บาลีวันละคำ

บาลีวันละคำ

ผาสุก (บาลีวันละคำ 280)

ผาสุก

อ่านว่า ผา-สุ-กะ
ภาษาไทยใช้เหมือนกัน อ่านว่า ผา-สุก

“ผาสุก” (เป็น “ผาสุ” (ผา-สุ) ก็มี) แปลตามศัพท์ว่า “ภาวะที่ชอบใจ” “ภาวะที่เบียดเบียนความทุกข์” หมายถึง ความสบาย, ความสะดวก, ความง่าย, ความรื่นรมย์, ความพอใจ, ความเพลิดเพลิน, ความบันเทิง, ความสนุกสนาน, น่าพอใจ, น่าดู, ให้ความพอใจ, น่ายินดี, ทำให้พอใจ, ทำให้ถูกใจ

โปรดสังเกตว่า “ผาสุก” ก ไก่ สะกด
คำนี้มักสะกดผิดเป็น “ผาสุข” (ข ไข่ สะกด) เพราะเราคุ้นกับคำว่า “สุข”
เคยมีผู้อธิบาย (ผิดๆ) ว่า “ผาสุข” คือ มีความสุขมั่นคงเหมือนภูผา ถ้าเขียนเป็น “ผาสุก” ก็จะหมายความว่า หินที่ถูกเผาจนสุก ซึ่งไม่ใช่สัญลักษณ์แห่งความสุข

Read More
บาลีวันละคำ

มริยาท (บาลีวันละคำ 279)

มริยาท

อ่านว่า มะ-ริ-ยา-ทะ
ภาษาไทยใช้ว่า “มารยาท” (มา-ระ-ยาด) และ “มรรยาท” (มัน-ยาด)

ส่วนประกอบของ “มริยาท” คือ ปริ (รอบ) + อา (กลับความ) + ทา (ธาตุ = ให้.กลับความ = ยึดเอา)
กระบวนการทางไวยากรณ์ คือ แปลง ป เป็น ม : ปริ = มริ
ลง ย อาคม ระหว่าง มริ + อา : มริ + ย + อา = มริยา + ทา
ลดเสียง อา ที่ ทา เป็น อ = มริยาท

“มริยาท” แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่กำหนดยึดถือ” แปลตามความหมายว่า กรอบ, ขอบเขต, เขตแดน, ขีดคั่น, ฝั่ง, เขื่อน, กฎ, การควบคุม, อยู่ในเส้นหรือเขตแดน, ปฏิบัติตามกฎ, อยู่ในความควบคุม

Read More
บาลีวันละคำ

มายา – ยามา (บาลีวันละคำ 278)

มายา – ยามา

บาลี 2 คำนี้ สลับเสียงสลับคำเหมือนจะล้อกัน แต่เป็นคนละคำกัน และมีความหมายคนละอย่าง

“มายา” เป็นคำบาลีที่เราค่อนข้างคุ้น มีความหมายว่า รูปลวง, การลวง, การล่อลวง, การหลอกลวง, การโกง, เล่ห์กระเท่ห์, เล่ห์กล, การแสร้งทํา, การตบตา, การหน้าไหว้หลังหลอก, สูตรลึกลับ, กลวิเศษ, การเล่นกล
“มายา” มีรูปคำ เสียง และความหมายอย่างเดียวกับ magic ในภาษาอังกฤษ

“ยามา” เป็นชื่อสวรรค์ชั้นที่ 3 ในภูมิสวรรค์ 6 ชั้น คือ จาตุมหาราชิกา ดาวดึงส์ ยามา ดุสิต นิมมานรดี ปรนิมมิตวสวัตดี
สวรรค์ชั้นยามามีท้าวสุยามเทพบุตรเป็นผู้ปกครอง

ชื่อ “ยามา” มีความหมายว่า “เทพผู้ไปจากทุกข์” “เทพผู้ถึงสุขทิพย์”
ปกติศัพท์นี้เป็น “ยาม” (ยา-มะ) แต่เมื่อเป็นชื่อสวรรค์ ใช้เป็นพหูพจน์ จึงเป็น “ยามา”

