บาลีวันละคำ

บาลีวันละคำ

ชินสีห (บาลีวันละคำ 261)

ชินสีห

อ่านว่า ชิ-นะ-สี-หะ
ภาษาไทยใช้ว่า “ชินสีห์” อ่านว่า ชิน-นะ-สี
ประกอบด้วยคำว่า ชิน + สีห = ชินสีห (บาลีที่เอาคำขยายไว้หลัง)

“ชิน” แปลตามศัพท์ว่า “ผู้มีชัย” “ผู้ชนะ” “ผู้พิชิต” ใช้เป็นพระคุณนามของพระพุทธเจ้า มีความหมายว่า “พระผู้ชนะมาร”

“สีห” แปลตามศัพท์ว่า “สัตว์ที่เบียดเบียนเนื้อ” “สัตว์ที่มีความพยายามพร้อมที่จะฆ่าเนื้อ” “สัตว์ที่อดทน” แปลทับศัพท์ว่า สีหะ, ราชสีห์ ในภาษาไทยมีอีกคำหนึ่งว่า สิงโต

ชิน + สีห = ชินสีห = มีความหมายว่า พระพุทธเจ้าผู้ชนะมารมีความอาจหาญประดุจราชสีห์

ในที่บางแห่งมีผู้สะกดเป็น “ชินศรี”

Read More
บาลีวันละคำ

จักรยานยนต์ (บาลีวันละคำ 260)

จักรยานยนต์
(บาลีไทย)

อ่านว่า จัก-กะ-ยาน-ยน

ประกอบด้วยคำบาลีว่า จกฺก + ยาน + ยนฺต
“จกฺก” (จัก-กะ) แปลว่า ล้อรถ, แผ่นกลม, วงกลม
“ยาน” (ยา-นะ) แปลว่า การไป, การดำเนินไป, สิ่งสำหรับทำให้เคลื่อนไป, พาหนะ
“ยนฺต” (ยัน-ตะ) แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่ทำกิริยาอาการต่างๆ ได้” หมายถึงสิ่งที่คิดขึ้น, สิ่งประดิษฐ์, เครื่องมือ, เครื่องยนต์, กลไก ความหมายที่คุ้นกันที่สุดก็คือ “เครื่องยนต์” คำนี้ภาษาไทยเขียนว่า “ยนต์” (ยน)

จกฺก + ยาน = จกฺกยาน เราเขียนอิงสันสกฤตเป็น “จักรยาน” แปลตามศัพท์ว่า “พาหนะที่มีล้อ” ตามนัยนี้ พาหนะทุกชนิดที่มีล้อย่อมสามารถเรียกว่า “จักรยาน” ได้
แต่เนื่องจากคำนี้เราบัญญัติเทียบคำอังกฤษว่า bicycle “จักรยาน” จึงหมายเฉพาะรถชนิดนั้น (พจนานุกรมอังกฤษ-บาลี แปล bicycle เป็นภาษาบาลีว่า จกฺกยุค = รถที่มีล้อคู่)
“ยนต์” เป็นคำขยาย ถ้าเป็นบาลีต้องอยู่ข้างหน้า เป็น “ยนฺตจกฺกยาน” แต่ภาษาไทยคำขยายมักอยู่หลัง จึงเป็น จักรยาน + ยนต์ = จักรยานยนต์ = รถที่มีล้อสองล้อเหมือนรถจักรยาน แต่ขับเคลื่อนด้วยกำลังเครื่องยนต์

Read More
บาลีวันละคำ

เลขาธิการ (บาลีวันละคำ 259)

เลขาธิการ
(บาลีไทย)

อ่านว่า เล-ขา-ทิ-กาน

“เลขาธิการ” ประกอบด้วยคำว่า เลขา + อธิการ
“เลขา” คำแปลที่เราคุ้นคือ “เขียนหนังสือ” แต่ “เลขา”แปลได้อีกหลายอย่าง คือ รอยขีด, รอยเขียน, การขีดเขียน, สิ่งที่เขียน, ตัวอักษร, คำจารึก, หนังสือ, เส้นหรือลายที่เขียนหรือวาด, ศิลปะในการเขียนหรือวาด, ไร่ป่า, แถว, แนว

