บาลีวันละคำ

บาลีวันละคำ

นว (บาลีวันละคำ 237)

นว

อ่านว่า นะ-วะ

“นว” มีคำแปล 2 อย่าง คือ –
1 ใหม่, สด, ยังไม่ช้ำหรือเสื่อมเสีย, สะอาด, เร็วๆ นี้, ที่ได้มาหรือปฏิบัติเมื่อเร็วๆ นี้เอง, หนุ่ม, ยังไม่มีความชำนาญ, ไม่มีประสบการณ์
2 จำนวนเก้า
จะหมายถึง “ใหม่” หรือ “เก้า” ต้องดูที่บริบท ในภาษาไทยมักใช้เป็นคําหน้าสมาส เช่น
– นวกรรม “การทำใหม่” = การก่อสร้าง
– นวทวาร = ช่องทั้ง 9 แห่งร่างกาย คือ ตา 2 หู 2 จมูก 2 ปาก 1 ทวารเบา 1 ทวารหนัก 1

Read More
บาลีวันละคำ

สัมพัจฉรฉินท์ (บาลีวันละคำ 236)

สัมพัจฉรฉินท์

อ่านว่า สํา-พัด-ฉะ-ระ-ฉิน

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 บอกไว้ว่า –

“สัมพัจฉรฉินท์ : พิธีสิ้นปี, ตรุษ”

“สัมพัจฉรฉินท์” เขียนแบบบาลีเป็น “สํวจฺฉรฉินฺท” (สัง-วัด-ฉะ-ระ-ฉิน-ทะ) ประกอบด้วยคำว่า สํวจฺฉร + ฉินฺท

“สํวจฺฉร” แปลตามศัพท์ว่า “กาลเป็นที่อาศัยอยู่” “กาลที่เป็นไปเหมือนว่าอาศัยความสืบเนื่องและความเป็นไปแห่งธรรมดานั้นๆ” แปลเอาความว่า “ปี”

“ฉินฺท” แปลว่า การตัด; ตัด, ขาด, ทําลาย

Read More
บาลีวันละคำ

ดนตรี (บาลีวันละคำ 235)

ดนตรี

คำนี้เป็นภาษาบาลีด้วยหรือ ?

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 บอกไว้ว่า –
“ดนตรี : เสียงที่ประกอบกันเป็นทํานองเพลง, เครื่องบรรเลงซึ่งมีเสียงดังทําให้รู้สึกเพลิดเพลิน หรือเกิดอารมณ์รัก โศก หรือรื่นเริง เป็นต้น ได้ตามทํานองเพลง”
และบอกว่า สันสกฤตเป็น “ตนฺตฺรินฺ” (ตัน-ตฺริน)

สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกว่า –
“ตนฺตฺรินฺ : (1) ‘อันถักหรือทอแล้ว’, ‘อันมีด้ายหรือสาย’, ‘อันทำด้วยด้าย’ (2) นักดนตรี, ผู้ขับร้องคายะศัพท์; musician”

“ตนฺตฺรินฺ” บาลีก็คือ “ตนฺติ” (ตัน-ติ) แปลว่า –
1 คัมภีร์, ข้อความในพระไตรปิฎก
2 แนว, เส้นสาย, สายตระกูล; แบบแผนที่มีมาแต่เดิม
3 เชือกหรือสายพิณ รวมทั้งสายของเครื่องดนตรีอื่นๆ

เฉพาะความหมายที่ 3 นี้ ฝรั่งแปล “ตนฺติ” ว่า the string or cord of a lute
ทำให้นึกถึงคำว่า “วงสตริง” “คอร์ดกีต้าร์” ที่คอดนตรีพูดกัน

ต เต่า ในบาลีสันสกฤต ไทยเราแปลงเป็น ด เด็ก เช่น ตล เป็น ดล, ตาวติงส เป็น ดาวดึงส์ ดังนั้น “ตนฺ-” จึง = ดัน แล้วก็เป็น ดน-

“ติ” เป็น “ตฺริ” แล้วก็เป็น “ตรี” ในภาษาไทย เช่น มนฺติ = มนตฺริ แล้วก็เป็น มนตรี
เพราะฉะนั้น ตนฺติ = ตนฺตฺริ = ดนตรี

Read More
บาลีวันละคำ

สารถี (บาลีวันละคำ 234)

สารถี

คำนี้บาลีเป็น “สารถิ” อ่านว่า สา-ระ-ถิ (เสียงสั้น-สระ อิ) ภาษาไทยใช้ว่า สารถี (เสียงยาว-สระ อี)