ผู้ที่ไม่คุ้นกับชื่อ “ยามา” มักเข้าใจผิดว่าสวรรค์ชั้นนี้ชื่อ “มายา” ซ้ำยังอธิบายว่า เป็นสวรรค์ชั้นที่มีความสวยงามชวนพิศวงหลงใหลราวกับมนตร์เสน่ห์มายา

Read More
บาลีวันละคำ

สันถวไมตรี (บาลีวันละคำ 277)

สันถวไมตรี

“สันถว” เป็นคำบาลี เขียนว่า “สนฺถว” อ่านว่า สัน-ถะ-วะ แปลตามศัพท์ว่า “ความชมเชย” แต่ใช้ในความหมายว่า ความคุ้นเคย, ความสนิทสนม
พจน.42 ให้ความหมายไว้ว่า การนิยมชมชอบกัน, การสรรเสริญซึ่งกันและกัน; ความคุ้นเคย, ความสนิทสนมกัน
ฝรั่งแปล “สนฺถว” ว่า acquaintance, intimacy
พจนานุกรม สอ เสถบุตร แปล intimacy ว่า ใกล้ชิด, สนิทสนม, สนิทสนมกันในทางชู้สาว
เมื่อตอนเรียนบาลี อาจารย์ท่านสอนให้แปลศัพท์ “สนฺถว” ว่า “ความเชยชิด”

“สนฺถว” เป็นความสนิทสนมอย่างแนบแน่น ถ้าเพศเดียวกันก็ระดับเพื่อนรักเพื่อนเกลอ คือเพื่อนที่สามารถตายแทนกันได้ ถ้าต่างเพศก็ถึงระดับคู่นอน

Read More
บาลีวันละคำ

นิทาน (บาลีวันละคำ 276)

นิทาน

อ่านว่า นิ-ทา-นะ
ภาษาไทยใช้เหมือนกัน อ่านว่า นิ-ทาน

“นิทาน” (นิ + ทาน = ให้) แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่ให้ผล” “สิ่งที่ให้ความกระจ่าง” “สิ่งเป็นเครื่องกำหนด” ความหมายคือ บ่อเกิด, แหล่งกำเนิด, เหตุเกิด, เรื่องเดิม, ข้ออ้าง

ความหมายที่เด่นชัดของ “นิทาน” ในภาษาบาลีคือ เรื่องราวที่เป็นเหตุให้ต้องบัญญัติศีลของภิกษุ หรือเป็นเหตุให้พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้ภิกษุทำเช่นนั้นเช่นนี้ได้ เช่น

– แต่เดิมภิกษุเที่ยวเก็บผ้าที่เขาทิ้งแล้วมาปะเย็บย้อมทำเป็นจีวรใช้นุ่งห่ม (ที่เรียกว่า ผ้าบังสุกุล) ต่อมาหมอชีวกมีศรัทธาทำจีวรสำเร็จรูปไปถวายพระ พระพุทธเจ้าจึงทรงอนุญาตให้ภิกษุรับจีวรสำเร็จรูปได้ หมอชีวกก็เป็น “นิทาน” ของเรื่องนี้

Read More
บาลีวันละคำ

เลขานุการ (บาลีวันละคำ 275)

เลขานุการ

อ่านว่า เล-ขา-นุ-กาน

“เลขานุการ” ประกอบด้วย เลขา + อนุการ

“เลขา” แปลว่า รอยขีด, รอยเขียน, การขีดเขียน, สิ่งที่เขียน, ตัวอักษร, คำจารึก, หนังสือ (ดูเพิ่มเติมที่คำว่า “เลขาธิการ”)

“อนุการ” มาจาก อนุ (= น้อย, ภายหลัง, ตาม) + การ (= การกระทำ) = อนุการ แปลว่า การทําตาม, การเอาอย่าง, การเลียนแบบ

“เลขานุการ” แปลตามศัพท์คือ “เขียนตาม” ความหมายที่เข้าใจกันคือ ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับหนังสือหรืออื่น ๆ ตามที่ผู้มีอำนาจสั่ง

