บาลีวันละคำ

บาลีวันละคำ

ญาติโกโหติกา (บาลีวันละคำ 598)

ญาติโกโหติกา
(บาลีไทย-ภาษาปาก)

อ่านว่า ยาด-ติ-โก-โห-ติ-กา

คำหลักคือ “ญาติ” บาลีอ่านว่า ยา-ติ ภาษาไทยอ่านว่า ยาด
ถ้ามีคำอื่นมาสมาสข้างท้าย อ่านว่า ยา-ติ- หรือ ยาด-ติ-

นอกจาก “ญาติ” บาลียังมีคำว่า “ญาตก” อีกคำหนึ่ง อ่านว่า ยา-ตะ-กะ

“ญาตก” เมื่อแจกรูปตามหลักไวยากรณ์ จะเป็น “ญาตโก” (ยา-ตะ-โก) (วิภัตติที่ ๑ เอกพจน์) และ “ญาตกา” (ยา-ตะ-กา) (วิภัตติที่ ๑ พหูพจน์)

“ญาตก” เป็นรูปปุงลิงค์ (คำเพศชาย) ถ้าเป็นอิตถีลิงค์ (คำเพศหญิง) จะเป็น “ญาติกา” (ยา-ติ-กา)

ญาติ – ญาตโก – ญาตกา – ญาติกา เป็นคำที่พบเห็นอยู่บ่อยๆ แต่รูปและเสียงที่คุ้นเป็นหลักคือ “ญาติ” (ยาด, ยาด-ติ) โดยมีเสียง “โก” และ “กา” เป็นคำประกอบ

แล้ว “โหติ” มาอย่างไร ?

Read More
บาลีวันละคำ

โลกธรรม (บาลีวันละคำ 597)

โลกธรรม

อ่านว่า โลก-กะ-ทำ
บาลีเป็น “โลกธมฺม” อ่านว่า โล-กะ-ทำ-มะ

“โลก” แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่จะพินาศไป” “สิ่งที่จะย่อยยับไป”
ในที่นี้หมายถึง หมู่มนุษย์, ชาวโลก, สังคม

“ธมฺม” (ทำ-มะ) แปลตามศัพท์ว่า “สภาพที่ทรงไว้”

“ธมฺม” ในภาษาไทยเขียน “ธรรม” พจน.42 บอกความหมายไว้ดังนี้ –
1 คุณความดี เช่น เป็นคนมีธรรมะ เป็นคนมีศีลมีธรรม
2 คําสั่งสอนในศาสนา เช่น แสดงธรรม ฟังธรรม ธรรมะของพระพุทธเจ้า
3 หลักประพฤติปฏิบัติในศาสนา เช่น ปฏิบัติธรรม ประพฤติธรรม
4 ความจริง เช่น ได้ดวงตาเห็นธรรม
5 ความยุติธรรม, ความถูกต้อง, เช่น ความเป็นธรรมในสังคม
6 กฎ, กฎเกณฑ์, เช่น ธรรมะแห่งหมู่คณะ
7 กฎหมาย เช่น ธรรมะระหว่างประเทศ
8 สิ่งทั้งหลาย, สิ่งของ, เช่น เครื่องไทยธรรม

Read More
บาลีวันละคำ

ศรี-ราศี (บาลีวันละคำ 596)

ศรี-ราศี

อ่านว่า สี / รา-สี

“ศรี” บาลีเป็น “สิริ” อ่านว่า สิ-ริ และเป็น “สิรี” (สิ-รี) ก็มี
“ราศี” บาลีเป็น “ราสิ” อ่านว่า รา-สิ

– ๑ สิริ – ศรี

“สิริ” แปลตามรากศัพท์ว่า “สิ่งอันผู้ทำความดีไว้ได้สัมผัส” หรือ “สิ่งที่อาศัยอยู่ในบุคคลผู้ทำความดีไว้”

“สิริ” ในภาษาไทยนิยมออกเสียงว่า สิ-หฺริ รูปสันสกฤตเป็น “ศรี” (สี)

“สิริ – ศรี” มีความหมายว่า มิ่ง, สิริมงคล, ความรุ่งเรือง, ความสว่างสุกใส, ความงาม, ความเจริญ, โชค, ความมีเดช, ความรุ่งเรือง และเป็นนามของเทพธิดาแห่งโชคลาภ (splendour, beauty, luck, glory, majesty, prosperity) (ดูเพิ่มเติมที่ “สิริธมฺม” บาลีวันละคำ (105) 21-8-55)

