บาลีวันละคำ

บาลีวันละคำ

พาณิช กับ พาณิชย์ (บาลีวันละคำ 792)

พาณิช กับ พาณิชย์

มีความหมายต่างกันอย่างไร

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

(1) พาณิช : (คำนาม) พ่อค้า. (ส., ป. วาณิช).

(2) พาณิชย-, พาณิชย์ : [พานิดชะยะ-, พานิด] (คำนาม) การค้าขาย; ชื่อกระทรวงที่มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกับการพาณิชย์ และกิจการทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการพาณิชย์รวมตลอดทั้งการซื้อขายและแลกเปลี่ยนสินค้า การควบคุมและส่งเสริมเกี่ยวกับกิจการค้าและการประกันภัย. (ส. วาณิชฺย; ป. วาณิชฺช).

(1) “พาณิช” บาลีเป็น “วาณิช” (วา-นิ-ชะ) ภาษาไทย พ- บาลี ว- รากศัพท์มาจาก วาณ (= เสียง, การส่งเสียง) + อชฺ (ธาตุ = ไป) + อ ปัจจัย, แปลง อ ต้นธาตุเป็น อิ

: วาณ + อชฺ = วาณช + อ = วาณช > วาณิช แปลตามศัพท์ว่า “ผู้ไปทางโน้นทางนี้ด้วยการส่งเสียง” หมายถึง พ่อค้า, คนค้าขาย (a merchant, trader)

Read More
บาลีวันละคำ

สวรรคต (บาลีวันละคำ 791)

สวรรคต

อ่านว่า สะ-หฺวัน-คด
บาลีเป็น “สคฺคคต” อ่านว่า สัก-คะ-คะ-ตะ
ประกอบด้วย สคฺค + คต

“สคฺค” รากศัพท์มาจาก สุ (= ดี, งาม) + อคฺค ลบ อุ ที่ สุ
“อคฺค” มีความหมายว่า เด่น, ยอดเยี่ยม, ดีที่สุด, สูงสุด, สำคัญที่สุด (illustrious, excellent, the best, highest, chief)

: สุ > ส + อคฺค = สคฺค

“สคฺค” (สันสกฤตเป็น สฺวรฺค) แปลตามศัพท์ว่า “ที่ดำรงอยู่ยืนนานและสวยงาม” “แดนอันแสนดีเลิศล้ำด้วยกามคุณ” “แดนที่มีอารมณ์อันเลิศ” (คือได้พบเห็นสัมผัสแต่สิ่งที่น่าเพลิดเพลินเจริญใจ) “แดนที่ติดข้อง”

ภาษาไทยเขียนอิงสันสกฤตเป็น “สวรรค์” (สะ-หฺวัน) พจน.54 บอกความหมายไว้ว่า “โลกของเทวดา, เมืองฟ้า”

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล สคฺค ว่า heaven, the next world (สวรรค์, โลกหน้า) แล้วขยายความว่า popularly conceived as a place of happiness and long life (ตามมโนภาพทั่วๆ ไป เข้าใจกันว่าเป็นสถานที่มีควมสุขและมีอายุยืน)

ตามปกติคำว่า “สคฺค” หมายถึง สวรรค์ที่ยังเกี่ยวข้องกับกาม 6 ชั้น คือ จาตุมหาราชิกา ดาวดึงส์ ยามา ดุสิต นิมมานรดี ปรนิมมิตวสวัตดี
แต่ความหมายในวงกว้าง “สคฺค” หมายถึงเทวโลกทุกภพภูมิ

“คต” (คะ-ตะ) รากศัพท์มาจาก คมฺ (ธาตุ = ไป, ถึง) + ต ปัจจัย (ปัจจัยตัวนี้ใช้หมายถึง อดีตกาล คือแปลว่า “-แล้ว” เช่น กินแล้ว, ทำแล้ว), ลบที่สุดธาตุ

Read More
บาลีวันละคำ

คะเน (บาลีวันละคำ 789)

คะเน

คำที่ชวนคะนึง

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

“คะเน : (คำกริยา) กะ, คํานวณเอาอย่างหยาบ ๆ, เช่น คะเนให้พอดี”