ถามว่า “เลขานุการ” กับ “เลขาธิการ” มีฐานะต่างกันอย่างไร

คำตอบที่น่าจะชัด สั้น และตรงประเด็นก็คือ –

“เลขาธิการ” เป็นผู้บริหาร มีอำนาจออกคำสั่งได้

“เลขานุการ” เป็นผู้ปฏิบัติ มีหน้าที่ทำตามคำสั่ง (เช่น แปรคำสั่งออกเป็นลายลักษณ์อักษร)

ในแง่ตัวบุคคล (ไม่ใช่ชื่อตำแหน่งงาน) เลขานุการ ก็คือคนคัดกรองงานที่อยู่ใกล้ตัวผู้บังคับบัญชา สำหรับทหารบกเรียก “ทส.” (ทอ-สอ นายทหารคนสนิท) ทหารเรือเรียก “นายธง” ตำรวจเรียก “นายเวร” พลเรือนทั่วไปเรียกสั้นๆ ว่า “เลขาฯ” หรือภาษาปากว่า “หน้าห้อง”

: “เพราะมีผู้ทำตามคำสั่ง จึงทำให้มีอำนาจ”
แต่จงคิดให้ดี : ถ้าไม่มี “ลูกน้อง” แล้วจะเป็น “นาย” ใคร ?

Read More
บาลีวันละคำ

นิยาม (บาลีวันละคำ 274)

นิยาม

อ่านว่า นิ-ยาม

“นิยาม” แปลตามศัพท์ว่า “กำหนด”
ถ้า “กำหนด” มาจาก “กด” และ “กด” = “กฎ” นิยามก็คือ “กฎ” นั่นเอง
ความหมายของ “นิยาม” จึง = การกำหนด, การจำกัด, ความแน่นอน

ในภาษาไทย “นิยาม” มักใช้ในความหมายว่า “กําหนดหรือจํากัดความหมายที่แน่นอน” โดยเฉพาะในการให้ความหมายของถ้อยคำต่างๆ ที่ใช้ในการทำพจนานุกรม

หลักของ “นิยาม” ที่บริสุทธิ์ คือแสดงความหมายไปตามความเป็นจริงของสิ่งนั้นๆ โดยปลอดจากความรู้สึกหรือความคิดเห็น

Read More
บาลีวันละคำ

นโรดม (บาลีวันละคำ 273)

นโรดม

อ่านว่า นะ-โร-ดม
คำนี้ภาษาบาลีเป็น “นรุตฺตม” อ่านว่า นะ-รุด-ตะ-มะ
“นรุตฺตม” ประกอบด้วย นร + อุตฺตม
“นร” แปลตามศัพท์ว่า (1) “ผู้นำไป” (2) “ผู้นำไปสู่ความเป็นใหญ่” (3) “ผู้ดำเนินไปสู่ภพน้อยภพใหญ่” (4) “ผู้อันกรรมของตนนำไป” (5) “ผู้ถูกนำไปตามกรรมของตน” ความหมายที่เข้าใจกันคือ “คน” (ปกติไม่จำกัดว่าหญิงหรือชาย)

“อุตฺตม” แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่มีความหมายยิ่งกว่ายอด” คือยอดว่าสูงแล้ว ยังสูงกว่ายอด ความหมายที่เข้าใจกันคือ ประเสริฐ, สูงสุด, เป็นใหญ่. ในภาษาไทยใช้ว่า “อุดม” (= ต เป็น ด ลบ ต ตัวหนึ่ง)

นร + อุตฺตม บาลีเป็น “นรุตฺตม” แต่สันสกฤตจะเป็น “นโรตฺตม” เราเขียนอิงสันสกฤต และเมื่อใช้สูตร “ตอ เป็น ดอ ลบ ตอ ตัวหนึ่ง” นโรตฺตม ก็เป็น “นโรดม” ตรงตัว

