บาลีวันละคำ

บาลีวันละคำ

บุพเพสันนิวาส (บาลีวันละคำ 241)

บุพเพสันนิวาส

คำบาลีเขียนแบบไทย อ่านว่า บุบ-เพ-สัน-นิ-วาด

“บุพเพสันนิวาส” เขียนแบบบาลีเป็น “ปุพฺเพสนฺนิวาส”
อ่านว่า ปุบ-เพ-สัน-นิ-วา-สะ
ประกอบด้วย ปุพฺเพ + สนฺนิวาส

“ปุพฺเพ” แปลว่า ในกาลก่อน, ในชาติปางก่อน

“สนฺนิวาส” ประกอบด้วย สํ + นิวาส แปลว่า การอยู่ร่วมกัน

“ปุพฺเพสนฺนิวาส-บุพเพสันนิวาส” จึงแปลว่า “การอยู่ร่วมกันในชาติก่อน” หมายถึงเคยเป็นพ่อ แม่ ลูก พี่ น้อง เพื่อน ผัว เมีย ฯลฯ กันมาในอดีตชาติ ในชาตินี้จึงเกิดมาเป็นเช่นนั้นกันอีก

Read More
บาลีวันละคำ

เปรต (บาลีวันละคำ 240)

เปรต

อ่านว่า เปรฺด (ปรฺ ควบ เสียงเอก เหมือน “โปรด”)

“เปรต” เขียนตามรูปสันสกฤต, บาลีเป็น “เปต” (เป-ตะ)
“เปต” ประกอบด้วย ปร + อิ + ต สูตรแสดงกระบวนการของคำนี้ว่า “ปรํ โลกํ เอติ คจฺฉตีติ เปโต” แปลว่า “เปตะ คือ ผู้ไปสู่ปรโลก”

ตามความหมายของศัพท์ ผู้ที่ตายไปแล้วจึงเรียกว่า “เปต – เปรต” ได้ทั้งสิ้น

Read More
บาลีวันละคำ

โอปปาติก (บาลีวันละคำ 239)

โอปปาติก

อ่านว่า โอ-ปะ-ปา-ติ-กะ
ภาษาไทยเขียน “โอปปาติกะ” อ่านเหมือนบาลี

ประกอบด้วย อุ + ป + ปต + ณี + ณิก = โอปปาติก
อุ (อุปสรรค) = ขึ้น, แผลงเป็น โอ = โอ + ป
ป (อุปสรรค) = ทั่ว, ข้างหน้า, ก่อน, ออก, (โอ +) = โอป + ปต
ปต (ธาตุ) = ไป, ตก, ยืดเสียงเป็น ปาต (โอป +) = โอปปาต + ณี
ณี (ปัจจัย) = ผู้-, (โอปปาต +, ลบ ณ) = โอปปาตี + ณิก
ณิก (ปัจจัย) = ผู้-, (โอปปาตี +, ลบ อี ลบ ณ) = โอปปาติก

Read More
บาลีวันละคำ

บวช (บาลีวันละคำ 238)

บวช

พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ.ปยุตฺโต บอกไว้ว่า
“บวช : การเว้นทั่ว คือเว้นความชั่วทุกอย่าง (ออกมาจากคำว่า ป + วช) หมายถึงการถือเพศเป็นนักพรตทั่วไป”

“ป” เป็นคำอุปสรรค แปลว่า ทั่ว, ข้างหน้า, ก่อน, ออก
“วช” เป็นรากศัพท์ (ธาตุ) แปลว่า ไป, ถึง, เกิด, บรรลุ, แสวงหา, ปรุงแต่ง, กระทำ
มีธาตุอีกคำหนึ่ง คือ “วชฺช” (วัด-ชะ) แปลว่า “เว้น”
ในบาลีไม่มีศัพท์ว่า “ปวช” ส่วน ป + วชฺช รูปบาลีเป็น “ปพฺพชฺชา” (ปับ-พัด-ชา) แปลว่า การถือเพศเป็นนักพรต, การทรงเพศสมณะ, การสละชีวิตครองเรือนออกบวช ซึ่งเป็นความหมายของ “บวช” นั่นเอง (พจน.๔๒ บวช : ถือเพศเป็นภิกษุสามเณรหรือนักพรตอื่น ๆ)
ป + วชฺช = ปพฺพชฺชา ใช้ในภาษาไทยว่า “บรรพชา” (ตาม พจน.๔๒ อ่านว่า บัน-พะ-ชา ก็ได้ บับ-พะ-ชา ก็ได้)

