บาลีวันละคำ

บาลีวันละคำ

อานิสงส์ (บาลีวันละคำ 350)

อานิสงส์

บาลีเป็น “อานิสํส” อ่านว่า อา-นิ-สัง-สะ แปลตามศัพท์ว่า “คุณที่นำออกมาสรรเสริญได้อย่างดียิ่ง” “คุณที่หลั่งผลออก” ใช้ในความหมายว่า การสรรเสริญ, กำไร, ความดี, ประโยชน์, ผลดี, ข้อดี (ตรงกันข้ามกับ ข้อเสีย), ผลบุญ, ผลแห่งกุศลกรรม, ผลตอบแทน
“อานิสํส” ใช้ในภาษาไทยว่า “อานิสงส์” อ่านว่า อา-นิ-สง

ตัวอย่างความหมายของ “อานิสงส์” ในกรณีต่างๆ –

(1) ผลที่ได้จากการทำดี เช่น เจริญเมตตาเป็นนิตย์มีผล 11 อย่าง “มีผล” นี่ก็คือความหมายของ “อานิสงส์”
(2) ผลดีของการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ออกกำลังมีประโยชน์อย่างไรบ้าง “ประโยชน์” นี่ก็คือความหมายของ “อานิสงส์”
(3) ข้อดีของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น มะละกอมีสรรพคุณเป็นยาระบาย “สรรพคุณ” นี่ก็คือความหมายของ “อานิสงส์”

Read More
บาลีวันละคำ

บริษัท (บาลีวันละคำ 348)

บริษัท

“บริษัท” มาจากรูปคำสันสกฤตว่า “ปริษทฺ” แปลตามตัวว่า “การนั่งลงรอบๆ”
“บริษัท” บาลีเป็น “ปริสา” (ปะ-ริ-สา) แปลตามศัพท์ว่า “หมู่ที่มาโดยรอบ” “ที่เป็นที่พบปะกันโดยรอบ” มีความหมายว่า คนที่แวดล้อมอยู่, กลุ่มหรือหมู่ชน, ชุมนุม, กลุ่มชน, พวกพ้อง, คณะหรือหมู่เหล่า, สมาคม, ชนชั้น, ฝูงชน

“ปริสา – ปริษทฺ” เราเอามาใช้ว่า “บริษัท” อ่านว่า บอ-ริ-สัด
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 บอกไว้ว่า
บริษัท : หมู่, คณะ, เช่น พุทธบริษัท, ที่ประชุม เช่น จะพูดอย่างไรต้องดูบริษัทเสียก่อน

คำว่า “บริษัท” ตรงกับภาษาอังกฤษว่า company มักเข้าใจกันในความหมายว่า องค์กรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบธุรกิจทางการค้า คือ commercial company ซึ่ง “ปริสา – ปริษทฺ” ในบาลีสันสกฤตมิได้มีความหมายเฉพาะเช่นนี้ ดังเช่นคำว่า “พุทธบริษัท” หมายถึงหมู่ชนที่นับถือพระพุทธศาสนา 4 พวก คือ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา มีผู้เข้าใจว่า “พุทธบริษัท” คือบริษัทการค้าของชาวพุทธ !!

Read More
บาลีวันละคำ

ไอศูรย์ (บาลีวันละคำ 349)

ไอศูรย์

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 บอกไว้ว่า ไอศูรย์ คือ
“ไอศวรรย์”

ดูที่ “ไอศวรรย์” (ไอ-สะ-หฺวัน) บอกว่า ความเป็นเจ้าเป็นใหญ่, ความเป็นพระเจ้าแผ่นดิน; อํานาจ; สมบัติแห่งพระราชาธิบดี, ใช้ว่า ไอศุริย หรือ ไอศูรย์ ก็มี

และบอกว่า สันสกฤตเป็น “ไอศฺวรฺย” บาลีเป็น “อิสฺสริย”

สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกว่า ไอศฺวรฺย คือ เทวานุภาพ, สรรพสมรรถศักดิ์, ความแลไม่เห็น, ฯลฯ; ความเปนใหญ่, พลศักดิ์, กำลัง; divine power, omnipotence, invisibility, etc.; supremacy, power, might.

