บาลีวันละคำ

บาลีวันละคำ

ครอบครัว (บาลีวันละคำ 697)

ครอบครัว
บาลีว่าอย่างไร

ในวัฒนธรรมไทย ถ้าพูดว่า “มีครอบครัว” หมายถึงมีคู่ครอง
ภาษาไทยคำเก่าที่หมายถึงมีครอบครัวหรือมีคู่ครอง พูดว่า “มีเรือน” หรือ “ออกเรือน” มีมูลมาจากลูกแยกจากเรือนพ่อแม่ไปอยู่เรือนใหม่เนื่องในการมีคู่ครอง

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

“ครอบครัว : (คำนาม) สถาบันพื้นฐานของสังคมที่ประกอบด้วยสามีภรรยาและหมายความรวมถึงลูกด้วย”

“ครอบครัว – คู่ครอง” ตามนัยที่กล่าวมานี้ คำในภาษาบาลีมีความหมายตรงกัน คือ “กุลฆร” อ่านว่า กุ-ละ-คะ-ระ ประกอบด้วย กุล + ฆร

Read More
บาลีวันละคำ

สงกรานต์ [2] (บาลีวันละคำ 696)

สงกรานต์ [2]

ภาษาย้ายราศี

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกความหมายของคำว่า “สงกรานต์” ว่า –

“เทศกาลเนื่องในการขึ้นปีใหม่อย่างเก่า ซึ่งกําหนดตามสุริยคติ ปรกติตกวันที่ ๑๓-๑๔-๑๕ เมษายน วันที่ ๑๓ คือวันมหาสงกรานต์ วันที่ ๑๔ คือวันเนา และวันที่ ๑๕ คือวันเถลิงศก. (ส. สงฺกฺรานฺติ)”

คำว่า “(ส. สงฺกฺรานฺติ)” ในวงเล็บ หมายถึง คำว่า “สงกรานต์” ภาษาสันสกฤตเป็น “สงฺกฺรานฺติ” อ่านว่า สัง-กฺราน-ติ (ดูเพิ่มเติมที่ “สงกรานต์” บาลีวันละคำ (336) 13-4-56)

Read More
บาลีวันละคำ

อนุโลม-ปฏิโลม (บาลีวันละคำ 695)

อนุโลม-ปฏิโลม

อ่านว่า อะ-นุ-โลม / ปะ-ติ-โลม
บาลีอ่านว่า อะ-นุ-โล-มะ / ปะ-ติ-โล-มะ
ประกอบด้วย อนุ + โลม – ปฏิ + โลม

“อนุ” เป็นคำอุปสรรค มีความหมายว่า น้อย, ภายหลัง, ตามหลัง, เนืองๆ, บ่อยๆ

“โลม” แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งอันเขาตัดเมื่อยาวขึ้น” “สิ่งที่ควรตัดทิ้ง” หมายถึง ขนที่ขึ้นตามร่างกาย

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “โลม” แบบให้คำจำกัดความว่า the hair of the body และเพื่อให้เห็นว่าต่างจาก “ผม” จึงขยายความไว้ว่า whereas kesa is the hair of the head only (ส่วน “เกส” คือ ขนของศีรษะเท่านั้น)

Read More
บาลีวันละคำ

รัฏฐาธิปัตย์ (บาลีวันละคำ 694)

รัฏฐาธิปัตย์

อ่านว่า รัด-ถา-ทิ-ปัด
ประกอบด้วยคำว่า รัฏฐ + อธิปัตย์

“รัฏฐ” บาลีเขียน “รฏฺฐ” อ่านว่า รัด-ถะ แปลตามศัพท์ว่า “ดินแดนเป็นที่เป็นไปแห่งชาวเมือง” หรือ “ดินแดนเป็นเหตุให้พระราชาทั้งหลายทำลายป้อมค่ายกัน” (ในการเข้ายื้อแย่งเพื่อยึดครองดินแดนของอีกฝ่ายหนึ่ง) ความหมายที่เข้าใจกันก็คือ ดินแดน, อาณาจักร, ประเทศ, แผ่นดิน, บ้านเมือง

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “รฏฺฐ” ว่า reign, kingdom, empire; country, realm (รัฐ, อาณาจักร, จักรวรรดิ, ประเทศ, แผ่นดิน)

“อธิปัตย์” บาลีเป็น “อธิปเตยฺย” (อะ-ทิ-ปะ-เต็ย-ยะ) ประกอบขึ้นจากคำว่า อธิ (ยิ่งใหญ่) + ปติ (เจ้าของ, เจ้านาย) + ณฺย (ปัจจัย แปลว่า การ-, ความ-)

Read More
บาลีวันละคำ

มหรสพ (บาลีวันละคำ 693)

มหรสพ

อ่านว่า มะ-หอ-ระ-สบ

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

“มหรสพ : (คำนาม) การเล่นรื่นเริงมีโขนละครเป็นต้น”

และบอกว่า บาลีเป็น “มหุสฺสว” สันสกฤตเป็น “มโหตฺสว”

“มหุสฺสว” (มะ-หุด-สะ-วะ) ประกอบด้วย มห + อุสฺสว

ความหมายของ “มห” –

(1) “มห” (มะ-หะ) แปลตามศัพท์ว่า “งานบูชา” (worthiness, venerableness = การควรเคารพ, ความน่านับถือ) เนื่องจากมีกำเนิดมาจากงานทางศาสนา ต่อมาจึงใช้ในความหมายว่า การฉลองทั่วไป (festival)

Read More
บาลีวันละคำ

มโหฬาร (บาลีวันละคำ 692)