Read More
บาลีวันละคำ

สวัสดี (บาลีวันละคำ 595)

สวัสดี

อ่านว่า สะ-หฺวัด-ดี
บาลีเป็น “สุวตฺถิ” อ่านว่า สุ-วัด-ถิ

“สุวตฺถิ” มาจาก สุ (= ดี, งาม) + อตฺถิ (= มี, เป็น)

“อตฺถิ” เป็นคำกริยา รากศัพท์มาจาก อสฺ (ธาตุ = มี, เป็น) ลบที่สุดธาตุ + ติ (วิภัตติอาขยาต ปฐมบุรุษ เอกพจน์) แปลง ติ เป็น ตฺถิ

: อสฺ > อ + ติ > ตฺถิ (= อ + ตฺถิ) = อตฺถิ แปลว่า ย่อมมี, ย่อมเป็น

สุ + อตฺถิ :
สุ แผลงเป็น สุว + อตฺถิ หรือ สุ + ว (คำประเภท “อาคม”) + อตฺถิ : สุ + ว + อตฺถิ = สุวตฺถิ (สุ-วัด-ถิ)
(ลองออกเสียง สุ-อัตถิ เร็วๆ จะได้เสียง สุ-วัด-ถิ หรือ สฺวัด-ถิ)

Read More
บาลีวันละคำ

กาล (บาลีวันละคำ 594)

กาล

ภาษาไทยอ่านว่า กาน
บาลีอ่านว่า กา-ละ

“กาล” แปลตามศัพท์ว่า “เครื่องนับประมาณอายุเป็นต้น” “ถูกนับว่าล่วงไปเท่านี้แล้ว” “ยังอายุของเหล่าสัตว์ให้สิ้นไป” หมายถึง เวลา, คราว, ครั้ง, หน

“กาล” ที่หมายถึง “เวลา” (time) ในภาษาบาลียังใช้ในความหมายที่ชี้ชัดอีกด้วย คือ
1 เวลาที่กำหนดไว้, เวลานัดหมาย, เวลาตายตัว (appointed time, date, fixed time)
2 เวลาที่เหมาะสม, เวลาที่สมควร, เวลาที่ดี, โอกาส (suitable time, proper time, good time, opportunity)

Read More
บาลีวันละคำ

อวสาน (บาลีวันละคำ 593)

อวสาน

อ่านว่า อะ-วะ-สาน

“อวสาน” รากศัพท์มาจาก อว (= ลง) + สา (ธาตุ = จบ, สิ้นสุด) + ยุ ปัจจัย แปลงเป็น “อน” (อะ-นะ)
: อว + สา = อวสา + ยุ > อน = อวสาน

“อวสาน” แปลตามศัพท์ว่า “การสิ้นสุดลง” หมายถึง การจบลง, การสิ้นสุด, การอวสาน, การลงเอย, การลงท้าย, ปิดฉาก, ยุติ, เลิก

ในภาษาไทย เขียนเหมือนกัน พจน.42 บอกไว้ว่า –
“อวสาน : จบ, สิ้นสุด; การสิ้นสุด, ที่สุด”

Read More
บาลีวันละคำ

วงจรอุบาทว์ (บาลีวันละคำ 592)

วงจรอุบาทว์
(บาลีปนไทย)

“วง” เป็นคำไทย หมายถึงรูปที่มีเส้นที่โค้งเข้ามาบรรจบกัน ล้อมรอบเป็นขอบเขตสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

“วง” รูป เสียง และความหมายบางแง่ คล้ายคำบาลีว่า “วงฺก” (วัง-กะ) แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่คด” (1) เป็นคุณศัพท์มีความหมายว่า คด, งอ, โค้ง, คดเคี้ยว, โกง, ไม่ซื่อสัตย์, หลอกลวง, หลอกหลอน (2) เป็นคำนาม หมายถึง ตาขอ, เบ็ดตกปลา, ไถ, ส่วนงอ, ซอก, ส่วนโค้ง (ดูเพิ่มเติมที่ “แม่วงก์” บาลีวันละคำ (498) 25-9-56)

