บาลีวันละคำ

บาลีวันละคำ

เฉโก (บาลีวันละคำ 310)

เฉโก

“เฉโก” คำตั้ง (คำเดิมก่อนแจกวิภัตติ) คือ “เฉก” (เฉ-กะ) เป็นคำคุณศัพท์ แปลตามศัพท์ว่า “ผู้ตัด” = ตัดความขัดข้องให้ลุล่วงไปได้ มีความหมายว่า ฉลาด, เฉียบแหลม, สุขุม, สันทัด, มีฝีมือ, มีประสบการณ์, มีทักษะ

“เฉก” แจกวิภัตติปุงลิงค์เอกพจน์เป็น “เฉโก” พบในคัมภีร์มากกว่ารูปอื่น น่าจะเป็นเหตุให้เป็นคำพูดติดปาก ในภาษาไทยจึงใช้เป็น “เฉโก” แต่ความหมายเคลื่อนที่ไป กลายเป็นว่า ฉลาดแกมโกง, ไม่ตรงไปตรงมา

Read More
บาลีวันละคำ

อุณหภูมิ (บาลีวันละคำ 309)

อุณหภูมิ
(บาลีไทย)

“อุณหภูมิ” เป็นคำบาลีที่ไทยเราคิดขึ้นใช้ในความหมายว่า “ระดับความสูงต่ำของความร้อน” เมื่อพูดถึงสภาพดินฟ้าอากาศ หรือพูดถึงความร้อนที่ใช้ในการบางอย่าง
“อุณหภูมิ” ประกอบด้วยคำว่า อุณฺห + ภูมิ = อุณหภูมิ
“อุณฺห” บาลีอ่านว่า อุน-หะ (บางทีเสียงอาจเกลื่อนกลืนเป็น อุน-หฺนะ) แปลว่า ร้อน, ความร้อน
“ภูมิ” บาลีอ่านว่า พู-มิ มีความหมายหลายอย่าง กล่าวคือ พื้นดิน, ดิน, แผ่นดิน, สถานที่, ถิ่น, แคว้น, แถบ, ภฺมิภาค, พื้น, พื้นราบ, ขั้นตอน, ระดับ, สถานะของความรู้สึกตัว
ในที่นี้ความหมายที่ตรงกับความต้องการในภาษาไทยคือ “ระดับ”
“อุณฺหภูมิ” ภาษาไทยอ่านว่า อุน-หะ-พูม แปลตามศัพท์ว่า “ระดับของความร้อน”

Read More
บาลีวันละคำ

ทุกข์ (บาลีวันละคำ 308)

ทุกข์

เขียนแบบไทย อ่านว่า ทุก
เขียนแบบบาลี “ทุกฺข” อ่านว่า ทุก-ขะ

“ทุกฺข – ทุกข์” แปลตามศัพท์ว่า –

1-“สภาวะที่ทำได้ยากที่จะอดทน” คือยากที่จะทนได้ = ทนนะทนได้ แต่ยากหน่อย หรือยากมาก

2-“ความสุขที่น่ารังเกียจ” เป็นการมองโลกในแง่ดี คือความทนได้ยากที่เกิดขึ้นนั้นมองว่า-ก็เป็นความสุขแบบหนึ่ง แต่เป็นความสุขที่น่าเกลียด หรือน่ารังเกียจ

3-“สภาวะที่ขุดจิตเป็นสองอย่าง” คือจิตปกติเป็นอย่างหนึ่งอยู่แล้ว พอมีทุกข์มากระทบ ก็กระเทือนกลายเป็นอีกอย่างหนึ่ง ทำนองเดียวกับสำนวนที่ว่า “หัวใจแตกสลาย”

4-“สภาวะที่ทำให้เป็นทุกข์” คำแปลสำนวนนี้ในภาษาบาลีมีความหมาย แต่ในภาษาไทย เท่ากับพูดว่า มืดคือค่ำ และ ค่ำคือมืด คือเป็นเพียงบอกให้รู้ว่า สิ่งนั้นเรียกว่า “ทุกข์” หรือเล่นสำนวนว่า “ทุกข์ก็คือทุกข์”

Read More
บาลีวันละคำ

สัปดาห์ (บาลีวันละคำ 307)

สัปดาห์

“สัปดาห์” รูปคำสันสกฤตเป็น “สปฺตาห” (สับ-ตา-หะ) บาลีเป็น “สตฺตาห” (สัด-ตา-หะ)

“สตฺตาห” มาจาก สตฺต (= จำนวนเจ็ด) + อห (อะ-หะ = วัน, กลางวัน) = สตฺตาห แปลตามศัพท์ว่า “เจ็ดวัน” หมายถึงรอบ ๗ วัน เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ถึงวันเสาร์ หรือระยะเวลา ๗ วัน