“อธิการ” แปลว่า การเอาใจใส่หรือติดตาม, การให้บริการ, การบริหาร, การดูแลควบคุม, การจัดการ, การช่วยเหลือ และหมายรวมถึงตัวบุคคลผู้มีอำนาจหน้าที่ทำการดังว่านี้ด้วย

Read More
บาลีวันละคำ

ลิขสิทธิ์ (บาลีวันละคำ 258)

ลิขสิทธิ์

อ่านว่า ลิก-ขะ-สิด
เขียนแบบบาลีเป็น “ลิขสิทฺธิ” อ่านว่า ลิ-ขะ-สิด-ทิ

“ลิขสิทฺธิ” ประกอบด้วยคำว่า ลิข + สิทฺธิ
“ลิข” แปลว่า ลาย, รอยเขียน, ตัวอักษร, การเขียน, จารึก, ข่วน, ตัด, แล่ออก, โกน, ไส หรือทำให้เรียบ. คำแปลที่เราคุ้นคือ “เขียน”
“สิทฺธิ” (สิด-ทิ) แปลว่า การกระทำสำเร็จ, ความสำเร็จ, ความรุ่งเรือง
“ลิขสิทฺธิ” แปลตามตัวว่า “การกระทำสำเร็จในการเขียน”

Read More
บาลีวันละคำ

วายุภกฺข (บาลีวันละคำ 257)

วายุภกฺข

อ่านว่า วา-ยุ-พัก-ขะ

ภาษาไทยใช้ตามรูปสันสกฤตว่า “วายุภักษ์” อ่านว่า วา-ยุ-พัก

“วายุภกฺข – วายุภักษ์” ประกอบด้วย วายุ + ภกฺข = วายุภกฺข

“วายุ” แปลว่า ลม (หมายถึงธาตุลม ไม่ได้เล็งที่ลมพัดไปมา ถึงไม่มีลมพัดไปมา ธาตุลมก็มีอยู่)

“ภกฺข” แปลว่า อาหาร, เหยื่อ และหมายถึงกินอาหาร, กิน-(สิ่งใดสิ่งหนึ่ง)-เป็นอาหาร

“วายุภกฺข” แปลตามสำนวนบาลีว่า “ผู้มีลมเป็นภ้กษา” หมายความว่ากินลมเป็นอาหาร

“วายุภักษ์” เป็นชื่อนกในวรรณคดี กล่าวกันว่านกชนิดนี้กินลมเป็นอาหาร จึงชื่อ “วายุภักษ์” แปลว่า “นกกินลม” ทางราชการไทยใช้รูปนกวายุภักษ์เป็นตราหรือเครื่องหมายของกระทรวงการคลัง

คำที่ออกเสียงว่า “พัก” ที่เราคุ้นกันดีคือ “พักตร์” (ใบหน้า) ชื่อนกชนิดนี้จึงมักถูกเขียนเป็น “วายุพักตร์” บ่อยที่สุด

Read More
บาลีวันละคำ

ทกฺข (บาลีวันละคำ 256)

ทกฺข

อ่านว่า ทัก-ขะ ภาษาไทยใช้ว่า “ทักษะ”

“ทกฺข” แปลตามศัพท์ว่า “ผู้รุ่งเรืองในความฉลาด” “ผู้เจริญในกุศลธรรม” “ผู้ไปเร็วโดยไม่ชักช้าในกิจน้อยใหญ่”
“ทกฺข” มีความหมายว่า ขยัน, ฉลาด, สามารถ, ชำนาญ, คล่องแคล่ว, สันทัด, สะดวก
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 บอกว่า “ทักษะ : ความชํานาญ. (อ. skill)”
ฝรั่งแปล “ทกฺข” ว่า dexterous, skilled, handy, able, clever