“จร” บาลีอ่านว่า จะ-ระ แปลว่า การเที่ยวไป, การเดินไป, ผู้ถูกให้ไปส่งข่าว, คนท่องเที่ยว, จารบุรุษ, คนสอดแนม

“จร” ภาษาไทยอ่านว่า จอน พจน.42 บอกความหมายว่า ไม่ใช่ประจํา เช่น คนจร รถจร, แทรกแปลกเข้ามา เช่น โรคจร ลมจร; ไป, เที่ยวไป; ประพฤติ

Read More
บาลีวันละคำ

วิปลาส (บาลีวันละคำ 591)

วิปลาส

อ่านว่า วิ-ปะ-ลาด, วิบ-ปะ-ลาด
บาลีเป็น “วิปลฺลาส” อ่านว่า วิ-ปัน-ลา-สะ

“วิปลฺลาส” รากศัพท์มาจาก วิ (= พิเศษ, แจ้ง, ต่าง) + ปริ (= รอบ) + อสุ (ธาตุ = ซัด, ขว้างไป) + ณ ปัจจัย
: วิ + ปริ > วิปรฺย > วิปลฺย > วิปล > วิปลฺล + อสุ > อส > (วิปลฺล +) อาส = วิปลฺลาส

“วิปลฺลาส” แปลตามศัพท์ว่า “อาการที่ขว้างไปผิด” หมายถึง ความแปรปรวน, ความพลิกผัน, การกลับกัน, ความเปลี่ยนแปลง (ในทางไม่ดี), ความตรงกันข้าม, ความวิปริต, การทำให้ยุ่งเหยิง, ความเสียหาย, ความผิดเพี้ยน

Read More
บาลีวันละคำ

นักการเมือง (บาลีวันละคำ 590)

นักการเมือง
ภาษาบาลีว่าอย่างไร

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 บอกไว้ว่า –
“นักการเมือง : ผู้ฝักใฝ่ในทางการเมือง, ผู้ที่ทําหน้าที่ทางการเมือง เช่นรัฐมนตรี สมาชิกรัฐสภา”

คำว่า “นักการเมือง” เป็นคำรุ่นใหม่ ยังไม่พบว่ามีคำบาลีในคัมภีร์ที่ใช้ในความหมายนี้ตรงๆ จึงต้องอาศัยวิธีถ่ายภาษา

พจนานุกรม สอ เสถบุตร ว่า “นักการเมือง” ตรงกับคำอังกฤษว่า a politician

พจนานุกรมอังกฤษ-บาลี (ENGLISH-PALI DICTIONARY ของ A.P. BUDDHADATTA MAHĀTHERA. PALI TEXT SOCIETY, LONDON) แปลคำว่า politician เป็นบาลีว่า “เทสปาลนญฺญู”

Read More
บาลีวันละคำ

สุขา (บาลีวันละคำ 589)

สุขา
มาจากหนใด

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 บอกไว้ว่า
“สุขา : (ภาษาปาก) ห้องนํ้าห้องส้วม, เป็นคำที่มักใช้เรียกตามสถานที่บางแห่ง เช่นโรงภาพยนตร์ สถานีรถไฟ, ห้องสุขา ก็เรียก”

มีหลักฐานในพระราชกำหนดสุขาภิบาลกรุงเทพฯ ร.ศ.116 (พ.ศ.2440 รัชกาลที่ 5) ความตอนหนึ่งว่า –

“ตอน ๒ การจัดเว็จที่ถ่ายอุจาระ แลปัสสาวะของมหาชนทั่วไป
มาตรา ๑๓ ข้อ ๑ ให้กรมศุขาภิบาลปฤกษาพร้อมด้วยเจ้าพนักงานแพทย์กับช่างใหญ่ (เอ็นยินเนีย) ให้มีเว็จที่ตำบลอันสมควร สำหรับราษฎรถ่ายอุจาระและปัสสาวะได้โดยสดวก ไม่เปนที่เดือดร้อน แลจัดการรักษาแลชำระให้เรียบร้อยทุกๆ วัน”
(ที่มา : ราชกิจจานุเบกษา ร.ศ.116 เล่ม 14 หน้า 521 สะกดการันต์ตามต้นฉบับ)

Read More
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้