เมื่อพูดว่า “วัน” เราคุ้นกับคำว่า “ทิวา” มากที่สุด แต่คำบาลีที่แปลว่า “วัน” ยังมีอีก เช่น ทิน, ทิวส, วาร, วาสร และ อห

บาลี “สตฺต” สันสกฤตเป็น “สปฺต” เราเขียนอิงสันสกฤตเป็น สัปด
สัปด + อห = “สัปดาห” ไม่ออกเสียง หะ จึงใส่การันต์ที่ ห เขียนเป็น “สัปดาห์”

Read More
บาลีวันละคำ

สงฺขฺยา (บาลีวันละคำ 306)

สงฺขฺยา

อ่านแบบบาลีว่า สัง-ขฺยา (-ยา-เสียงสามัญ ออกเสียงเหมือน “สัง-เคีย” จะได้เสียงที่ใกล้เคียงที่สุด)
อ่านแบบบาลีไทยว่า สัง-ขะ-หฺยา (-ยา ห- นำ เสียงจัตวา)

“สงฺขฺยา” ใช้ในภาษาไทยเป็น “สังขยา” (สัง-ขะ-หฺยา) ศัพท์นี้มีความหมายหลายอย่าง คือ การระบุ, การนับ, การคำนวณหรือประมาณ, จำนวน (number), การตั้งชื่อ, การนิยาม, ถ้อยคำ, ชื่อ
ความหมายที่เข้าใจกันมากที่สุด คือ การนับ หรือการระบุจำนวน

สงฺขฺยา – การนับ ในภาษาบาลีมี 2 อย่าง คือ
1 นับระบุจำนวนของสิ่งที่นับ เรียกว่า “ปกติสังขยา” (แปลว่า “นับตามปกติ”) เช่น เอก ทฺวิ ติ จตุ ปญฺจ .. 1 2 3 4 5 .. = ระบุจำนวนหมดทั้ง 5
2 นับเฉพาะลำดับของสิ่งที่นับ เรียกว่า “ปูรณสังขยา” (แปลว่า “นับจำนวนที่ครบ”) เช่น ปฐม ทุติย ตติย จตุตฺถ ปญฺจม ..ที่หนึ่ง ที่สอง ที่สาม ที่สี่ ที่ห้า .. = ระบุเฉพาะลำดับที่นับ

Read More
บาลีวันละคำ

ปัญญาสมวาร (บาลีวันละคำ 305)

ปัญญาสมวาร

เขียนแบบคำไทย อ่านว่า ปัน-ยา-สะ-มะ-วาน
เขียนแบบบาลีเป็น “ปญฺญาสมวาร” อ่านว่า ปัน-ยา-สะ-มะ-วา-ระ

“ปญฺญาสมวาร” ประกอบด้วย ปญฺญาส + ม + วาร
“ปญฺญาส” แปลว่า ห้าสิบ (จำนวน ๕๐) ภาษาไวยากรณ์เรียกว่า “ปกติสังขยา” คือคำบอกจำนวนของสิ่งที่นับ คู่กับ “ปูรณสังขยา” คือคำบอกเฉพาะลำดับของสิ่งที่นับ
“ม” (มะ) เป็น “ปัจจัย” ใช้ประกอบเข้าข้างท้ายศัพท์ปกติสังขยาทำให้เป็นปูรณสังขยา
ดังนั้น ปญฺญาส + ม = ปญฺญาสม จึงมีความหมายว่า “ลำดับที่ห้าสิบ” หรือ “ครบห้าสิบ”
“วาร” แปลว่า วันที่กำหนด, เวลาที่กำหนด, ครั้ง, คราวหนึ่ง, โอกาส
“ปญฺญาสมวาร – ปัญญาสมวาร” จึงมีความหมายว่า “วันที่ครบห้าสิบ” คือวันทำบุญครบ ๕๐ วันของผู้ตาย

Read More
บาลีวันละคำ

บำเพ็ญกรณี (บาลีวันละคำ 304)

บำเพ็ญกรณี
(คำผิด)

“เกิดมาแล้วพยายามทำประโยชน์ให้แก่สังคมหรือเพื่อนมนุษย์เรื่อยไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่”

ในภาษาไทยเคยนิยมใช้คำเรียกการกระทำดังกล่าวข้างต้นนี้ว่า “บำเพ็ญกรณีย์” (-ณี มี ย์) เช่น

“ในระหว่างที่มีชีวิตอยู่ คุณพ่อได้บำเพ็ญกรณีย์อย่างสม่ำเสมอ”

