บาลีวันละคำ

บาลีวันละคำ

สัมมนา (บาลีวันละคำ 300)

สัมมนา

อ่านว่า สำ-มะ-นา

“สัมมนา” เป็นศัพท์บัญญัติเทียบภาษาอังกฤษว่า seminar (เซม-อิ-นา)
ประกอบด้วย สํ (= พร้อมกัน) แปลงนิคหิตเป็น ม = สม (สำ) + มน (= ใจ, ความคิด) = สมฺมน เขียนแบบไทยว่า สัมมน แล้วทำเสียง -มน ให้เป็น -มนา เพื่อเลียนเสียงคำว่า seminar จึงเป็น “สัมมนา” เจตนาให้แปลว่า “ร่วมใจกันคิด” แรกเริ่มเป็นคำที่ใช้ในวงการศึกษาก่อน
ว่ากันว่า วงการบัญญัติศัพท์ภูมิใจกับคำนี้มากเพราะเลียนภาษาเดิมได้ใกล้เคียงทั้งเสียงทั้งความหมาย

Read More
บาลีวันละคำ

อโหสิกรรม [1] (บาลีวันละคำ 299)

อโหสิกรรม [1]

อ่านว่า อะ-โห-สิ-กำ

“อโหสิ” ในภาษาบาลีเป็นคำกริยา อดีตกาล แปลว่า “ได้มีแล้ว” “ได้เป็นแล้ว” (ประธานของกริยาคำนี้ต้องเป็น “ผู้ที่พูดถึง” (คำไทยเช่น เขา, มัน) และเป็นเอกพจน์)

“อโหสิ – ได้มีแล้ว, ได้เป็นแล้ว” หมายความว่า เรื่องนั้น สภาวะนั้นได้เกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว เช่น คนเกิด ก็เกิดเสร็จแล้ว เป็นอะไร ก็เป็นไปเรียบร้อยแล้ว ตาย ก็ตายเสร็จสิ้นไปแล้ว เป็นต้น

อโหสิ + กมฺม (กำ-มะ) = อโหสิกมฺม เป็นคำพิเศษ คือคำกริยาประสมคำนามแล้วกลายเป็นคำนาม เป็นชื่อของกรรมที่ไม่มีโอกาสจะให้ผลอีกต่อไป เราเอามาใช้ในภาษาไทยว่า “อโหสิกรรม” มีความหมายว่า การเลิกแล้วต่อกัน, การไม่เอาโทษแก่กัน, ยกโทษให้, ไม่ถือเป็นเหตุโกรธแค้นขุ่นเคืองกันอีกต่อไป บางทีก็พูดสั้นๆ ว่า “อโหสิ

Read More
บาลีวันละคำ

ศิริราช (บาลีวันละคำ 298)

ริราช

คำนี้เป็นวิสามานยนาม (ภาษาบาลีเรียก “อสาธารณนาม”) คือคําที่เป็นชื่อเฉพาะ ตั้งขึ้นสําหรับเรียกคน สัตว์ สิ่งของ และสถานที่ เพื่อให้รู้ชัดว่าเป็นใครหรืออะไร เช่น นายดํา ช้างเอราวัณ เรือสุพรรณหงส์ จังหวัดเชียงใหม่
ในที่นี้ “ศิริราช” ก็คือ “โรงพยาบาลศิริราช” ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ

แต่ “โรงพยาบาลศิริราช” ก็ได้ชื่อนี้มาจากชื่อเฉพาะของบุคคลอีกทีหนึ่ง นั่นคือได้มาจากพระนามของ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระพันปีหลวง

Read More
บาลีวันละคำ

วตฺถุ (บาลีวันละคำ 297)

วตฺถุ

อ่านว่า วัด-ถุ

คำนี้สันสกฤตเป็น วสฺตุ ภาษาไทยเอามาใช้ว่า วัตถุ, วัสดุ, พัสดุ
และจำกัดความหมายแตกต่างกัน คือ –

1 “วัตถุ” หมายถึงสิ่งของทั่วไปที่สามารถสัมผัสจับต้องได้
2 “วัสดุ” หมายถึงของที่นํามาใช้เพื่อประกอบขึ้นเป็นสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น วัสดุก่อสร้าง; ของใช้ที่มีอายุการใช้ในระยะเวลาสั้น ๆ ใช้แล้วหมดเปลืองไป เช่น กระดาษ ดินสอ
3 “พัสดุ” หมายถึงสิ่งของต่าง ๆ เช่นในคำว่า พัสดุไปรษณีย์, พัสดุภัณฑ์, เครื่องใช้ไม้สอย

