อมกัน) + อุ (คำอุปสรรค = ขึ้น) + อย (ธาตุ = ไป)

กระบวนการทางไวยากรณ์ คือ “สํ” แปลงนิคหิตเป็น “ม” = “สม” + อุ = สมุ + อย = สมุย ลง “ท” อาคมระหว่าง มุ – ย = สมุทย

Read More
บาลีวันละคำ

พิเรนทร์ (บาลีวันละคำ 243)

พิเรนทร์

1 รากศัพท์
“พิเรนทร์” (พิ-เรน) คำบาลีประกอบด้วย วีร (วี-ระ, กล้า) + อินฺท (อิน-ทะ, ผู้เป็นใหญ่)
ลดเสียง อี (ที่ วี) เป็น อิ = วิร
แปลง อิ (ที่ อินฺ) เป็น เอ = เอนฺท
จึง = วิร + เอนฺท = วิเรนฺท
แปลง ว เป็น พ = พิเรนฺท
“อินฺท” สันสกฤตเป็น “อินฺทฺร” เขียนแบบสันสกฤต = พิเรนฺทฺร (พิ-เรน-ทฺระ)
เขียนแบบไทยใส่การันต์ที่ ร (ทำให้ ทฺร ไม่ออกเสียง) = พิเรนทร์” (พิ-เรน) แปลว่า “จอมคนผู้กล้า” หรือ “หัวหน้าของนักรบ”

2 วัดพระพิเรนทร์
วัดพระพิเรนทร์ที่ถนนวรจักร กรุงเทพฯ สร้างสมัยอยุธยา พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.3) โปรดเกล้าฯ ให้ “พระพิเรนทรเทพ” (-พิ-เรน-ทฺระ-เทบ) เจ้ากรมพระตำรวจหลวง มาบูรณปฏิสังขรณ์ในราวปี พ.ศ. 2379 จึงได้รับพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดพระพิเรนทร์” ตามชื่อบรรดาศักดิ์ของผู้บูรณปฏิสังขรณ์

3 ที่มาของสำนวน “พิเรนทร์” ในภาษาไทย
เมื่อไทยเกิดกรณีพิพาทกับฝรั่งเศสใน พ.ศ. 2436 (ร.5) “พระพิเรนทรเทพ” พระตำรวจหลวงผู้หนึ่ง ออกความคิดฝึกหัดคนให้ดำน้ำเพื่อไปเจาะเรือรบฝรั่งเศสให้จม แต่วิธีฝึกออกจะทารุณ คือใครโผล่ขึ้นมาเร็วเกินไป ก็ใช้ไม้ถ่อค้ำคอไว้ไม่ให้โผล่ จนมีคนตายเพราะการกระทำแบบนั้น ชาวบ้านจึงพากันเรียกการกระทำของพระพิเรนทร์ฯ ว่า “เล่นอย่างพิเรนทร์” จนเป็นคำพูดติดปากกันต่อมา เมื่อมีใครทำสิ่งใดแผลงๆ อุตรินอกลู่นอกทางในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ หรือไม่ควรกระทำ จึงเรียกกันว่า “เล่นพิเรนทร์” หรือเป็น “คนพิเรนทร์”

Read More
บาลีวันละคำ

ปฏิญฺญา (บาลีวันละคำ 242)

ปฏิญฺญา

อ่านว่า ปะ-ติน-ยา

ส่วนประกอบของคำคือ ปฏิ + ญา

“ปฏิ” (คำอุปสรรค) = เฉพาะ, ตอบ, ทวน, กลับ
“ญา” (ธาตู) = รู้ (เมื่อประสมกัน ซ้อน ญ ตามกฎไวยากรณ์)

“ปฏิญฺญา” แปลว่า คำรับรอง, คำมั่น, สัญญา, การตกลง, การให้ความเห็นชอบ, การอนุญาต, การรับว่า-, การแสดงตัวว่าเป็น-

Read More
บาลีวันละคำ

บุพเพสันนิวาส (บาลีวันละคำ 241)

บุพเพสันนิวาส

คำบาลีเขียนแบบไทย อ่านว่า บุบ-เพ-สัน-นิ-วาด

“บุพเพสันนิวาส” เขียนแบบบาลีเป็น “ปุพฺเพสนฺนิวาส”
อ่านว่า ปุบ-เพ-สัน-นิ-วา-สะ
ประกอบด้วย ปุพฺเพ + สนฺนิวาส

“ปุพฺเพ” แปลว่า ในกาลก่อน, ในชาติปางก่อน

“สนฺนิวาส” ประกอบด้วย สํ + นิวาส แปลว่า การอยู่ร่วมกัน

“ปุพฺเพสนฺนิวาส-บุพเพสันนิวาส” จึงแปลว่า “การอยู่ร่วมกันในชาติก่อน” หมายถึงเคยเป็นพ่อ แม่ ลูก พี่ น้อง เพื่อน ผัว เมีย ฯลฯ กันมาในอดีตชาติ ในชาตินี้จึงเกิดมาเป็นเช่นนั้นกันอีก

Read More
บาลีวันละคำ

เปรต (บาลีวันละคำ 240)

เปรต

อ่านว่า เปรฺด (ปรฺ ควบ เสียงเอก เหมือน “โปรด”)