ภาษาบาลีมีธาตุ (= รากของศัพท์) ตัวหนึ่ง คือ คณฺ ธาตุ (อ่านว่า คะ-นะ-ทาด) มีคำบอกความหมายว่า –

(1) คณเน = นับ, คำนวณ
(2) สงฺขฺยาเน = นับ

คณฺ ธาตุ รูปคำกริยาสามัญ ปฐมบุรุษ เอกพจน์ เป็น “คเณติ” (คะ-เน-ติ) นักเรียนบาลีเมืองไทยแปลกันว่า “ย่อมนับ”
ถ้าลงวิภัตติอาขยาตบางหมวด จะได้รูปเป็น “คเณ” (คะ-เน) แปลว่า “พึงนับ”

“คเณติ” หรือ “คเณ” พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปลว่า –
(1) to count, to reckon, to do sums (นับ, คำนวณ, บวกเลข)
(2) to regard, to take notice of, to consider, to care for (มองดู, สังเกต, พิจารณา, เอาใจใส่)

ความหมายตามข้อ (2) นับว่าคล้ายหรือใกล้กับความหมายของ “คะเน” ในภาษาไทยมากทีเดียว

Read More
บาลีวันละคำ

รถไฟ (บาลีวันละคำ 788)

รถไฟ
บาลีว่าอย่างไร

รถไฟ เป็นยานพาหนะยุคใหม่ จึงไม่มีคำบาลีที่หมายถึง “รถไฟ” ปรากฏในคัมภีร์ แต่มีคำที่นักปราชญ์ทางภาษาบาลีผูกขึ้นใช้เรียก

พจนานุกรม สอ เสถบุตร แปลคำว่า “รถไฟ” เป็นภาษาอังกฤษว่า a train, railroad, railway

พจนานุกรมอังกฤษ-บาลี แปล train เป็นบาลีว่า dhūmarathapanti ธูมรถปนฺติ (ทู-มะ-ระ-ถะ-ปัน-ติ)

ธูมรถปนฺติ ประกอบด้วย ธูม + รถ + ปนฺติ

“ธูม” (ทู-มะ) แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่เคลื่อนไหวขึ้นไปข้างบน” หมายถึง ควัน หรือไอ (smoke, fumes)

“รถ” (ระ-ถะ) แปลตามศัพท์ว่า “ยานที่ยังให้เกิดสุขารมณ์ ความสนุกเพลิดเพลิน ความดีใจ” แรกที่มนุษย์ประดิษฐ์รถขึ้นมาน่าจะเพื่อการเล่นสนุก นักภาษาจึงให้ความหมายเช่นนี้ ต่อมาจึงใช้รถเพื่อการอื่นๆ เช่นการเดินทาง การขนส่ง และการรบ

Read More
บาลีวันละคำ

อาชญากร (บาลีวันละคำ 787)

อาชญากร

อ่านว่า อาด-ยา-กอน และ อาด-ชะ-ยา-กอน
(ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554)

ประกอบด้วย อาชญา + กร

“อาชญา” เป็นรูปคำสันสกฤต
บาลีเป็น “อาณา” (อา-นา)

“อาณา” ตามรากศัพท์แปลว่า “การบอกให้รู้ทั่ว” ขยายความว่า “ประกาศให้รู้และให้ปฏิบัติตาม” หมายถึง คำสั่ง, ข้อบังคับ, การบังคับบัญชา, การสั่ง, อำนาจ (order, command, authority)

“กร” รากศัพท์มาจาก กรฺ (ธาตุ = ทำ) + อ ปัจจัย
: กรฺ + อ = กร แปลตามศัพท์ว่า “ผู้ทำ” หมายถึง ผลิต, ก่อ, ประกอบ, สร้าง, กระทำ (producing, causing, forming, making, doing)

“กร” ยังหมายถึง “ผู้ทำ” (the maker) โดยตรง และตีความว่าหมายถึง “มือ” ได้ด้วย แปลตามศัพท์ว่า “อวัยวะเป็นเครื่องทำงาน”

อาชญา + กร = อาชญากร พจน.54 บอกไว้ว่า –

“อาชญากร : ผู้ก่ออาชญากรรม, ผู้กระทําความผิดที่เป็นคดีอาญา”

คำว่า “อาชญา” และ “อาชญากรรม” พจน.54 บอกไว้ว่า –

– อาชญา : อํานาจ; โทษ (มักใช้สําหรับพระเจ้าแผ่นดินหรือเจ้านาย) เช่น พระราชอาชญา. (ส.; ป. อาณา).
– อาชญากรรม : การกระทําความผิดทางอาญา.