แต่ “วตฺถุ” ในภาษาบาลีมีความหมายกว้างกว่าในภาษาไทย คือ
1 วัตถุ, ของจริง, ทรัพย์, สิ่งของ, ของที่เป็นสาระ
2 แหล่ง, ที่ตั้ง, สนาม, พื้นที่, ที่ดิน
3 มูลฐาน, รากฐาน, ฐานรองรับ, แก่นสาร, ธาตุ
4 โอกาส, เหตุผล, พื้นฐาน
5 เรื่อง, รูปเรื่อง, เรื่องราว, รายงาน
6 ข้อ หรือกระทง (ในข้อความ)

Read More
บาลีวันละคำ

ศุภมัสดุ (บาลีวันละคำ 296)

ศุภมัสดุ
(คำไทยอิงสันสกฤต)

อ่านว่า สุบ-พะ-มัด-สะ-ดุ

“ศุภมัสดุ” บาลีเป็น “สุภมตฺถุ” (สุ-พะ-มัด-ถุ) ประกอบด้วย สุภํ + อตฺถุ

“สุภํ” (คำตั้งคือ สุภ) แปลว่า ความงาม, ความดี, ความสะอาด, ความสวยงาม
“อตฺถุ” เป็นคำกริยา แปลว่า “จงมี”
สุภํ อตฺถุ แปลว่า “ความดีงามจงมี”
สุภํ สนธิกับ อตฺถุ แปลงนิคหิตที่ ภํ เป็น ม = สุภ + ม + อตฺถุ = สุภมตฺถุ
“สุภมตฺถุ” สันสกฤตเป็น “ศุภมสฺตุ” เราเขียนแบบอิงสันสกฤตจึงเป็น ศุภมัสดุ

“ศุภมัสดุ” เป็นคําใช้ขึ้นต้นลงท้ายในประกาศที่เป็นแบบหรือข้อความที่สําคัญ เช่น ประกาศพระบรมราชโองการ และเป็นคำขึ้นต้น “บอกศักราช” ในการแสดงพระธรรมเทศนาด้วย

ตัวอย่าง :
– ศุภมัสดุ พระพุทธศาสนากาลเป็นอดีตภาค 2540 พรรษา ….โดยกาลบริเฉท (อารัมภบทรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540)
– ศุภมัสดุ พระพุทธศาสนายุกาล จำเดิมแต่ปรินิพพานแห่งองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น บัดนี้ ล่วงแล้ว 2556 พรรษา …(คำบอกศักราช)

Read More
บาลีวันละคำ

วานรนิวาส (บาลีวันละคำ 295)

วานรนิวาส

“วานร” คือ ลิง “นิวาส” แปลว่า ที่อยู่, ที่อาศัย, ที่พัก, การอยู่อาศัย
“วานรนิวาส” จึงแปลว่า “ที่อยู่อาศัยของลิง”

“วานรนิวาส” เป็นชื่ออำเภอหนึ่งในจังหวัดสกลนคร เดิมเป็นหมู่บ้าน เรียกว่า บ้าน “กุดลิง” แขวงเมืองยโสธร ในรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ยกบ้านกุดลิงขึ้นเป็นเมืองวานรนิวาส เมื่อ พ.ศ. 2404

คำว่า “กุด” แปลว่า ด้วน สั้น หรือเหี้ยนเข้าไป ทางภาคอีสานหมายถึงลํานํ้าที่ปลายด้วน คือไม่มีทางไหลต่อไป (เทียบได้กับซอยตัน) บริเวณลำน้ำนี้มีลิงชุกชุม ชาวบ้านจึงเรียกลำน้ำนั้นว่า “กุดลิง”

นักบาลีเอาเสียง “กุด” มาแปลงคำเป็น “กุฏิ”

Read More
บาลีวันละคำ

สนฺตปาปา (บาลีวันละคำ 294)

