บาลีวันละคำ

บาลีวันละคำ

เวลา (บาลีวันละคำ 1,130)

เวลา

อ่านว่า เว-ลา

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

“เวลา : (คำนาม) ชั่วขณะความยาวนานที่มีอยู่หรือเป็นอยู่ โดยนิยมกําหนดขึ้นเป็นครู่ คราว วัน เดือน ปี เป็นต้น เช่น เวลาเป็นเงินเป็นทอง ขอเวลาสักครู่. (ป., ส.)”.

ในภาษาไทย เราใช้คำว่า “เวลา” ในความหมายตามพจนานุกรมนี้

แต่ในภาษาบาลี “เวลา” มีรากศัพท์มาหลายทาง จึงมีความหมายหลายอย่าง

Read More
บาลีวันละคำ

สุญญาคาร (บาลีวันละคำ 1,129)

สุญญาคาร

อ่านว่า สุน-ยา-คาน
ประกอบด้วย สุญญ + อคาร

(๑) “สุญญ”

บาลีเขียน “สุญฺญ” อ่านว่า สุน-ยะ (มีจุดใต้ ญ ตัวหน้า) รากศัพท์มาจาก :

(1) สุน (การไป) + ย ปัจจัย, แปลง น (ที่ (สุ)-น กับ ย เป็น ญฺญ

: สุน + ย = สุนย > สุญฺญ แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่เกื้อกูลแก่การไป” (คือทำให้ไม่ติดขัด เพราะว่าง โล่ง)

Read More
บาลีวันละคำ

สุญญากาศ (บาลีวันละคำ 1,128)

สุญญากาศ

อ่านว่า สุน-ยา-กาด
ประกอบด้วย สุญญ + อากาศ

(๑) “สุญญ”

บาลีเขียน “สุญฺญ” อ่านว่า สุน-ยะ (มีจุดใต้ ญ ตัวหน้า) รากศัพท์มาจาก :

(1) สุน (การไป) + ย ปัจจัย, แปลง น (ที่ (สุ)-น กับ ย เป็น ญฺญ

: สุน + ย = สุนย > สุญฺญ แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่เกื้อกูลแก่การไป” (คือทำให้ไม่ติดขัด เพราะว่าง โล่ง)

Read More
บาลีวันละคำ

อับหายาคีรี (บาลีวันละคำ 1,127)

อับหายาคีรี

จาก “อภัยคีรี” ถึง “อภัยมณี”

มีคำที่เขียนเป็นอักษรโรมันคำหนึ่งว่า Abhayagiri

มีผู้ถอดคำนี้เป็นอักษรไทยว่า “อับหายาคีรี” คือแยกเป็น Ab-ha-ya-giri

ความจริงคำ Abhayagiri นี้ มีชื่อเรียกในคัมภีร์บาลีอยู่แล้วว่า “อภยคิริ” คือต้องแยกเป็น A-bha-ya-giri ที่แยกเป็น Ab-ha-ya-giri เข้าใจว่าเกิดจากผู้ถอดคำไม่คุ้นหรือไม่รู้จักชื่อนี้

อภยคิริ เขียนแบบไทยเป็น “อภัยคีรี” ประกอบด้วย อภัย + คีรี

Read More
บาลีวันละคำ

สมบูรณาญาสิทธิราชย์ (บาลีวันละคำ 1,126)

สมบูรณาญาสิทธิราชย์

อ่านว่า สม-บู-ระ-นา-ยา-สิด-ทิ-ราด
ประกอบด้วย สมบูรณ + อาญา + สิทธิ + ราชย์

(๑) “สมบูรณ”

บาลีเป็น “สมฺปูรณ” (สำ-ปู-ระ-นะ) รากศัพท์มาจาก สํ (พร้อมกัน, ร่วมกัน) แปลงนิคหิตเป็น มฺ + ปูรฺ (ธาตุ = เต็ม, ทำให้เต็ม) + ยุ ปัจจัย, แปลง ยุ เป็น อน, แปลง อน เป็น อณ

Read More
บาลีวันละคำ

คณะราษฎร (บาลีวันละคำ 1,125)

คณะราษฎร

อ่านว่า คะ-นะ-ราด-สะ-ดอน
ประกอบด้วย คณะ + ราษฎร

(๑) “คณะ”

บาลีเป็น “คณ” (คะ-นะ) รากศัพท์มาจาก คณฺ (ธาตุ = นับ) + อ ปัจจัย แปลตามศัพท์ว่า “ส่วนย่อยที่นับรวมกัน”

Read More
บาลีวันละคำ

ธรรมาสน์ (บาลีวันละคำ 1,124)

ธรรมาสน์

อ่านว่า ทำ-มาด
บาลีเป็น “ธมฺมาสน” อ่านว่า ทำ-มา-สะ-นะ
ประกอบด้วย ธมฺม + อาสน

(๑) “ธมฺม” (ทำ-มะ)

รากศัพท์มาจาก ธรฺ (ธาตุ = ทรงไว้) + รมฺม (ปัจจัย) ลบ รฺ ที่สุดธาตุ และ ร ต้นปัจจัย = ธมฺม

Read More
บาลีวันละคำ

อาสน์สงฆ์ [2] (บาลีวันละคำ 1,123)

อาสน์สงฆ์ [2]

ไม่ควรเป็น “อาสนะสงฆ์”
และไม่ใช่ “อาสนสงฆ์”

“อาสน์สงฆ์” คือ อาสน์ + สงฆ์ อ่านว่า อาด-สง

(๑) “อาสน์”

บาลีเป็น “อาสน” (อา-สะ-นะ) รากศัพท์มาจาก :

(1) อาสฺ (ธาตุ = นั่ง; ตั้งไว้) + ยุ ปัจจัย, แปลง ยุ เป็น อน (อะ-นะ)

: อาสฺ + ยุ > อน = อาสน แปลตามศัพท์ว่า (1) “การนั่ง” “ที่นั่ง” (2) “ที่เป็นที่ตั้ง”

Read More
บาลีวันละคำ

สารรูป – สารภาพ (บาลีวันละคำ 1,122)

สารรูป – สารภาพ

ความเข้าใจที่เกิดจากความไม่เข้าใจ

ผู้เขียนบาลีวันละคำได้พบข้อความในที่แห่งหนึ่งว่าดังนี้ –

“ทำไมคำว่า สารรูป มีความหมายแตกต่างจากคำว่า สารภาพ ทั้งๆ ที่ รูป ก็แปลว่า ภาพ”

Read More
บาลีวันละคำ

อดีต – ปัจจุบัน – อนาคต (บาลีวันละคำ 1,121)

อดีต – ปัจจุบัน – อนาคต

แปลความหมาย
เสริมการรู้ความหมายโดยไม่ต้องแปล

(๑) “อดีต”

บาลีเป็น “อตีต” (อะ-ตี-ตะ) รากศัพท์มาจาก อติ (ล่วงไป) + อิ (ธาตุ = ไป) + ต ปัจจัย, รวมเสียง อิ ที่ (อ)-ติ กับ อิ ที่ อิ ธาตุเป็น อี
: อติ + อิ = อติอิ > อตี + ต = อตีต แปลตามศัพท์ว่า “ล่วงเลยไปแล้ว” หมายถึง ผ่านไป, เลยไป (past, gone by)

Read More
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้