บาลีวันละคำ

บาลีวันละคำ

ภาพพจน์ (บาลีวันละคำ 360)

ภาพพจน์
(บาลีไทย-ศัพท์บัญญัติ)

“ภาพพจน์” อ่านว่า พาบ-พด ประกอบด้วยคำว่า ภาพ + พจน์

“ภาพ” บาลีเป็น “ภาว” (พา-วะ) แปลว่า ความมี, ความเป็น, ภาวะ (condition), ธรรมชาติ, การปลูกฝัง หรือการผลิตผลด้วยความคิด, ภาวะทางใจ

“พจน์” บาลีเป็น “วจน” (วะ-จะ-นะ) แปลว่า คำพูด, การเปล่งเสียง, ถ้อยคำ, การร้องเรียก

ภาว + วจน แปลง ว เป็น พ = ภาพพจน การัต์ที่ น = ภาพพจน์

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 บอกไว้ว่า “ภาพพจน์” บัญญัติเทียบคำอังกฤษว่า figure of speech ให้ความหมายไว้ 2 นัย คือ –

(1) ถ้อยคำที่เป็นสํานวนโวหารทําให้นึกเห็นเป็นภาพ

(2) ถ้อยคำที่เรียบเรียงอย่างมีชั้นเชิงเป็นโวหาร มีเจตนาให้มีประสิทธิผลต่อความคิด ความเข้าใจ ให้จินตนาการและถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างกว้างขวางลึกซึ้งกว่าการบอกเล่าที่ตรงไปตรงมา

โปรดสังเกตว่า “ภาพ” ในคำนี้ แม้จะเป็นบาลี แต่เราเอามาให้ความหมายใหม่ คือ
(1) รูปที่ปรากฏเห็นหรือนึกเห็น เช่น ภาพทิวทัศน์ ภาพในฝัน
(2) สิ่งที่วาดขึ้นเป็นรูปหรือสิ่งที่ถ่ายแบบไว้ เช่น ภาพสีน้ำมัน ภาพถ่าย
ซึ่งไม่ใช่ความหมายในภาษาบาลี

: จะ “สร้างภาพ” หรือ “สร้างภาพพจน์” ก็ไม่งามหมดจดเท่ากับทำได้จริงอย่างจริงใจ

Read More
บาลีวันละคำ

โสทรเชษฐภคินี (บาลีวันละคำ 359)

โสทรเชษฐภคินี

อ่านว่า โส-ทอน-เชด-ถะ-พะ-คิ-นี

ประกอบด้วยคำว่า โสทร + เชษฐ + ภคินี

“โสทร” บาลีอ่านว่า โส-ทะ-ระ ประกอบขึ้นจากคำว่า สมาน + อุทร

“สมาน” (สะ-มา-นะ) แปลว่า เสมอกัน, เท่ากัน, เหมือนกัน ลดรูปเหลือเพียง “ส”

“อุทร” แปลว่า ท้อง แปลง อุ เป็น โอ = โอทร : ส + โอทร = โสทร แปลตามศัพท์ว่า “ท้องเสมอกัน” หมายถึงเกิดในท้องเดียวกัน คือมีพ่อและแม่คนเดียวกัน

“เชษฐ” บาลีเป็น “เชฏฺฐ” (เชด-ถะ) แปลว่า ดีกว่า (สิ่งหรือผู้อื่น), ดีที่สุด, เลิศ, ยอด; หัวปี; พี่ชายหรือพี่สาวคนโต, แก่กว่า, แก่ที่สุด

“ภคนี” แปลว่า พี่สาว หรือน้องสาว (ในที่นี้มีคำว่า เชษฐ ขยายอยู่ข้างหน้า จึงต้องหมายถึง “พี่สาว”)

โสทร + เชษฐ + ภคินี = โสทรเชษฐภคินี จึงมีความหมายว่า “พี่สาวคนโตที่ร่วมท้องเดียวกัน”

วันที่ 6 พฤษภาคม เป็นวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ผู้ทรงเป็นพระโสทรเชษฐภคินีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสองพระองค์ (ประสูติ 6 พฤษภาคม 2466)

Read More
บาลีวันละคำ

ฉัตรมงคล (บาลีวันละคำ 358)