“นรุตฺตม = นโรตฺตม = นโรดม” แปลว่า “ผู้สูงสุดแห่งคนทั้งหลาย”
พจน.42 ให้ความหมาย “นโรดม” ว่า “พระราชา” แต่ในคัมภีร์พระพุทธศาสนา “นรุตฺตม” เป็นพระคุณนามของพระพุทธเจ้า
การใช้พระนามของพระพุทธเจ้าเป็นพระนามของพระเจ้าแผ่นดิน เป็นค่านิยมอย่างหนึ่งในประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนา
ค่านิยมนี้มีนัยสำคัญยิ่ง กล่าวคือ พระเจ้าแผ่นดินมีหน้าที่เปลื้องทุกข์ของทวยราษฎร์ เฉกเช่นพระโลกนาถเปลื้องทุกข์แก่เวไนยสัตว์

: ผู้บริหารบ้านเมืองที่ไม่สามารถเปลื้องทุกข์ของบ้านเมืองได้ ย่อมไม่มีความชอบธรรมที่จะอยู่ในตำแหน่งต่อไป-ไม่ว่าจะได้ตำแหน่งนั้นมาด้วยวิธีการใดๆ ก็ตาม

Read More
บาลีวันละคำ

ทิสาปาโมกฺข (บาลีวันละคำ 272)

ทิสาปาโมกฺข

อ่านว่า ทิ-สา-ปา-โมก-ขะ
ภาษาไทยใช้ว่า “ทิศาปาโมกข์” อ่านว่า ทิ-สา-ปา-โมก

“ทิสาปาโมกฺข” ประกอบด้วย ทิสา + ปาโมกฺข
“ทิสา” คำเดียวกับ “ทิศ” ที่ใช้ในภาษาไทย แปลตามศัพท์แบบไขความว่า “ส่วนที่ปรากฏโดยการโคจรของดวงจันทร์เป็นต้น ว่าทางนี้อยู่ข้างหน้า ทางนี้อยู่ข้างหลัง” (พจน.42 จำกัดความสั้นๆ ว่า ด้าน, ข้าง, ทาง, เบื้อง)
ในภาษาบาลีคำนี้เป็นอิตถีลิงค์ จึงเป็น “ทิสา” ไม่ใช่ “ทิส” (ทิศ) เหมือนในภาษาไทย

“ปาโมกฺข” (จาก ป + มุข) แปลตามศัพท์ว่า “ดำรงอยู่ในความเป็นประมุข” หมายถึงผู้เป็นหัวหน้า, ผู้เป็นประธาน และมีความหมายว่า สำคัญ, ที่หนึ่ง, ดีเลิศ, วิเศษ, เด่น, สูงสุด, ประเสริฐ

ทิสา + ปาโมกฺข = ทิสาปาโมกฺข = ทิศาปาโมกข์ แปลตามศัพท์ว่า “ผู้เป็นประธานในทิศ” แต่ใช้ในฐานะเป็นสำนวน (idiom) มีความหมายว่า “ผู้มีชื่อเสียงปรากฏไปทุกทิศ” ฝรั่งแปล “ทิสาปาโมกฺข” ว่า world-famed

“ทิศาปาโมกข์” เป็นคุณศัพท์ของผู้สอนศิลปวิทยาที่มีความรู้และชื่อเสียงโด่งดัง สำนักทิศาปาโมกข์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในอดีตของชมพูทวีป คือ ตักกศิลา
(หมอชีวกโกมารภัจก็สำเร็จแพทย์จากสำนักทิศาปาโมกข์แห่งตักกศิลา)

: ผลสำเร็จของศิษย์ วัดผลสัมฤทธิ์ของอาจารย์ (และของสำนักทิศาปาโมกข์ทั้งหลาย)

Read More
บาลีวันละคำ

สึก (บาลีวันละคำ 271)

สึก
(คำไทยที่มีรากมาจากบาลี)

“สึก” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 เก็บไว้ 3 คำ คือ

สึก ๑ : กร่อนไป, ร่อยหรอไป เช่น รองเท้าสึก บันไดสึก
สึก ๒ : (ปาก) ลาสิกขา, ลาสึก ก็ว่า
สึก ๓ : การรู้ตัว, การระลึกได้, การจําได้, มักใช้ควบกับคํา รู้ เป็น รู้สึก และแผลงว่า สํานึก ก็มี

เฉพาะ “สึก” ๒ ไขความว่า “ลาสิกขา” หมายถึงลาจากเพศสมณะ คือที่พูดว่า “ลาสึก”

Read More
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้