“สารถิ – สารถี” แปลตามศัพท์ว่า (1) “ผู้ยังม้าให้ระลึก” (คือคอยกระตุ้นม้าให้วิ่งหรือให้หยุด) (2) “ผู้ยังรถให้แล่นไป” (3) “ผู้ไปพร้อมกับรถ”

คำว่า “สารถี” เข้าใจกันในความหมายว่า “คนขับรถ”

ฝรั่งแปล “สารถิ” ว่า charioteer, coachman ซึ่งเป็นคำแปลที่ตรงตามรากศัพท์

Read More
บาลีวันละคำ

ปรัมปรา (บาลีวันละคำ 233)

ปรัมปรา

คำนี้บาลีเป็น “ปรมฺปรา” อ่านว่า ปะ-รำ-ปะ-รา

“ปรมฺปรา” ประกอบด้วยคำว่า ปรํ + ปรา = ปรมฺปรา

“ปรํ” (ปะ-รัง) ศัพท์เดิมคือ “ปร” (ปะ-ระ) แปลว่า อีกข้างหนึ่ง, อีกฝ่ายหนึ่ง, อีกอันหนึ่ง, อื่นอีก

“ปร” แปลงเป็น “ปรํ” มีความหมายว่า ต่อไป, ห่างไป, ไกลออกไป, จาก (-นี้ไป), หลังจาก, นอกจาก (-นี้แล้ว ยังมี…), สูงกว่า, ยิ่งกว่า

“ปรา” (ปะ-รา) ก็คือ “ปร” นั่นเอง แต่เปลี่ยนรูปเป็นอิตถีลิงค์

ดังนั้น รากเดิมของ “ปรมฺปรา” ก็คือ ปร + ปร “อื่นและอื่น” นั่นเอง

ฝรั่งแปล “ปรมฺปรา” ว่า “after the other” = “หลังอีกสิ่งหนึ่ง” หมายความว่า มีสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น หลังจากสิ่งนั้นก็มีอีกสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นอีก แล้วก็มีอีกสิ่งหนึ่งเกิดต่อๆ กันไปอีก

Read More
บาลีวันละคำ

มุขปาฐะ (บาลีวันละคำ 232)

มุขปาฐะ

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 เขียนว่า “มุขบาฐ” (มุก-ขะ-บาด)และ “มุขปาฐะ” (มุก-ขะ-ปา-ถะ) และให้ความหมายไว้ว่า :

“การต่อปากกันมา, การบอกเล่าต่อ ๆ กันมาโดยมิได้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร เช่น เรื่องนี้สืบมาโดยมุขบาฐ เรื่องนี้เป็นมุขปาฐะ”

“มุขปาฐะ” เขียนแบบบาลีเป็น “มุขปาฐ” อ่านว่า มุ-ขะ-ปา-ถะ ประกอบด้วยคำว่า มุข + ปาฐ = มุขปาฐ

“มุข” แปลตามรากศัพท์ว่า (1) “อวัยวะอันเขาเปิดเผย” (2) “อวัยวะเป็นเครื่องผูก” (3) “อวัยวะเป็นเครื่องเป็นไปแห่งประโยชน์สุข”

“มุข” หมายถึงอวัยวะ 2 อย่าง คือ “ปาก” และ “หน้า” จะหมายถึงอะไรต้องสังเกตที่บริบท

“ปาฐ” แปลว่า การอ่าน, การสวด, บทสวด, ข้อความในตัวบท, ถ้อยคำในคัมภีร์

“มุขปาฐ” จึงแปลว่า “ถ้อยคำที่จำมาจากปาก” เป็นคำบาลีที่เราคิดขึ้นตามวัฒนธรรมการเรียนรู้สำหรับคนที่ไม่รู้หนังสือ คือครูบอกข้อความให้ศิษย์ท่องโดยไม่ต้องเห็นลายลักษณ์อักษร

Read More
บาลีวันละคำ

สิทธิการิยะ (บาลีวันละคำ 231)

สิทธิการิยะ

เขียนแบบไทย อ่านว่า สิด-ทิ-กา-ริ-ยะ

“สิทธิการิยะ” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ให้คำนิยามว่า –

“คำขึ้นต้นในตำราโบราณ เช่น ตำรายา ตำราหมอดู หรือคาถาเมตตามหานิยม เป็นการอธิษฐานขอให้การกระทำนั้น ๆ ประสบความสำเร็จ”