“เปรต” เขียนตามรูปสันสกฤต, บาลีเป็น “เปต” (เป-ตะ)
“เปต” ประกอบด้วย ปร + อิ + ต สูตรแสดงกระบวนการของคำนี้ว่า “ปรํ โลกํ เอติ คจฺฉตีติ เปโต” แปลว่า “เปตะ คือ ผู้ไปสู่ปรโลก”

ตามความหมายของศัพท์ ผู้ที่ตายไปแล้วจึงเรียกว่า “เปต – เปรต” ได้ทั้งสิ้น

Read More
บาลีวันละคำ

โอปปาติก (บาลีวันละคำ 239)

โอปปาติก

อ่านว่า โอ-ปะ-ปา-ติ-กะ
ภาษาไทยเขียน “โอปปาติกะ” อ่านเหมือนบาลี

ประกอบด้วย อุ + ป + ปต + ณี + ณิก = โอปปาติก
อุ (อุปสรรค) = ขึ้น, แผลงเป็น โอ = โอ + ป
ป (อุปสรรค) = ทั่ว, ข้างหน้า, ก่อน, ออก, (โอ +) = โอป + ปต
ปต (ธาตุ) = ไป, ตก, ยืดเสียงเป็น ปาต (โอป +) = โอปปาต + ณี
ณี (ปัจจัย) = ผู้-, (โอปปาต +, ลบ ณ) = โอปปาตี + ณิก
ณิก (ปัจจัย) = ผู้-, (โอปปาตี +, ลบ อี ลบ ณ) = โอปปาติก

Read More
บาลีวันละคำ

บวช (บาลีวันละคำ 238)

บวช

พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ.ปยุตฺโต บอกไว้ว่า
“บวช : การเว้นทั่ว คือเว้นความชั่วทุกอย่าง (ออกมาจากคำว่า ป + วช) หมายถึงการถือเพศเป็นนักพรตทั่วไป”

“ป” เป็นคำอุปสรรค แปลว่า ทั่ว, ข้างหน้า, ก่อน, ออก
“วช” เป็นรากศัพท์ (ธาตุ) แปลว่า ไป, ถึง, เกิด, บรรลุ, แสวงหา, ปรุงแต่ง, กระทำ
มีธาตุอีกคำหนึ่ง คือ “วชฺช” (วัด-ชะ) แปลว่า “เว้น”
ในบาลีไม่มีศัพท์ว่า “ปวช” ส่วน ป + วชฺช รูปบาลีเป็น “ปพฺพชฺชา” (ปับ-พัด-ชา) แปลว่า การถือเพศเป็นนักพรต, การทรงเพศสมณะ, การสละชีวิตครองเรือนออกบวช ซึ่งเป็นความหมายของ “บวช” นั่นเอง (พจน.๔๒ บวช : ถือเพศเป็นภิกษุสามเณรหรือนักพรตอื่น ๆ)
ป + วชฺช = ปพฺพชฺชา ใช้ในภาษาไทยว่า “บรรพชา” (ตาม พจน.๔๒ อ่านว่า บัน-พะ-ชา ก็ได้ บับ-พะ-ชา ก็ได้)

Read More
บาลีวันละคำ

นว (บาลีวันละคำ 237)

นว

อ่านว่า นะ-วะ

“นว” มีคำแปล 2 อย่าง คือ –
1 ใหม่, สด, ยังไม่ช้ำหรือเสื่อมเสีย, สะอาด, เร็วๆ นี้, ที่ได้มาหรือปฏิบัติเมื่อเร็วๆ นี้เอง, หนุ่ม, ยังไม่มีความชำนาญ, ไม่มีประสบการณ์
2 จำนวนเก้า
จะหมายถึง “ใหม่” หรือ “เก้า” ต้องดูที่บริบท ในภาษาไทยมักใช้เป็นคําหน้าสมาส เช่น
– นวกรรม “การทำใหม่” = การก่อสร้าง
– นวทวาร = ช่องทั้ง 9 แห่งร่างกาย คือ ตา 2 หู 2 จมูก 2 ปาก 1 ทวารเบา 1 ทวารหนัก 1

Read More
บาลีวันละคำ

สัมพัจฉรฉินท์ (บาลีวันละคำ 236)

สัมพัจฉรฉินท์

อ่านว่า สํา-พัด-ฉะ-ระ-ฉิน

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 บอกไว้ว่า –

“สัมพัจฉรฉินท์ : พิธีสิ้นปี, ตรุษ”

“สัมพัจฉรฉินท์” เขียนแบบบาลีเป็น “สํวจฺฉรฉินฺท” (สัง-วัด-ฉะ-ระ-ฉิน-ทะ) ประกอบด้วยคำว่า สํวจฺฉร + ฉินฺท

“สํวจฺฉร” แปลตามศัพท์ว่า “กาลเป็นที่อาศัยอยู่” “กาลที่เป็นไปเหมือนว่าอาศัยความสืบเนื่องและความเป็นไปแห่งธรรมดานั้นๆ” แปลเอาความว่า “ปี”

“ฉินฺท” แปลว่า การตัด; ตัด, ขาด, ทําลาย

Read More
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้