Read More
บาลีวันละคำ

ประหาร (บาลีวันละคำ 786)

ประหาร

อ่านว่า ปฺระ-หาน

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

“ประหาร : (คำนาม) การตี, การฟัน, การล้าง, การผลาญ.ก. ฆ่า, ทําลาย. (ส. ปฺรหาร; ป. ปหาร)”

“ประหาร” บาลีเป็น “ปหาร” (ปะ-หา-ระ) สันสกฤตเป็น “ปฺรหาร” เราเขียนอิงสันสกฤตเป็น “ประหาร”

“ปหาร” รากศัพท์มาจาก ป (คำอุปสรรค = ทั่ว, ข้างหน้า, ก่อน, ออก) + หรฺ ธาตุ + ณ ปัจจัย, ทีฆะ (ยืดเสียง) สระที่ต้นธาตุ ด้วยอำนาจของปัจจัยที่มี “ณ” : อ > อา
: ป + หรฺ > หาร = ปหาร + ณ = ปหาร

หรฺ ธาตุ มีความหมาย 2 อย่าง คือ –

Read More
บาลีวันละคำ

จำพรรษาไม่ใช่จำวัด (บาลีวันละคำ 785)

จำพรรษาไม่ใช่จำวัด

คำว่า “จำพรรษา” ในภาษาบาลีมีคำที่ใช้อยู่ 2 คำ คือ –

(1) “วสฺสูปนายิกา” (วัด-สู-ปะ-นา-ยิ-กา) แปลตามศัพท์ว่า “ดิถีเป็นที่น้อมไปสู่กาลฝน” มาจาก วสฺส (= ฤดูฝน) + อุป (= เข้าไป, ใกล้) + นี (ธาตุ = นำไป) + อิก ปัจจัย + อา ปัจจัยอิตถีลิงค์

: วสฺส + อุป = วสฺสูป + นี > เน > นาย = วสฺสูปนาย + อิก = วสฺสูปนายิก + อา = วสฺสูปนายิกา (ติถี) เขียนแบบไทยว่า “วัสสูปนายิกาดิถี” แปลว่า “วันเข้าพรรษา” เป็นคำเรียกเฉพาะวันเข้าพรรษา (คือวันนี้) เพียงวันเดียว

(2) “วสฺสูปวาส” (วัด-สู-ปะ-วา-สะ) คำกริยาว่า วสฺสํ อุปวสติ (วัด-สัง อุ-ปะ-วะ-สะ-ติ) มาจาก วสฺส (= ฤดูฝน) + อุป (= เข้าไป, ใกล้) + วาส (= การอยู่)

: วสฺส + อุป = วสฺสูป + วาส = วสฺสูปวาส เขียนแบบไทยว่า “วัสสูปวาส” (วัด-สู-ปะ-วาด) แปลว่า “การเข้าจำพรรษา” หมายถึงการพักอยู่กับที่ตลอดฤดูฝน ตรงกับที่เราพูดว่า “จำพรรษา”

คำว่า วัสสูปนายิกาดิถี และ วัสสูปวาส ไม่เป็นที่คุ้นปากคุ้นหู และไม่มีเก็บไว้ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน

เรื่องที่ควรสังเกตก็คือ เวลานี้มีผู้ใช้คำว่า “จำวัด” ในที่ที่หมายถึง “จำพรรษา” กันมากขึ้น เช่น “ปีนี้พระมหาทองย้อยจำวัดอยู่ที่วัดมหาธาตุ”

“จำพรรษา” พจน.54 บอกไว้ว่า “อยู่ประจําที่วัด ๓ เดือนในฤดูฝน (ใช้แก่พระสงฆ์)”

Read More
บาลีวันละคำ

อาสาฬหบูชา (บาลีวันละคำ 784)

อาสาฬหบูชา

ประกอบด้วย อาสาฬห + บูชา

(๑) “อาสาฬห” บาลีเป็น “อาสาฬฺห” (มีจุดใต้ ฬฺ)