Read More
บาลีวันละคำ

นว (บาลีวันละคำ 237)

นว

อ่านว่า นะ-วะ

“นว” มีคำแปล 2 อย่าง คือ –
1 ใหม่, สด, ยังไม่ช้ำหรือเสื่อมเสีย, สะอาด, เร็วๆ นี้, ที่ได้มาหรือปฏิบัติเมื่อเร็วๆ นี้เอง, หนุ่ม, ยังไม่มีความชำนาญ, ไม่มีประสบการณ์
2 จำนวนเก้า
จะหมายถึง “ใหม่” หรือ “เก้า” ต้องดูที่บริบท ในภาษาไทยมักใช้เป็นคําหน้าสมาส เช่น
– นวกรรม “การทำใหม่” = การก่อสร้าง
– นวทวาร = ช่องทั้ง 9 แห่งร่างกาย คือ ตา 2 หู 2 จมูก 2 ปาก 1 ทวารเบา 1 ทวารหนัก 1

Read More
บาลีวันละคำ

สัมพัจฉรฉินท์ (บาลีวันละคำ 236)

สัมพัจฉรฉินท์

อ่านว่า สํา-พัด-ฉะ-ระ-ฉิน

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 บอกไว้ว่า –

“สัมพัจฉรฉินท์ : พิธีสิ้นปี, ตรุษ”

“สัมพัจฉรฉินท์” เขียนแบบบาลีเป็น “สํวจฺฉรฉินฺท” (สัง-วัด-ฉะ-ระ-ฉิน-ทะ) ประกอบด้วยคำว่า สํวจฺฉร + ฉินฺท

“สํวจฺฉร” แปลตามศัพท์ว่า “กาลเป็นที่อาศัยอยู่” “กาลที่เป็นไปเหมือนว่าอาศัยความสืบเนื่องและความเป็นไปแห่งธรรมดานั้นๆ” แปลเอาความว่า “ปี”

“ฉินฺท” แปลว่า การตัด; ตัด, ขาด, ทําลาย

Read More
บาลีวันละคำ

ดนตรี (บาลีวันละคำ 235)

ดนตรี

คำนี้เป็นภาษาบาลีด้วยหรือ ?

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 บอกไว้ว่า –
“ดนตรี : เสียงที่ประกอบกันเป็นทํานองเพลง, เครื่องบรรเลงซึ่งมีเสียงดังทําให้รู้สึกเพลิดเพลิน หรือเกิดอารมณ์รัก โศก หรือรื่นเริง เป็นต้น ได้ตามทํานองเพลง”
และบอกว่า สันสกฤตเป็น “ตนฺตฺรินฺ” (ตัน-ตฺริน)

สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกว่า –
“ตนฺตฺรินฺ : (1) ‘อันถักหรือทอแล้ว’, ‘อันมีด้ายหรือสาย’, ‘อันทำด้วยด้าย’ (2) นักดนตรี, ผู้ขับร้องคายะศัพท์; musician”

“ตนฺตฺรินฺ” บาลีก็คือ “ตนฺติ” (ตัน-ติ) แปลว่า –
1 คัมภีร์, ข้อความในพระไตรปิฎก
2 แนว, เส้นสาย, สายตระกูล; แบบแผนที่มีมาแต่เดิม
3 เชือกหรือสายพิณ รวมทั้งสายของเครื่องดนตรีอื่นๆ

เฉพาะความหมายที่ 3 นี้ ฝรั่งแปล “ตนฺติ” ว่า the string or cord of a lute
ทำให้นึกถึงคำว่า “วงสตริง” “คอร์ดกีต้าร์” ที่คอดนตรีพูดกัน

ต เต่า ในบาลีสันสกฤต ไทยเราแปลงเป็น ด เด็ก เช่น ตล เป็น ดล, ตาวติงส เป็น ดาวดึงส์ ดังนั้น “ตนฺ-” จึง = ดัน แล้วก็เป็น ดน-

“ติ” เป็น “ตฺริ” แล้วก็เป็น “ตรี” ในภาษาไทย เช่น มนฺติ = มนตฺริ แล้วก็เป็น มนตรี
เพราะฉะนั้น ตนฺติ = ตนฺตฺริ = ดนตรี