“สิทธิการิยะ” เขียนแบบบาลีเป็น “สิทฺธิการิย” ประกอบด้วยคำว่า สิทฺธิ + การิย = สิทฺธิการิย

Read More
บาลีวันละคำ

โปราณ (บาลีวันละคำ 230)

โปราณ

อ่านว่า โป-รา-นะ

ใช้ในภาษาไทยว่า “โบราณ” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ให้ความหมายว่า –
1 มีมาแล้วช้านาน, เก่าก่อน เช่น อักษรโบราณ หนังสือโบราณ
2 เก่า, เก่าแก่ เช่น แพทย์แผนโบราณ ของโบราณ
3 ไม่ทันสมัย (ภาษาปาก) เช่น คนหัวโบราณ

Read More
บาลีวันละคำ

บัตร (บาลีวันละคำ 229)

บัตร

คำบาลีสันสกฤตที่เขียนแบบไทย อ่านว่า บัด

“บัตร” บาลีเป็น “ปตฺต” (ปัด-ตะ) หมายถึง ใบไม้ (แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่จะร่วงหล่นโดยไม่นาน”)
“บัตร” สันสกฤตเป็น “ปตฺร” แปลว่า ใบ, แผ่น, ใบหนังสือ, จดหมาย, ลายลักษณ์อักษรทั่วไป

เดิมเราขีดเขียนอักษรลงบนใบไม้เพื่อใช้ส่งสารติดต่อถึงกัน ต่อมาเมื่อพัฒนาขึ้นเป็นแผ่นกระดาษ จึงเรียกกระดาษหรือสิ่งที่เป็นแผ่นใช้เขียนลายลักษณ์อักษรว่า “ปตฺต – บัตร”

Read More
บาลีวันละคำ

ศิลปศาสตร์ (บาลีวันละคำ 228)

ศิลปศาสตร์

อ่านว่า สิน-ละ-ปะ-สาด

“ศิลปศาสตร์” คือประมวลวิชาความรู้ต่างๆ อันได้มีการเรียนการสอนกันมาตั้งแต่สมัยโบราณก่อนพุทธกาล กำหนดกันว่ามี 18 สาขา

จำนวน 18 นั้นมีหลายแบบ ขอยกมาดูกันแบบหนึ่งจากคัมภีร์โลกนิติและธรรมนิติ ได้แก่ –

1 สุติ – ความรู้ทั่วไป (สังคมศาสตร์)
2 สัมมุติ – ความรู้กฎธรรมเนียม (นิติศาสตร์)
3 สังขยา – วิชาคำนวณ (คณิตศาสตร์)
4 โยคา – การช่างการยนตร์ (วิศวกรรมศาสตร์)
5 นีติ – วิชาปกครอง (คือความหมายเดิมของ นิติศาสตร์ ปัจจุบันเท่ากับ รัฐศาสตร์)
6 วิเสสิกา – ความรู้การอันให้เกิดมงคล (โหราศาสตร์)
7 คันธัพพา – วิชาร้องรำ (ดุริยางคศาสตร์-นาฏศิลป์)
8 คณิกา – วิชาบริหารร่างกาย (พลศึกษา-สุขศึกษา)
9 ธนุพเพธา (หรือ ธนุพเพทา) – วิชายิงธนู (วิชาการอาวุธ รวมไปถึงศิลปะในการบังคับขับขี่พาหนะ)
10 ปูรณา – วิชาบูรณะ (สถาปัตยกรรมศาสตร์)
11 ติกิจฉา -วิชาบำบัดโรค (แพทยศาสตร์)
12. อิติหาส – ตำนาน (โบราณคดี-ประวัติศาสตร์)
13. โชติ – ความรู้เรื่องสิ่งส่องสว่างในท้องฟ้า (ดาราศาสตร์)
14. มายา – ตำราพิชัยสงคราม (ยุทธศาสตร์)
15. ฉันทสา – วิชาประพันธ์ (ประพันธศาสตร์)
16. เกตุ – วิชาพูด (วาทศิลป์-นิเทศศาสตร์))
17. มันตา – วิชาเวทมนตร์ (ไสยศาสตร์)
18. สัททา – วิชาหลักภาษาหรือไวยากรณ์ (นิรุกติศาสตร์-อักษรศาสตร์)

: ถ้าคิดว่า คนโบราณไม่ทันโลกของเรา
ก็อย่าลืมคิดต่อไปอีกนิดหนึ่งว่า เราเองก็ไม่ทันโลกของท่านเหมือนกัน

Read More
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้