สนฺตปาปา

อ่านว่า สัน-ตะ-ปา-ปา

“สนฺตปาปา” ประกอบด้วย สนฺต + ปาป
“สนฺต” (สัน-ตะ) แปลว่า เงียบ, ราบรื่น, สงบ, บริสุทธิ์, สันติ, ความสุขเลิศ, นิพพาน
“ปาป” (ปา-ปะ) คือ ความชั่ว, ความเลวร้าย, เลวทราม, การทำผิด แปลตามศัพท์ว่า “กรรมที่ยังผู้ทำให้ถึงทุคติ” “กรรมเป็นเหตุไปสู่อบาย” “กรรมที่รักษาอบายภูมิไว้” (ความหมายนี้คือ เพราะยังมีคนทำบาป อบายภูมิจึงยังคงมีอยู่ได้เพื่อเป็นที่รองรับคนบาป)

ในคัมภีร์ชั้นอรรถกถา พบคำว่า “สนฺตปาปา” แห่งหนึ่ง ใช้อธิบายคุณสมบัติของบุคคลที่เรียกว่า “สนฺโต = ผู้สงบระงับ” ท่านใช้คำเป็นชุดว่า สนฺตปาปา ปณฺฑิตา ปจฺเจกพุทฺธา แปลว่า “ผู้สงบระงับ คือบัณฑิต ผู้สงบระงับบาปได้แล้ว หมายถึงพระปัจเจกพุทธเจ้า”
“สนฺตปาปา” จึงแปลว่า “ผู้สงบระงับบาปได้แล้ว”

Read More
บาลีวันละคำ

กาฬกณฺณี (บาลีวันละคำ 293)

กาฬกณฺณี

อ่านว่า กา-ละ-กัน-นี
ภาษาไทยใช้ว่า กาลกรรณี, กาลกิณี (กา-ละ-กัน-นี, กาน-ละ-กัน-นี, กา-ละ-กิ-นี, กาน-ละ-กิ-นี)

“กาฬกณฺณี” ประกอบด้วย กาฬ (= ดำ) + กรฺ (ธาตุ = ทำ, แปลง รฺ เป็น ณฺ) = กณฺ + ณี ปัจจัย = กาฬกณฺณี แปลตามศัพท์ว่า “คนที่ทำให้ดำ” ขยายความว่า อยู่ที่ไหนหรือเกี่ยวข้องกับใคร ก็ทำให้ที่นั้นคนนั้นพลอยเป็นเหมือนสีดำ อับเฉา มืดมัว ขัดข้องไปหมด
ความหมายที่เข้าใจกัน คือ คนจัญไร, ความจัญไร, ความเป็นเสนียด, เสนียดจัญไร, อัปมงคล, ลักษณะที่เป็นอัปมงคล, ตัวก่ออุบาทว์, ตัวนำเคราะห์ร้ายหรือทำให้อับโชค

Read More
บาลีวันละคำ

จาตุรงคสันนิบาต (บาลีวันละคำ 292)

จาตุรงคสันนิบาต

อ่านว่า จา-ตุ-รง-คะ-สัน-นิ-บาด
เขียนเป็นบาลีว่า “จาตุรงฺคสนฺนิปาต” อ่านว่า จา-ตุ-รัง-คะ-สัน-นิ-ปา-ตะ

“จาตุรงฺคสนฺนิปาต” ประกอบด้วย จตุ = จำนวนสี่ (แปลงเป็น จาตุร) + องฺค = ส่วนประกอบ หรือ องค์ประกอบ + สํ = พร้อมกัน + นิ = ลง + ปาต = การตก (สํ + นิ + ปาต = สนฺนิปาต แปลตามศัพท์ว่า “การตกลงพร้อมกัน” = การประชุม)
“จาตุรงฺคสนฺนิปาต – จาตุรงคสันนิบาต” แปลว่า “การประชุมที่มีองค์ประกอบสี่อย่าง”

Read More
บาลีวันละคำ

สังฆการี (บาลีวันละคำ 291)

สังฆการี

อ่านว่า สัง-คะ-กา-รี

“สังฆการี” เป็นคำบาลีที่ไทยเราบัญญัติขึ้น
เขียนแบบบาลีเป็น “สงฺฆการี” ประกอบด้วย สงฺฆ + การี
“สงฺฆ” ทับศัพท์ว่า “สงฆ์” ในที่นี้หมายถึง พระสงฆ์ หรือคณะสงฆ์
“การี” แปลว่า ผู้ทำ
“สังฆการี” มีความหมายว่า “ผู้ทำหน้าที่เกี่ยวกับสงฆ์” หมายถึงเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่เกี่ยวกับสงฆ์ในงานหลวง

Read More
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้