ฉัตรมงคล

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 กำหนดให้อ่านคำนี้ว่า ฉัด-ตฺระ-มง-คน และให้ความหมายว่า “พระราชพิธีฉลองพระเศวตฉัตร ทําในวันซึ่งตรงกับวันบรมราชาภิเษก”

“ฉัตรมงคล” เขียนเป็นคำบาลีว่า “ฉตฺตมงฺคล” อ่านว่า ฉัด-ตะ-มัง-คะ-ละ ประกอบด้วยคำว่า ฉตฺต + มงฺคล
“ฉตฺต” แปลว่า ร่ม ทับศัพท์เป็นรูปสันสกฤตว่า ฉัตร
ในภาษาไทย “ร่ม” กับ “ฉัตร” มีความหมายต่างกัน
“ร่ม” คือ สิ่งที่ใช้สำหรับกางกันแดด กันฝน มีด้ามสำหรับถือ
ส่วน “ฉัตร” คือ เครื่องสูงชนิดหนึ่ง มีรูปคล้ายร่มที่ซ้อนกันขึ้นไปเป็นชั้น ๆ ชั้นบนมีขนาดเล็กกว่าชั้นล่างลดหลั่นกันไปโดยลําดับ สําหรับแขวน ปัก ตั้ง หรือเชิญเข้ากระบวนแห่เป็นเกียรติยศ

“มงฺคล” แปลว่า มีฤกษ์งามยามดี, รุ่งเรือง, มีโชคดี, มหกรรมหรืองานฉลอง
ตามหลักพระพุทธศาสนา หมายถึง ธรรมที่นำมาซึ่งความสุขความเจริญ

ตามวัฒนธรรมของชมพูทวีป ตำแหน่งที่พระราชาทรงแต่งตั้ง (รวมทั้งตำแหน่งพระราชาด้วย) จะมี “ฉัตร” ประจำตำแหน่ง ในวาระที่ได้รับฉัตรจะมีพิธีเฉลิมฉลอง เรียกพิธีนี้ว่า “ฉตฺตมงฺคล”

“ฉตฺตมงฺคล – ฉัตรมงคล” เป็นคำที่มีใช้ในคัมภีร์ และเป็นวัฒนธรรมที่มีมาแต่โบราณกาล

ฉัตรเอย ฉัตรมงคล….ชุบชูชนม์ชุ่มชื่นฉ่ำ
ขอพรพระแผ่นำ………เป็นฉัตรธรรมคุ้มไทยเทอญ

Read More
บาลีวันละคำ

คำลาข้าวพระพุทธ (บาลีวันละคำ 357)

คำลาข้าวพระพุทธ

มีคำถามว่า คำลาข้าวพระพุทธ คำไหนถูก ระหว่าง “เสสัง มังคะลัง ยาจามิ” กับ “เสสัง มังคะลา ยาจามิ” และทั้งสองประโยคนี้แปลต่างกันหรือไม่ อย่างไร

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 บอกไว้ว่า “ลาข้าวพระ : ทําพิธีอย่างหนึ่งเมื่อถอนสํารับพระพุทธ โดยยกมือประนมกล่าวคําว่า เสสํ มงฺคลํ ยาจามิ แล้วยกสํารับออกมา”

ถ้าถือตามนี้ คำลาข้าวพระพุทธที่ถูกต้องก็คือ “เสสํ มงฺคลํ ยาจามิ” (เสสัง มังคะลัง ยาจามิ)

เสสํ มงฺคลํ ยาจามิ แปลทีละคำดังนี้ –

แบบที่ 1 ยาจามิ ข้าพเจ้าขอ มงฺคลํ ซึ่งมงคล เสสํ ที่เหลือ = ขอมงคลที่เหลือ

แบบที่ 2 ยาจามิ ข้าพเจ้าขอ เสสํ ซึ่งส่วนที่เหลือ มงฺคลํ อันเป็นมงคล = ขอส่วนที่เหลืออันเป็นมงคล

แต่มีบางท่าน ใช้คำลาข้าวพระพุทธว่า “เสสํ มงฺคลา ยาจามิ” (เสสัง มังคะลา ยาจามิ) คือต่างกันที่คำว่า “มงฺคลํ” กับ “มงฺคลา”