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ บอกว่า อิสฺสริย (อิด-สะ-ริ-ยะ) คือ ความเป็นผู้ปกครอง, ความเป็นนาย, ความเป็นใหญ่, อำนาจปกครอง rulership, mastership, supremacy, dominion

และบอกว่า อิสฺสริย มาจาก “อิสฺสร” (อิด-สะ-ระ)

ดูที่ “อิสฺสร” บอกว่า ผู้เป็นเจ้า, ผู้ปกครอง, ผู้เป็นนาย, หัวหน้า lord, ruler, master, chief

บาลี จาก “อิสฺสร” เป็น “อิสฺสริย” เป็นสันสกฤตว่า “ไอศฺวรฺย” แล้วเป็นไทยว่า “ไอศูรย์”

Read More
บาลีวันละคำ

อนุสาวรีย์ (บาลีวันละคำ 347)

อนุสาวรีย์

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 บอกไว้ว่า
“อนุสาวรีย์ : สิ่งที่สร้างไว้เป็นที่ระลึกถึงบุคคลหรือเหตุการณ์สําคัญเป็นต้น เช่น อาคาร หลุมฝังศพ รูปปั้น”
พจน.ไม่ได้บอกที่มาของคำว่าเป็นภาษาอะไร แต่รูปร่างเป็นบาลีสันสกฤตแน่นอน

“อนุ” แปลว่า น้อย, ภายหลัง, ตาม, เนืองๆ
“สาวรีย์” บาลีไม่มีคำรูปนี้ มีแต่ “สาราณีย” แปลว่า “อันควรแก่การนึกถึง- ระลึกถึง” คำนี้ความหมายตรงกับ “อนุสาวรีย์” แต่รูปคำไม่ตรงกัน (สาราณีย-สาวรีย คือต่างกันที่ “สาร-” กับ “สาว-”)
ถ้าจะเป็น “-สาว-” บาลีมีคำว่า “อนุสาวนีย” แปลว่า “ควรแก่การกล่าวประกาศ-บอกข่าว” รูปคำ “-สาว-” ตรงกัน คือ –สาว(นีย)-สาว(รีย) แต่ความหมายไม่ตรงกัน

Read More
บาลีวันละคำ

โพธิรุกฺข (บาลีวันละคำ 346)

โพธิรุกฺข

อ่านว่า โพ-ทิ-รุก-ขะ

“โพธิรุกฺข” คือ โพธิ + รุกฺข
“โพธิ” แปลว่า ความรู้อันยอดเยี่ยม, การตรัสรู้, ความรู้ที่พระพุทธเจ้าทรงมี (อันเป็นเหตุให้สำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า), ปัญญาเครื่องตรัสรู้, โพธิญาณ
“รุกฺข” แปลว่า ต้นไม้
“โพธิรุกฺข” จึงแปลว่า ต้นไม้ที่พระมหาบุรุษประทับนั่งภายใต้แล้วได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า เรียกกันสั้นๆ ว่า “ต้นไม้ตรัสรู้” ในภาษาไทยนิยมใช้ตามรูปสันสกฤตว่า “โพธิพฤกษ์” อ่านว่า โพ-ทิ-พฺรึก (รุกฺข = พฤกษ์)