มโหฬาร

อ่านว่า มะ-โห-ลาน
รากศัพท์มาจาก มหา + อุฬาร

“มหา” (มะ-หา) ศัพท์เดิมในบาลีเป็น “มหนฺต” (มะ-หัน-ตะ) แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่ขยายตัว” มีความหมายว่า ยิ่งใหญ่, กว้างขวาง, โต; มาก; สำคัญ, เป็นที่นับถือ (great, extensive, big; much; important, venerable)

เมื่อผ่านกรรมวิธีทางไวยากรณ์ได้รูปเป็น “มหา-” มักใช้เป็นส่วนหน้าของสมาส

“อุฬาร” (อุ-ลา-ระ) แปลตามศัพท์ว่า “ขึ้นสูง” หรือ “แผ่ออกไป” ใช้เป็นคุณศัพท์ มีความหมายว่า ใหญ่, โอฬาร, ประณีต, เลิศ, ยอดเยี่ยม, สูงส่ง, ประเสริฐ, โอ่โถง (great, eminent, excellent, superb, lofty, noble, rich)

Read More
บาลีวันละคำ

รโหฐาน (บาลีวันละคำ 691)

รโหฐาน

อ่านว่า ระ-โห-ถาน

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

“รโหฐาน : (คำนาม) ที่เฉพาะส่วนตัว. (บาลี. รโห + ฐาน ว่า ที่ลับ, ที่สงัด)”

บาลีมีคำว่า “รห” (ระ-หะ) แปลตามศัพท์ว่า –

(1) “โอกาสที่สงัดจากผู้คน” = ไม่มีใครอื่นอยู่ในที่นั้น อยู่คนเดียว
ความหมายนี้รากศัพท์มาจาก รหฺ (ธาตุ = สงัด) + อ ปัจจัย : รห + อ = รห

Read More
บาลีวันละคำ

อุตริ (บาลีวันละคำ 690)

อุตริ

ภาษาไทยอ่านว่า อุด-ตะ-หฺริ
บาลีเป็น “อุตฺตริ” (ซ้อน ตฺ) อ่านว่า อุด-ตะ-ริ

“อุตฺตริ” รากศัพท์มาจาก อุ (= ขึ้น, ข้างนอก) + ตรฺ (ธาตุ = ข้าม, กระโดด) + อิ ปัจจัย

: อุ + ตรฺ = อุตฺตร + อิ = อุตฺตริ แปลตามศัพท์ว่า “ข้ามขึ้น” หรือ “โดดขึ้นไป” มีความหมายว่า นอกเหนือ, เหนือขึ้นไป, พ้นไป, เสริม, ยิ่งไปกว่านั้น, ไกลไปกว่านั้น, นอกจาก (out, over, beyond; additional, moreover, further, besides)

นอกจากเป็น “อุตฺตริ” แล้ว ยังเป็น “อุตฺตรึ” (อุด-ตะ-ริง, ลงนิคหิตที่ -ริ > -รึ) อีกรูปหนึ่งด้วย ทั้งสองคำนี้ใช้เป็นกริยาวิเศษณ์ หรือคุณศัพท์

ตัวอย่างเช่น ในบทอานิสงส์เมตตา มีคำว่า “อุตฺตรึ อปฺปฏิวิชฺฌนฺโต” แปลว่า “ยังไม่รู้แจ้งยิ่งขึ้นไป” คือยังไม่บรรลุธรรมขั้นสูงขึ้นไปอีก (ในข้อความนี้หมายถึงยังไม่บรรลุนิพพาน)

Read More
บาลีวันละคำ

จักรี และ จักร + ตรี (บาลีวันละคำ 689)

จักรี และ จักร + ตรี

คำว่า “จักรี” อันเป็นนามพระราชวงศ์ มีความหมายที่เกี่ยวกับภาษาบาลี 2 นัย คือ

– นัยที่ 1

“จักรี” แปลว่า “ผู้มีจักร” บาลีเป็น “จกฺกี” (จัก-กี) รากศัพท์คือ จกฺก + อี

“จกฺก” (จัก-กะ) มีความหมายดังนี้ –

(1) แปลว่า “สิ่งที่เบียดเบียนแผ่นดิน” (คือบดแผ่นดิน) และ “เครื่องทำให้เคลื่อนไปได้” หมายถึง ล้อ, วงล้อ, ชิ้นส่วนที่เป็นวงกลม

Read More
บาลีวันละคำ

อเนจอนาถ (บาลีวันละคำ 688)

อเนจอนาถ

อ่านว่า อะ-เหฺน็ด-อะ-หฺนาด

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

“อเนจอนาถ : (คำกริยา) สลดใจเป็นอย่างยิ่ง. (ป. อนิจฺจ ว่า ไม่เที่ยง + อนาถ ว่า ไม่มีที่พึ่ง)”

ตาม พจน.54 อเนจอนาถ มาจากบาลีว่า อนิจฺจ + อนาถ

(๑) “อนิจฺจ” อ่านว่า อะ-นิด-จะ ต้นศัพท์มาจาก น + นิจฺจ = อนิจฺจ

“นิจฺจ” รากศัพท์มาจาก –

(1) น (= ไม่, ไม่ใช่) + อิ (ธาตุ = ไป, ถึง, เป็นไป) + ต ปัจจัย, แปลง ต เป็น จ, ซ้อน จ
: น + อิ = นิ + ต = นิต > นิจ + จ = นิจฺจ แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่ไม่เป็นไปตามสภาพ” (เช่นควรจะเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพ ก็ไม่เปลี่ยน)

Read More
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้