เสสํ มงฺคลา ยาจามิ แปลทีละคำว่า –

ยาจามิ ข้าพเจ้าขอ เสสํ ส่วนที่เหลือ มงฺคลา จากสิ่งอันเป็นมงคล = ขอส่วนที่เหลือจากสิ่งอันเป็นมงคล

Read More
บาลีวันละคำ

เปาโรหิตย์ (บาลีวันละคำ 356)

เปาโรหิตย์

บาลีมีคำว่า “ปุโรหิต” อ่านว่า ปุ-โร-หิ-ตะ ใช้ในภาษาไทยรูปเดียวกัน อ่านว่า ปุ-โร-หิด แปลตามศัพท์ว่า “ผู้เกื้อกูลแก่เมือง”

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ให้ความหมาย “ปุโรหิต” ว่า “พราหมณ์ที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์ในทางนิติ คือ ขนบธรรมเนียมจารีตประเพณี”

แต่ฝรั่งแปลความหมายของ “ปุโรหิต” ไปอีกทางหนึ่งว่า “ผู้มีตำแหน่งข้างหน้า” คืออยู่ข้างหน้าสุดเมื่อเข้าเฝ้าพระราชา เรียกเต็มๆ ว่า “ปุโรหิตาจารย์” คืออาจารย์ประจำราชสำนัก ในขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่เป็นอัครมหาเสนาบดี (the prime minister) ได้ด้วย

“ปุโรหิต” เขียนตามรูปสันสกฤตเป็น “เปาโรหิต” (อุ เป็น เ-า เทียบกับคำอื่นๆ ที่เราคุ้น เช่น ยุว = เยาว, คุรุ = เคารพ, อุรส (โอรส) = เอารส, ปุราณ (โบราณ) = เบาราณ)

“เปาโรหิต” ดำเนินกรรมวิธีทางไวยากรณ์เป็น “เปาโรหิตย์” (มี ย์ การันต์ ทำนองเดียวกับ บัณฑิต = บัณฑิตย์ เทียบคำฝรั่งอาจเข้าใจง่ายขึ้น เช่น happy เป็น happiness, succeed เป็น succession)

“เปาโรหิตย์” แปลว่า “ความเป็นปุโรหิต” หรือ มาจากตระกูลปุโรหิต คือผู้มีสติปัญญาสามารถทำประโยชน์เกื้อกูลแก่บ้านเมืองได้

: ถึงปัญญาจะพิการ ก็บริหารบ้านเมืองได้
: ถ้ารู้จักใช้ปุโรหิต

Read More
บาลีวันละคำ

สิงขร (บาลีวันละคำ 355)

สิงขร

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 บอกไว้ว่า “สิงขร” (สิง-ขอน) คือ “สิขร”
ดูที่คำว่า “สิขร” บอกคำแปลไว้ว่า จอม, ยอด, หงอน; ยอดเขา

บาลีมีคำว่า “สิขา” แปลว่า เปลวไฟ, ผมจุก, หงอน, ยอดแหลม
จาก “สิขา” ดำเนินกรรมวิธีทางไวยากรณ์เป็น “สิขร” (สิขา + ร) แปลตามศัพท์ว่า “ส่วนที่เกิดแหลมขึ้นไป”
“สิขร” แปลว่า ยอด, ยอดเขา, ยอดแหลม, สุดยอด, ปลายดาบหรือด้านคมของดาบ, ผมจุก, ผมเป็นขมวด, ดอกไม้ตูม

โปรดสังเกตว่า ในภาษาบาลี “สิขร” หมายถึง “ยอดของภูเขา” ไม่ได้หมายถึงภูเขาทั้งลูก ถ้าจะให้หมายถึง “ภูเขา” จะต้องเป็น “สิขรี” (สิ-ขะ-รี) แปลว่า “ภูมิภาคที่ประกอบด้วยยอด” หรือ “ภูมิภาคที่มียอดแหลม” ซึ่งหมายถึงภูเขาทั้งลูก

Read More
บาลีวันละคำ

กบฏ – ขบถ (บาลีวันละคำ 354)

กบฏ – ขบถ

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 บอกไว้ว่า
“กบฏ : ประทุษร้ายต่อทางอาณาจักร, ทรยศ; การประทุษร้ายต่อทางอาณาจักร, ความทรยศ; ผู้ประทุษร้ายต่อทางอาณาจักร, ผู้ทรยศ, ขบถ ก็ว่า”
และบอกไว้อีกว่า ภาษาสันสกฤตมีคำว่า “กปฏ” แปลว่า ความคด, ความโกง

สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ว่า “กปฏ” (กะ-ปะ-ตะ) = มายา, ความโกง, การล่อลวงหรือตลบตะแลง

พจนานุกรมเพื่อการศึกษาพุทธศาสน์ ชุด ศัพท์วิเคราะห์ ของพระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙, ราชบัณฑิต) มีคำว่า “กปฏ” (กะ-ปะ-ตะ) แปลว่า กบฏ, ขบถ, ความคดโกง. แสดงกระบวนการทางไวยากรณ์ว่า กุจฺฉิเตน อากาเรน ปฏตีติ กปโฏ = ภาวะที่เป็นไปด้วยอาการอันน่าเกลียด คือไม่ตรง ชื่อว่า “กปฏ”
ประกอบศัพท์ขึ้นจาก กุ บทหน้า ปฏ ธาตุ ในความหมายว่าไป, เป็นไป แปลง กุ เป็น กา รัสสะ อา เป็น อ : กุ > กา > ก + ปฏ = กปฏ

พจนานุกรมไทย-อังกฤษ ของ สอ เสถบุตร แปลคำว่า “ขบถ” เป็นภาษาอังกฤษว่า rebellion
พจนานุกรมอังกฤษ-บาลี แปล rebel เป็นบาลีว่า
– ทามริก (ทา-มะ-ริ-กะ) = ผู้ก่อการร้าย
– กุมนฺตก (กุ-มัน-ตะ-กะ) = ผู้คิดร้าย
– ราชทุพฺภี (รา-ชะ-ทุบ-พี) = ผู้ประทุษร้ายแผ่นดิน
ไม่มีคำแปลเป็นบาลีว่า กปฏ
คำว่า “ทามริก” และ “ราชทุพฺภี” มีใช้ในคัมภีร์ แต่ “กุมนฺตก” และ “กปฏ” ยังไม่พบว่ามีใช้ในคัมภีร์

Read More
บาลีวันละคำ

ธุรกิจ (บาลีวันละคำ 353)

ธุรกิจ
(บาลีไทย)

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ให้ความหมายคำว่า “ธุรกิจ” ไว้ว่า “การงานประจําเกี่ยวกับอาชีพค้าขาย หรือกิจการอย่างอื่นที่สําคัญและที่ไม่ใช่ราชการ” และความหมายในทางกฎหมายก็บอกไว้ว่า “การประกอบกิจการในทางเกษตรกรรม อุตสาหกรรม หัตถกรรม พาณิชยกรรม การบริการ หรือกิจการอย่างอื่น เป็นการค้า” (ความสั้นๆ ว่า “การประกอบกิจการเป็นการค้า”)

ในภาษาบาลี “ธุร” (ทุ-ระ) แปลว่า แอก, คานรถ, สัมภาระ, น้ำหนักบรรทุก, ภาระ, หน้าที่, การรับผิดชอบ, ส่วนหน้า, ศีรษะ, ยอด, ข้างหน้า, หัวหน้า, ผู้นำ, บทบาทที่สำคัญ, ปลายสุด, ที่ตอนต้นหรือตอนปลาย
“กิจ” บาลีเป็น “กิจฺจ” (กิด-จะ) แปลว่า หน้าที่, การงาน, การบริการ; พิธี, การกระทำ, ควรทำ, ควรประกอบ

ธุร + กิจฺจ = ธุรกิจฺจ = ธุรกิจ (ไม่มีศัพท์ที่ผสมกันแบบนี้ในคัมภีร์) แปลตามศัพท์ว่า “หน้าที่อันจะต้องแบกหามลากเข็นกันไป” หรือแปลสั้นๆ ว่า “งานที่ต้องรับผิดชอบ” ไม่ได้หมายเฉพาะถึงการประกอบอาชีพเกี่ยวกับค้าขาย หรือ “ธุรกิจ” ตามความหมายในภาษาไทย หรือที่เราคุ้นกับคำฝรั่งว่า business แต่ประการใด