ปัญหาเกี่ยวกับความเข้าใจ
1 พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ตรัสรู้เมื่อประทับนั่งใต้ต้นไม้ชนิดใดชนิดหนึ่ง ต้นไม้นั้นก็ได้นามเรียกว่า “โพธิรุกฺข-โพธิพฤกษ์” เช่น ประทับนั่งใต้ต้นกากะทิงแล้วตรัสรู้ ต้นกากะทิงก็ได้นามว่า “โพธิพฤกษ์”
2 “โพธิพฤกษ์” ของพระพุทธเจ้าของเราพระองค์นี้ ในบาลีเรียกว่าต้น “อัสสัตถะ” เราจึงเรียกต้นอัสสัตถะว่า “โพธิพฤกษ์-ต้นโพ”

ปัญหาเกี่ยวกับการเขียนและอ่าน
1 เมื่อเรียกสั้นๆ ว่า “ต้นโพ” พจน.42 กำหนดให้เขียนว่า “-โพ” ไม่ใช่ “ต้นโพธิ์” (ไม่มี ธิ) พจน.42 บอกว่า “โพศรีมหาโพธิ ก็เรียก”
2 ถ้า “-โพธิ” อยู่ท้ายคำ เช่นเรียกว่า “โพศรีมหาโพธิ” อ่านตามหลักนิยมว่า -สี-มะ-หา-โพด (ธิ เป็นตัวสะกด ไม่มีการันต์)
3 ถ้าใส่การันต์ที่ ธิ เช่น “ศรีมหาโพธิ์” อ่านว่า -สี-มะ-หา-โพ (ธิ์ ไม่ออกเสียง)

โพธิแบบโลก : รู้เพื่อรู้
โพธิแบบธรรม : รู้เพื่อหลุด

Read More
บาลีวันละคำ

พระพุทธเจ้าน้อย (บาลีวันละคำ 345)

พระพุทธเจ้าน้อย
(คำเรียกผิด)

มีผู้พูดถึง “พระพุทธเจ้าน้อย” รูปที่ประกอบคำเรียกเป็นรูปเด็ก แต่มีลักษณะที่รู้ได้ว่าเป็นพระพุทธรูป ทำให้มีผู้เข้าใจว่าเด็กนั้นเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว จึงเรียกว่า “พระพุทธเจ้าน้อย”

การเรียกขานพระพุทธเจ้า ท่านมีหลักดังนี้ –
1 ในพระชาติที่กำลังบำเพ็ญบารมี หลังจากตั้งความปรารถนาพุทธภูมิในชาติที่เป็นสุเมธดาบสเป็นต้นมา จนถึงเป็นพระเวสสันดรเป็นชาติสุดท้าย ท่านเรียกว่า “พระโพธิสัตว์” (โพธิสตฺต)
2 ตั้งแต่ประสูติจนกระทั่งอภิเษกสมรส ท่านเรียกว่า “พระกุมาร” (กุมาร)
3 ตั้งแต่อภิเษกแล้วจนเสด็จออกบรรพชา ท่านเรียกว่า “เจ้าชาย” (ราชกุมาร)
4 ตั้งแต่เสด็จออกบรรพชาจนได้ตรัสรู้ ท่านเรียกว่า “พระมหาบุรุษ” (มหาปุริส)
5 คำเรียกที่ใช้เป็นกลางๆ ตั้งแต่ประสูติจนถึงก่อนตรัสรู้คือ “พระมหาสัตว์” (มหาสตฺต = บุคคลผู้ยิ่งใหญ่) และ “พระมหาบุรุษ” (มหาปุริส = บุรุษผู้ยิ่งใหญ่)
6 ตั้งแต่ตรัสรู้แล้วเป็นต้นไป ท่านจึงเรียกว่า “พระพุทธเจ้า” (พุทฺธ) และเรียกด้วยพระคุณนามอื่นๆ อีก เช่น “พระศาสดา (สตฺถา) “พระผู้มีพระภาค” (ภควา) “พระสัพพัญญู” (สพฺพญฺญู) “พระพิชิตมาร” (วิชิตมาร) เป็นต้น

ข้อเท็จจริงที่ควรเข้าใจให้ถูกต้องคือ ตั้งแต่ประสูติจนกระทั่งก่อนตรัสรู้ ท่านยังไม่ได้เป็นพระพุทธเจ้า