แต่ก็ปรากฏอยู่อย่างสม่ำเสมอว่า มีผู้เขียนคำนี้ว่า “บำเพ็ญกรณี” (-ณี ไม่มี ย์)

“กรณีย์” มี ย์ กับ “กรณี” ไม่มี ย์ ความหมายต่างกัน

“กรณีย์” คำบาลีเดิมคือ “กรณีย” (กะ-ระ-นี-ยะ) รากศัพท์คือ กร (ธาตุ = ทำ) + อนีย (ปัจจัย = ควร, พึง) แปลง น เป็น ณ

: กร + อนีย (= อณีย) = กรณีย แปลว่า “ควรทำ” “พึงทำ” หมายถึงกิจที่ควรทำ, สิ่งที่ควรทำ, ข้อผูกพัน, หน้าที่ (คำเต็มๆ ที่เราคุ้นคือ “กรณียกิจ”)

Read More
บาลีวันละคำ

ธรรมดา (บาลีวันละคำ 303)

ธรรมดา

คำนี้มาจากบาลีว่า “ธมฺมตา” อ่านว่า ทำ-มะ-ตา
ใช้ในภาษาไทยว่า “ธรรมดา” เป็นคำที่เข้าใจกันทั่วไปจนไม่ต้องแปล

ธมฺม + ตา = ธมฺมตา
“ธมฺม – ธรรม” แปลตามศัพท์ว่า “สภาพที่ทรงไว้” มีความหมายหลายหลาก ความหมายกลางๆ ในที่นี้ คือ ธรรมชาติ ธรรมดา ปกติ
“ตา” เป็นคำทางไวยากรณ์ ใช้ต่อท้ายศัพท์ ทำให้เป็นคำนาม แปลว่า “ความเป็น–”
เทียบกับภาษาอังกฤษอาจเข้าใจได้ง่ายขึ้น เช่น happy แปลว่า สุข สบาย happiness แปลว่า ความสุข “-ตา” ก็เหมือน -ness นั่นแหละ

Read More
บาลีวันละคำ

มุขมนตรี (บาลีวันละคำ 302)

มุขมนตรี
(บาลีไทย)

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 กำหนดให้อ่านว่า มุก-ขะ-มน-ตฺรี และให้ความหมายว่า “ที่ปรึกษาราชการชั้นผู้ใหญ่”

“มุขมนตรี” ประกอบด้วยคำว่า มุข + มนตรี
“มุข” บาลีอ่านว่า มุ-ขะ แปลว่า ปาก, ใบหน้า, หัวหน้า ในที่นี้ “มุข” หมายถึงหัวหน้า หรือ ผู้เป็นประธาน
“มนตรี” บาลีเป็น “มนฺตี” (มัน-ตี) แปลตามศัพท์ว่า “คนมีความคิด” ใช้ในความหมายว่า ที่ปรึกษา, อำมาตย์, เสนาบดี

Read More
บาลีวันละคำ

พักตร์ คือ face (บาลีวันละคำ 301)

พักตร์ คือ face

มีผู้แปลคำว่า facebook (แปลสนุกๆ) ว่า “พักตร์ปกรณ์” คือ face = พักตร์ และ book คือหนังสือ หรือตำรา = ปกรณ์

คำว่า “พักตร์” มาจากสันสกฤตว่า “วกฺตฺร” (วัก-ตฺระ)
1 สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน แปล วกฺตฺร ว่า the face
2 พจนานุกรมอังกฤษ- ไทย ของ สอ เสถบุตร แปล face ว่า หน้า, โฉมหน้า, โฉม, ใบหน้า, หน้าตา, สีหน้า, เผชิญหน้า
3 พจนานุกรมอังกฤษ-บาลี แปล face เป็นบาลีว่า “มุข” (มุ-ขะ)
4 พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปลว่า “มุข” ว่า the mouth, the face (ตรงกับคำแปลของนักบาลีในไทย คือ “มุข” แปลได้ 2 ความหมาย คือ ปาก และ หน้า)
5 พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 แปล “มุข” ว่า หน้า, ปาก
6 “พักตร์” มาจากสันสกฤตว่า “วกฺตฺร” คำนี้ตรงกับบาลีว่า “วตฺต” (วัด-ตะ) แปลว่า “ปาก”

สรุปว่า face คือ หน้า – หน้า คือ มุข – มุข คือ mouth – mouth คือ ปาก – ปาก คือ วตฺต – วตฺต คือ วกฺตฺร – วกฺตฺร คือ พักตร์ – พักตร์ คือ face และ face คือ หน้า …

Read More
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้