พจนานุกรมอังกฤษ-บาลี แปล business เป็นบาลีว่า กมฺมนฺต (การงาน) วฺยาปาร (ธุรกิจ) ชีวิกาวุตฺติ (อาชีพ) ไม่ได้แปลว่า “ธุรกิจฺจ” แต่ประการใด
“ธุรกิจฺจ – ธุรกิจ” จึงเป็นบาลีตามภูมิปัญญาไทยอีกคำหนึ่ง

Read More
บาลีวันละคำ

ทัศนวิสัย – วิสัยทัศน์ (บาลีวันละคำ 352)

ทัศนวิสัย – วิสัยทัศน์
(บาลีไทย)

“ทัศน-” หรือ “ทัศน์” บาลีเป็น “ทสฺสน” (ทัด-สะ-นะ) แปลว่า การเห็น, การมองดู, การสังเกต, สิ่งที่เห็น, การเล็งเห็น, เครื่องรู้เห็น, ความเห็น, ทฤษฎี, การแสดง

“วิสัย” บาลีเป็น “วิสย” (วิ-สะ-ยะ) แปลว่า ที่ตั้ง, แหล่งที่; ภูมิภาค, โลก, อาณาจักร, จังหวัด, บริเวณ, ขอบเขต, โลก (ของความรู้สึก), แนว, วง; วิสัย (object), ลักษณะ, คุณสมบัติ, วิสัยแห่งอารมณ์ (object of sense), สุขารมณ์ทางโลกีย์ (sensual pleasure)

ในภาษาไทย “วิสัย” มีความหมายเพิ่มขึ้นอีกอย่างหนึ่ง คือ “ความสามารถ” ดังที่ พจน.42 บอกว่า “วิสัย : ความสามารถ เช่น อยู่ในวิสัยที่จะเลี้ยงดูบุตรภรรยาได้, เป็นเรื่องเหลือวิสัยที่จะทำได้”

ทัศน + วิสัย = ทัศนวิสัย แปลตามศัพท์ว่า “ขอบเขตที่สามารถมองเห็นได้” เป็นศัพท์ทางภูมิศาสตร์ ตรงกับคำอังกฤษว่า visibility มีความหมายเฉพาะว่า “ระยะทางไกลที่สุดซึ่งสามารถมองเห็นวัตถุด้วยตาเปล่าและบอกได้ว่าวัตถุนั้นเป็นอะไร” ใช้ในความหมายทั่วไปว่า สามารถมองเห็นบรรยากาศรอบๆ ได้ดีหรือไม่ดี เช่น อากาศแจ่มใส ทัศนวิสัยดี หรือ หมอกลงจัด ทำให้ทัศนวิสัยไม่ดี

วิสัย + ทัศน์ = วิสัยทัศน์ แปลตามศัพท์ว่า “การมองเข้าไปในขอบเขต” เป็นศัพท์บัญญัติเทียบคำอังกฤษว่า vision มีความหมายว่า การมีความคิดที่จะจัดทำหรือพัฒนาสิ่งใดๆ ให้เจริญก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้น หรือเรียกสั้นๆ ว่า การมองการณ์ไกล

Read More
บาลีวันละคำ

สารคดี (บาลีวันละคำ 351)

สารคดี
(บาลีไทย)

เป็นการเอาคำว่า “สาร” ประสมกับคำว่า “คดี” เป็น “สารคดี” (สา-ระ-คะ-ดี)

“สาร” (สา-ระ) ในภาษาบาลีแปลว่า สำคัญ, ประเสริฐยิ่ง, แข็งแรง, ชั้นในที่สุดและส่วนที่แข็งที่สุดของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง, แก่นหรือแกนของไม้, แก่นสาร, ส่วนสำคัญ, ส่วนที่ดีที่สุด, คุณค่า

“คดี” บาลีเป็น “คติ” (คะ-ติ) แปลตามศัพท์ว่า “การไป” แต่มีความหมายอย่างอื่นอีก คือ การจากไป, การผ่านไป, ทางไป, ที่ไป, ที่อยู่, ที่เกิดใหม่, ภพภูมิที่ไปเกิด, ทิศทาง, แนวทาง, วิถีชีวิต, ความเป็นไป, แบบอย่าง, วิธี

“คติ” แปลงเป็น “คดี” ในภาษาไทย เกิดความหมายใหม่ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 บอกไว้ว่า “คดี” คือ “เรื่อง” มักใช้ประกอบคําศัพท์ เช่น … สารคดี

Read More
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้