ผู้รู้บอกว่า “ทกฺข – ทักษะ” รากเดิมมาจากคำกริยา “ทสฺสติ” ซึ่งแปลว่า “แสดง” หรือ “ชี้” มีนัยไปถึง “มือที่ใช้สำหรับชี้” ปกติคนมักถนัดมือขวา ดังนั้น ทักษะ = ทกฺข = ทกฺขิณ จึงแปลว่า ขวา, มือขวา และมีความหมายโดยนัยว่า “ถนัด”
พจน.42 ว่า “มือขวา : ความสันทัด, ที่ใกล้ชิด, ที่เก่งกล้าสามารถ, ที่ไว้วางใจได้, เช่น สมุนมือขวา”

Read More
บาลีวันละคำ

ติลกฺขณ (บาลีวันละคำ 255)

ติลกฺขณ

อ่านว่า ติ-ลัก-ขะ-นะ
ประกอบด้วยคำว่า ติ (= จำนวนสาม) + ลกฺขณ (= เครื่องหมาย, ประเภท,ลักษณะจำเพาะ, สมบัติเฉพาะตัว) ในภาษาไทยนิยมแผลง “ติ” เป็น “ไตร” คำนี้จึงใช้ว่า “ไตรลักษณ์” (ไตฺร-ลัก) แปลว่า “ลักษณะสามอย่าง”

“ติลกฺขณ – ไตรลักษณ์” หมายถึงอาการที่เป็นเครื่องกำหนดหมายให้รู้ถึงความจริงของสภาวธรรมทั้งหลาย ที่เป็นอย่างนั้นๆ 3 ประการ ได้แก่ –
1 อนิจจตา (อะ-นิด-จะตา) ความเป็นของไม่เที่ยง ไม่ถาวรยั่งยืน (impermanence; transiency)
2 ทุกขตา (ทุก-ขะ-ตา) ความเป็นทุกข์หรือความเป็นของคงทนอยู่มิได้ (state of suffering or being oppressed)
3 อนัตตตา (อะ-นัด-ตะ-ตา) ความเป็นของมิใช่ตัวตน ไม่มีตัวแท้ มีแต่ส่วนที่ประสมกันขึ้น (soullessness; not-self, unreality)
คนไทยนิยมพูดสั้นๆ ว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา และแปลง่ายๆ ว่า “ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา”

Read More
บาลีวันละคำ

สวาหะ (บาลีวันละคำ 254)

สวาหะ

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 บอกไว้ว่า –

“สวาหะ (อ่านว่า สะ-หฺวา-หะ) คํากล่าวเมื่อจบการเสกเป่า”
และบอกว่ามีคำสันสกฤตว่า “สฺวาหา”

สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน มีคำว่า “สฺวาหา” 2 คำ มีคำแปลเป็นไทยและอังกฤษ ดังนี้ –

1- อาหุดีหรือพลีทานอันบุคคลพึงบูชาแด่เทพดาทั่วไป
an oblation or offering made to all gods indiscriminately
2- อุทานอันใช้เปล่งในการบูชาอาหุดีแด่เทพดา
an exclamation used on offering oblations to the gods
(“อาหุดี” แปลว่า “การบูชาเทพดาด้วยไฟ”)

คำว่า “สวาหะ” ถ้าจะลากเข้าบาลี ก็น่าจะเป็น “สฺวาห” ประกอบด้วย สุ + อาห

“สุ” แปลง อุ เป็น โอ = โส
แปลง โอ เป็น อว = สว
แล้วทำ สว ให้เป็น สฺว (มีจุดใต้ สฺ) + อาห = สฺวาห (ออกเสียงเหมือนอ่านคำว่า ซัว-หะ ไม่ใช่ สะ-วา-หะ หรือ สะ-หฺวา-หะ)

“สุ” (คำอุปสรรค) = ดี งาม ง่าย
“อาห” (คำกริยา) = กล่าวแล้ว
“สฺวาห” จึงแปลว่า “กล่าวดีแล้ว” มีความหมายว่า ถ้อยคำที่ท่องบ่นหรือเสกเป่ามานั้นเป็นคำที่กล่าวไว้ดีแล้ว (ขอให้สำเร็จเถิด)

Read More
บาลีวันละคำ

นิทฺเทส (บาลีวันละคำ 253)