Read More
บาลีวันละคำ

สารถี (บาลีวันละคำ 234)

สารถี

คำนี้บาลีเป็น “สารถิ” อ่านว่า สา-ระ-ถิ (เสียงสั้น-สระ อิ) ภาษาไทยใช้ว่า สารถี (เสียงยาว-สระ อี)

“สารถิ – สารถี” แปลตามศัพท์ว่า (1) “ผู้ยังม้าให้ระลึก” (คือคอยกระตุ้นม้าให้วิ่งหรือให้หยุด) (2) “ผู้ยังรถให้แล่นไป” (3) “ผู้ไปพร้อมกับรถ”

คำว่า “สารถี” เข้าใจกันในความหมายว่า “คนขับรถ”

ฝรั่งแปล “สารถิ” ว่า charioteer, coachman ซึ่งเป็นคำแปลที่ตรงตามรากศัพท์

Read More
บาลีวันละคำ

ปรัมปรา (บาลีวันละคำ 233)

ปรัมปรา

คำนี้บาลีเป็น “ปรมฺปรา” อ่านว่า ปะ-รำ-ปะ-รา

“ปรมฺปรา” ประกอบด้วยคำว่า ปรํ + ปรา = ปรมฺปรา

“ปรํ” (ปะ-รัง) ศัพท์เดิมคือ “ปร” (ปะ-ระ) แปลว่า อีกข้างหนึ่ง, อีกฝ่ายหนึ่ง, อีกอันหนึ่ง, อื่นอีก

“ปร” แปลงเป็น “ปรํ” มีความหมายว่า ต่อไป, ห่างไป, ไกลออกไป, จาก (-นี้ไป), หลังจาก, นอกจาก (-นี้แล้ว ยังมี…), สูงกว่า, ยิ่งกว่า

“ปรา” (ปะ-รา) ก็คือ “ปร” นั่นเอง แต่เปลี่ยนรูปเป็นอิตถีลิงค์

ดังนั้น รากเดิมของ “ปรมฺปรา” ก็คือ ปร + ปร “อื่นและอื่น” นั่นเอง

ฝรั่งแปล “ปรมฺปรา” ว่า “after the other” = “หลังอีกสิ่งหนึ่ง” หมายความว่า มีสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น หลังจากสิ่งนั้นก็มีอีกสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นอีก แล้วก็มีอีกสิ่งหนึ่งเกิดต่อๆ กันไปอีก

Read More
บาลีวันละคำ

มุขปาฐะ (บาลีวันละคำ 232)

มุขปาฐะ

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 เขียนว่า “มุขบาฐ” (มุก-ขะ-บาด)และ “มุขปาฐะ” (มุก-ขะ-ปา-ถะ) และให้ความหมายไว้ว่า :

“การต่อปากกันมา, การบอกเล่าต่อ ๆ กันมาโดยมิได้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร เช่น เรื่องนี้สืบมาโดยมุขบาฐ เรื่องนี้เป็นมุขปาฐะ”

“มุขปาฐะ” เขียนแบบบาลีเป็น “มุขปาฐ” อ่านว่า มุ-ขะ-ปา-ถะ ประกอบด้วยคำว่า มุข + ปาฐ = มุขปาฐ

“มุข” แปลตามรากศัพท์ว่า (1) “อวัยวะอันเขาเปิดเผย” (2) “อวัยวะเป็นเครื่องผูก” (3) “อวัยวะเป็นเครื่องเป็นไปแห่งประโยชน์สุข”

“มุข” หมายถึงอวัยวะ 2 อย่าง คือ “ปาก” และ “หน้า” จะหมายถึงอะไรต้องสังเกตที่บริบท

“ปาฐ” แปลว่า การอ่าน, การสวด, บทสวด, ข้อความในตัวบท, ถ้อยคำในคัมภีร์

“มุขปาฐ” จึงแปลว่า “ถ้อยคำที่จำมาจากปาก” เป็นคำบาลีที่เราคิดขึ้นตามวัฒนธรรมการเรียนรู้สำหรับคนที่ไม่รู้หนังสือ คือครูบอกข้อความให้ศิษย์ท่องโดยไม่ต้องเห็นลายลักษณ์อักษร

Read More
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้