“อาสาฬฺห” เป็นชื่อหมู่ดาว

หนังสือ ศัพท์วิเคราะห์ ของ พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.9, ราชบัณฑิต) แสดงความหมายของศัพท์ไว้ว่า –

“อาสาฬฺโห นาม ภตีนํ ทณฺโฑ, ตํสณฺฐานตฺตา อาสาฬฺหา = ดาวที่มีรูปร่างเหมือนไม้คานของคนรับจ้าง”

เมื่อดวงจันทร์โคจรผ่านกลุ่มดาวนี้จึงเรียกชื่อเดือนนั้นว่า “อาสาฬฺห” คือเดือน 8 ทางจันทรคติ ตกราวมิถุนายน – กรกฎาคม

(๒) “บูชา” บาลีเป็น “ปูชา” รากศัพท์ คือ ปูชฺ (ธาตุ = บูชา) + อ (ปัจจัย) + อา (ปัจจัยอิตถีลิงค์) = ปูชา

ปูชา – บูชา หมายถึง การให้เกียรติ, การนับถือ, การแสดงความภักดี (honour, worship, devotional attention)

อาสาฬฺห + ปูชา = อาสาฬฺหปูชา > อาสาฬหบูชา

“อาสาฬหบูชา” แปลว่า “การบูชาในเดือน 8” หมายถึงการบูชาในวันเพ็ญเดือน ๘ เพื่อรำลึกถึงคุณพระรัตนตรัยเป็นการพิเศษ เนื่องในวันที่ (1) พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา คือ ธัมมจักกัปปวัตนสูตร (2) ทำให้เกิดมีปฐมสาวก คือ พระอัญญาโกณฑัญญะ และ (3) เกิดสังฆรัตนะครบพระรัตนตรัย

Read More
บาลีวันละคำ

เพชฌฆาต (บาลีวันละคำ 783)

เพชฌฆาต

อ่านว่า เพ็ด-ชะ-คาด
บาลีเป็น “วชฺฌฆาต” อ่านว่า วัด-ชะ-คา-ตะ
ประกอบด้วย วชฺฌ + ฆาต

“วชฺฌ” รากศัพท์มาจาก วธฺ (ธาตุ = ฆ่า) + ณฺย ปัจจัย, แปลง ณฺย กับ ธ ที่สุดธาตุเป็น ชฺฌ
: วธฺ + ณฺย (ธฺ + ณฺย > ชฺฌ) = วชฺฌ
(บางตำราว่าเป็น หนฺ (ธาตุ = ฆ่า) + ณฺย แปลง หนฺ กับ ณฺย เป็น วชฺฌ)

วชฺฌ แปลตามศัพท์ว่า “ผู้ที่พึงฆ่า” ใช้เป็นคุณศัพท์ หมายถึง สมควรฆ่า, หรือประหารชีวิต; ผู้ที่จะต้องประหารชีวิต; สมควรจะตาย (to be killed, slaughtered or executed; object of execution; meriting death)

“ฆาต” รากศัพท์มาจาก หนฺ (ธาตุ = ฆ่า) + ณฺย ปัจจัย, แปลง หนฺ กับ ณฺย เป็น ฆาต แปลตามศัพท์ว่า “การฆ่า” หมายถึง การทำให้ตาย, ฆาตกรรม; การประหาร, การทำลาย, การปล้น (killing, murdering; slaughter, destruction, robbery)

วชฺฌ + ฆาต = วชฺฌฆาต แปลตามศัพท์ว่า “การประหารผู้ที่สมควรตาย” และใช้เป็นคุณศัพท์ของบุคคลหมายถึง “ผู้ประหารผู้ที่สมควรตาย” (วชฺฌ = ผู้ที่สมควรตาย, ฆาต = ผู้ประหาร)

ในภาษาไทยใช้ว่า “เพชฌฆาต” แผลง วชฺฌ เป็น เพชฌ (คำเทียบ ว- เป็น เพ- เช่น วชิร = เพชร)

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

“เพชฌฆาต : (คำนาม) เจ้าหน้าที่ประหารชีวิตนักโทษที่ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ประหารชีวิต. (ป. วชฺฌฆาตก)”

Read More
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้