“พระพุทธเจ้าน้อย” : สิ่งบอกเหตุว่า โรคอ่อนประวัติศาสตร์ กำลังระบาดในหมู่ชาวพุทธ

Read More
บาลีวันละคำ

พิมฺพ (บาลีวันละคำ 344)

พิมฺพ

อ่านว่า พิม-พะ

“พิมฺพ” แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งอันเขาลอกแบบมา” มีความหมายว่า รูปร่าง, แบบ, ทรวดทรง, รูปเปรียบ (ฝรั่งแปล “พิมฺพ” ว่า shape, image)

“พิมฺพ” เดิมเป็นคำเรียก “รูปหุ่นที่ตกแต่งไว้” ธรรมดา “หุ่น” จะทำให้สวยงามขนาดไหนก็ย่อมได้ “พิมฺพ” จึงมีความหมายโดยนัยว่า “ร่างที่สวยงาม” และเป็นคำใช้เรียกสตรีที่มีรูปร่างงาม (ชื่อ “พิมพิลาไลย” น่าจะมีนัยเช่นนี้)

ไทยเอาคำว่า “พิมฺพ” มาใช้ว่า “พิมพ์” หมายถึงรูป, รูปร่าง, แบบ เช่น “หยอดวุ้นลงในพิมพ์” “หน้าตาเป็นพิมพ์เดียวกัน”
นอกจากนี้ในภาษาไทย “พิมพ์” ยังหมายถึงการถ่ายแบบโดยใช้เครื่องจักรกดตัวหนังสือหรือภาพให้ติดบนวัตถุ เช่นแผ่นกระดาษเป็นต้น ซึ่งไม่ใช่ความหมายของ “พิมฺพ” ในภาษาบาลี

คำฝรั่งที่เราพูดกันว่า print บาลีใช้ว่า “มุทฺทาเปติ = ถอดแบบ” และ publish บาลีว่า “ปกาเสติ = ประกาศให้ทราบ” ไม่ได้ใช้คำว่า “พิมฺพ” เหมือนในภาษาไทย

Read More
บาลีวันละคำ

“ทอง” (บาลีวันละคำ 343)

“ทอง”
บาลีเรียกว่าอะไร ?