นิทฺเทส

อ่านว่า นิด-เท-สะ

ประกอบด้วย นิ + เทส ซ้อน ทฺ = นิทฺเทส คำนี้สันสกฤตเป็น “นิรฺเทศ” ภาษาไทยใช้ว่า “นิเทศ” อ่านว่า นิ-เทด

“นิทฺเทส – นิเทศ” แปลว่า การชี้แจ้ง, การแสดงออก, การจำแนกออกพรรณนา, การแนะนำ, แสดงให้เห็นความแตกต่าง, อธิบาย, ระบุ, กำหนด, หมายถึง
“นิเทศ” ที่คุ้นกันในคำไทย ก็เช่น
– “ปฐมนิเทศ” = การแนะนําชี้แนวในเบื้องต้นเพื่อการศึกษา การทํางาน หรือทำกิจกรรมอื่นๆ
– “ปัจฉิมนิเทศ” = การแนะนําชี้แนวก่อนจบการศึกษา หรือก่อนปิดกิจกรรม
– “นิเทศศาสตร” = วิชาว่าด้วยการสื่อสารมวลชน และการประชาสัมพันธ์ (ใช้ตามคำอังกฤษว่า Communication Arts)

“นิเทศ” เป็นอาการนาม ถ้าหมายถึงตัวบุคคลเขียนว่า “นิทฺเทสก” (นิด-เท-สะกะ) เขียนแบบไทยว่า “นิเทศก์” แปลว่า “ผู้ชี้แจง” เช่นคำว่า “ศึกษานิเทศก์” = ผู้ชี้แจงแนะนําทางการศึกษาแก่ครูอาจารย์ในโรงเรียนหรือวิทยาลัย

Read More
บาลีวันละคำ

ปาเจราจริยา (บาลีวันละคำ 252)

ปาเจราจริยา

คำไหว้ครูที่นักเรียนกล่าวในพิธีไหว้ครูขึ้นต้นเป็นภาษาบาลี ลงท้ายก็เป็นภาษาบาลี ข้อความเต็มๆ เมื่ออ่านติดต่อกันจะเป็นดังนี้ –

ปาเจราจริยา โหนฺติ (ปา เจ รา จะ ริ ยา โหน ติ)
คุณุตฺตรานุสาสกา (คุ นุด ตะ รา นุ สา สะ กา)
ปญฺญาวุฑฺฒิกเร เต เต (ปัน ยา วุด ทิ กะ เร เต เต)
ทินฺโนวาเท นมามิหํ (ทิน โน วา เท นะ มา มิ หัง)

ข้อความทั้งหมดนี้เป็นคาถา หรือฉันท์ 1 บท (คาถา-ฉันท์ = คำกลอนในภาษาบาลี) มี 4 วรรค วรรคละ 8 พยางค์ (พอจะเทียบคล้ายกลอนแปดของเรา)

คำขึ้นต้น “ปาเจราจริยา” ประกอบด้วยคำว่า “ปาเจร” (ปา-เจ-ระ) แปลว่า “อาจารย์เหนืออาจารย์” = อาจารย์รุ่นก่อนๆ หรือบูรพาจารย์ คำนี้บางทีก็ใช้ว่า “ปาจารย์” + “อาจริย” (อา-จะ-ริ-ยะ) แปลทับศัพท์ว่า “อาจารย์” เป็นคำที่เราคุ้นเคยกันดี

ปาเจราจริยา จึงหมายถึง “ปาจารย์” = อาจารย์ในอดีต และ “อาจารย์” = อาจารย์ในปัจจุบัน
หมายความว่า “ครู” ที่เราไหว้นั้นไม่ใช่เฉพาะครูในปัจจุบัน แต่ไหว้รวมหมดทั้งครูในอดีตด้วย

คำไหว้ครูภาษาบาลีข้างต้นถอดความเป็นไทยได้ว่า –
ปาเจราจริยา โหนฺติ……..อาจารย์ปาจารย์เรา
คุณุตฺตรานุสาสกา……….คุณเหนือเกล้าเฝ้าสั่งสอน
ปญฺญาวุฑฺฒิกเร เต เต….บ่มรู้สู้ว่าวอน
ทินฺโนวาเท นมามิหํ…….ขอวันทาบูชาคุณ

Read More
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้