บาลีวันละคำ

บาลีวันละคำ

จตุรพิธพร (บาลีวันละคำ 137)

จตุรพิธพร
(คำไทย)

อ่านว่า จะ-ตุ-ระ-พิด-ทะ-พอน

คำนี้ถ้าเป็นภาษาบาลี ก็คือ จตุ + วิธ + วร = จตุพฺพิธพฺพร (จะ-ตุบ-พิ-ทับ-พะ-ระ)
“จตุ” = 4 (จำนวนสี่) ใช้ตามรูปสันสกฤตเป็น “จตุร”
“วิธ” = อย่าง, ชนิด แปลง ว เป็น พ = พิธ
“วร” แปลตามศัพท์ว่า “ภาวะอันบุคคลปรารถนา” แปลทับศัพท์ว่า “พร” (แปลง ว เป็น พ) ถ้าเป็นคุณศัพท์แปลว่า ประเสริฐ, ยอดเยี่ยม

Read More
บาลีวันละคำ

ฉพฺพณฺณรํสิ (บาลีวันละคำ 136)

ฉพฺพณฺณรํสิ

อ่านว่า ฉับ-พัน-นะ-รัง-สิ
ภาษาไทยใช้ว่า “ฉัพพรรณรังสี” (ฉับ-พัน-นะ-รัง-สี)
ประกอบด้วย ฉ + วณฺณ + รํสิ = ฉพฺพณฺณรํสิ

Read More
บาลีวันละคำ

ยโสธร (บาลีวันละคำ 135)

ยโสธร

อ่านว่า ยะ-โส-ทะ-ระ
ภาษาไทยใช้รูปเดียวกันนี้ อ่านว่า ยะ-โส-ทอน

“ยโสธร” ประกอบด้วยคำว่า ยส (ยะ-สะ) + ธร = ยโสธร
“ยส” แปลทับศัพท์ว่า ยศ (ยด) “ธร” แปลว่า “ผู้ทรงไว้” คือ “ผู้มี-”
ยโสธร จึงแปลว่า “ผู้ทรงไว้ซึ่งยศ” หรือ “ผู้มียศ”

Read More
บาลีวันละคำ

ครุ/คุรุ (บาลีวันละคำ 134)

ครุ/คุรุ

อ่านว่า คะ-รุ / คุ-รุ
“ครุ” ใช้ในภาษาไทยเป็น “ครุ” = หนัก, สำคัญ และ “ครู” = ครู
คำบาลี “ครุ” ในยุคหลังใช้เป็น “คุรุ” ซึ่งตรงกับรูปคำสันสกฤต = ครู

“ครุ” แปลว่า
1 “อวัยวะที่กางออกได้” = ปีกนก
2 ใหญ่, หนา, มาก, กว้างขวาง, หนัก, น้ำหนักบรรทุก, สำคัญ
3 ครู, ผู้สอน, ผู้แนะนำ, ผู้ควรเคารพ

Read More
บาลีวันละคำ

อาจริย (บาลีวันละคำ 133)

อาจริย

อ่านว่า อา-จะ-ริ-ยะ
ภาษาไทยนิยมใช้ตามรูปสันสกฤต คือ “อาจารฺย” เขียนว่า “อาจารย์” อ่านว่า อา-จาน

“อาจริย” ประกอบด้วยคำว่า อา + จรฺ + อิย = อาจริย
“อา” เป็นคำอุปสรรค = ทั่ว, ยิ่ง และเป็นคำแทนคำว่า “อาทิ” = แต่เดิม, เริ่มแรก และ “อาทร” (อา-ทะ-ระ) = เอาใจใส่, ให้ความสำคัญ
“จรฺ” เป็นธาตุ (รากศัพท์) = ประพฤติ, บำเพ็ญ, ศึกษา
“อิย” เป็นคำปัจจัย = พึง, ควร

Read More
บาลีวันละคำ

อตฺถกถาจริย (บาลีวันละคำ 132)

อตฺถกถาจริย

อ่านว่า อัด-ถะ-กะ-ถา-จะ-ริ-ยะ

ประกอบด้วยคำว่า อตฺถกถา + อาจริย
ในภาษาไทยใช้ว่า “อรรถกถาจารย์” อ่านว่า อัด-ถะ-กะ-ถา-จาน

“อรรถกถาจารย์” แปลว่า “อาจารย์ผู้แต่งอรรถกถา”

Read More
บาลีวันละคำ

ฏีกา (บาลีวันละคำ 131)

กา

อ่านว่า ตี-กา (ฎ ปฎัก)
ภาษาไทยใช้ว่า ฏีกา (ฎ ชฎา)

“ฏีกา” มีรากศัพท์มาจาก “ฏิก” (ติ-กะ) ธาตุ แปลว่า “รู้” หรือ “บรรลุ” ลง อ ปัจจัย และ อา อิตถีลิงค์ = ฏิก + อ + อา = ฏิกา
ยืดเสียง ฏิ เป็น ฏี (ภาษาไวยากรณ์ว่า “พฤทธิ์ อิ เป็น อี”) = ฏีกา แปลตามศัพท์ว่า “ถ้อยคำเป็นเครื่องรู้ข้อความ”

Read More
บาลีวันละคำ

อตฺถกถา (บาลีวันละคำ 130)

อตฺถกถา

อ่านว่า อัด-ถะ-กะ-ถา
ในภาษาไทยนิยมเขียนว่า “อรรถกถา” อ่านเหมือนกัน

“อตฺถกถา” ประกอบด้วยคำว่า อตฺถ + กถา = อตฺถกถา

“อตฺถ” แปลว่า เนื้อความ, ใจความ, ความหมาย, ความมุ่งหมาย, ผล, ประโยชน์

“กถา” แปลว่า ถ้อยคำ, เรื่อง, คำกล่าว, คำอธิบาย

“อตฺถกถา – อรรถกถา” แปลตามศัพท์ว่า “คำอธิบายความหมาย”

“อรรถกถา” ไม่ใช่ชื่อคัมภีร์เล่มใดเล่มหนึ่งโดยเฉพาะ แต่เป็นคัมภีร์อธิบายความในพระไตรปิฎก = คัมภีร์เล่มไหนแต่งขึ้นเพื่ออธิบายความในพระไตรปิฎก ก็เรียกคัมภีร์เล่มนั้นว่า “อรรถกถา”

Read More
บาลีวันละคำ

ชาตก (3) (บาลีวันละคำ 129)

ชาตก (3)

ชาดกในพระไตรปิฎกเป็นเพียงคำกล่าวโต้ตอบกันของบุคคลในเรื่อง พร้อมทั้งพระดำรัสของพระพุทธเจ้าที่ตรัสสรุปหรือแสดงคติธรรมเท่านั้น ไม่มีรายละเอียดใดๆ
รายละเอียดของเรื่องจะอยู่ในคัมภีร์ชั้นอรรถกถาที่ เรียกว่า “ชาตกัฏฐกถา” (ชา-ตะ-กัด-ถะ-กะ-ถา, เรียกให้ง่ายว่า “อรรถกถาชาดก”)

Read More
บาลีวันละคำ

ชาตก (2) (บาลีวันละคำ 128)

ชาตก (2)

“ชาตก” หรือชาดก เป็นเรื่องที่บันทึกไว้ในพระไตรปิฎก ฉบับอักษรไทยคือเล่มที่ 27 และ 28 จัดอยู่ในส่วนพระสุตตันตปิฎกหรือพระสูตร

Read More
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้