คำว่า “ทอง” หรือ “ทองคำ” บาลีใช้ศัพท์ดังต่อไปนี้ –

1 กญฺจน (กัน-จะ-นะ) ไทยใช้ว่า กาญจน แปลตามศัพท์ว่า “วัตถุที่สุกปลั่ง”
2 กนก (กะ-นะ-กะ) ไทยใช้เหมือนกัน อ่านว่า กะ-หฺนก แปลตามศัพท์ว่า “วัตถุที่แวววาวโดยสภาพของตน”
3 กมฺพุ (กำ-พุ) แปลตามศัพท์ว่า “วัตถุอันผู้คนชอบ” “วัตถุอันผู้คนระวัง คือรักษาไว้อย่างดี”
4 จามีกร (จา-มี-กะ-ระ) ไทยใช้เหมือนกัน อ่านว่า จา-มี-กอน แปลตามศัพท์ว่า “วัตถุที่ทำเป็นรูปดอกจามี” “วัตถุที่ทำด้วยไฟ”
5 จารุ (จา-รุ) แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งเป็นที่เที่ยวไปแห่งจิต” (คือเป็นที่สนใจของคน), “สิ่งที่วนเวียนอยู่ในใจโดยเป็นของน่าชอบใจ”
6 ชมฺพุนท, ชมฺพูนท (ชำ-พุ-นะ-ทะ, ชำ-พู-นะ-ทะ) ไทยใช้ว่า ชมพูนท (ชม-พู-นด), ชมพูนุท (ชม-พู-นุด) แปลตามศัพท์ว่า “ทองคำที่เกิดจากเมล็ดของลูกหว้าที่หล่นลงไปในแม่น้ำชัมพุนที”
7 ชาตรูป (ชา-ตะ-รู-ปะ) แปลตามศัพท์ว่า “วัตถุที่เกิดดียิ่ง” “วัตถุที่เกิดงดงาม” “วัตถุที่คงรูปที่เกิดไว้ได้ทุกเมื่อไม่เปลี่ยนแปลงไปเป็นอื่น”
8 นิกฺข (นิก-ขะ) แปลตามศัพท์ว่า “วัตถุที่เมื่อถูกนำออกมาย่อมเปล่งปลั่ง”
9 สุวณฺณ (สุ-วัน-นะ) ไทยใช้ว่า สุวรรณ อ่านว่า สุ-วัน, สุ-วัน-นะ แปลตามศัพท์ว่า “โลหธาตุที่มีสีงดงาม”
10 โสณฺณ (โสน-นะ) ไทยใช้ว่า โสณ อ่านว่า โส-นะ แปลตามศัพท์ว่า “ธาตุที่สุกใสอย่างดี”
11 หิรญฺญ (หิ-รัน-ยะ) ไทยใช้ว่า หิรัญ อ่านว่า หิ-รัน, หิ-รัน-ยะ แปลตามศัพท์ว่า “วัตถุอันคนแสวงหากันเพราะเป็นของล้ำค่า” “วัตถุที่ดึงดูดใจสัตวโลก” “วัตถุที่ถึงความล้ำค่า” (ศัพท์นี้ปกติแปลว่า “เงิน” แต่มีในบางที่แปลว่า “ทอง”)
11 หริ (หะ-ริ) แปลตามศัพท์ว่า “ธาตุที่ดึงจิตของชาวโลกไปหาตน” (คือเป็นที่ถูกใจของชาวโลก)

Read More
บาลีวันละคำ

ปรโลก (บาลีวันละคำ 342)

ปรโลก

อ่านว่า ปะ-ระ-โล-กะ
ภาษาไทยเขียนเหมือนกัน อ่านว่า ปะ-ระ-โลก ก็ได้ ปอ-ระ-โลก ก็ได้

“ปรโลก” ประกอบด้วย ปร + โลก = ปรโลก

“ปร” แปลว่า อื่น, อื่นอีก, อีกอันหนึ่ง, อีกข้างหนึ่ง, โพ้น, เหนือ

“โลก” แปลตามศัพท์ว่า “ผู้จะพินาศไป” หรือ “ผู้จะย่อยยับไป” ความหมายที่เข้าใจกันคือ แผ่นดิน, ส่วนหนึ่งแห่งสกลจักรวาล, ดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง โดยปริยายหมายถึงหมู่มนุษย์

“ปรโลก” แปลว่า “โลกอื่น” มีความหมาย 2 นัย คือ –

Read More
บาลีวันละคำ

เนาว์ (บาลีวันละคำ 341)

เนาว์
(บาลีเปลี่ยนรูป)

“เนาว์” เป็นคำไทยที่เปลี่ยนรูปมาจากคำบาลีว่า “นว” (นะ-วะ)
“นว” มีความหมาย 2 อย่าง คือ ใหม่ (new) และ 9,จำนวนเก้า (nine) (ดูคำว่า “นว” บาลีวันละคำ (237) 1-1-56)

เมื่อออกเสียง “นะ” แล้วต่อด้วย “วะ” จะต้องห่อริมฝีปาก ทำให้เกิดเสียง “เอา” แทรกกลางเป็น นะ-เอา-วะ หรือ เนา-วะ และเสียง “วะ” จะแผ่วหายไปได้ง่าย เหลือแต่ “เนา” เราจึงใส่การันต์ที่ “ว” เป็น “เนาว์” อ่านว่า “เนา” ตามธรรมชาติของการเปล่งเสียง

Read More
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้