สตฺตปฺปกรณ (บาลีวันละคำ 121)
สตฺตปฺปกรณ
อ่านว่า สัด-ตับ-ปะ-กะ-ระ-นะ
ประกอบด้วยคำว่า สตฺต (จำนวนเจ็ด) + ปกรณ (คัมภีร์) = สตฺตปฺปกรณ แปลว่า “คัมภีร์เจ็ดเล่ม” หรือ “เจ็ดคัมภีร์” ซึ่งหมายถึงพระอภิธรรมปิฎก 7 คัมภีร์ คือ
Read Moreสตฺตปฺปกรณ
อ่านว่า สัด-ตับ-ปะ-กะ-ระ-นะ
ประกอบด้วยคำว่า สตฺต (จำนวนเจ็ด) + ปกรณ (คัมภีร์) = สตฺตปฺปกรณ แปลว่า “คัมภีร์เจ็ดเล่ม” หรือ “เจ็ดคัมภีร์” ซึ่งหมายถึงพระอภิธรรมปิฎก 7 คัมภีร์ คือ
Read Moreปกรณ
อ่านว่า ปะ-กะ-ระ-นะ
ในภาษาไทยใช้ว่า “ปกรณ์” อ่านว่า ปะ-กอน
“ปกรณ” ประกอบด้วย ป + กรฺ + ยุ
“ป” เป็นคำอุปสรรค (ประกอบข้างหน้าคำอื่น) แปลว่า ทั่ว, ข้างหน้า, ก่อน, ออก (เลือกคำแปลตามบริบท)
“กรฺ” (กะ-ระ) เป็นรากศัพท์ (ธาตุ) แปลว่า ทำ, กระทำ
“ยุ” เป็นคำปัจจัย (ประกอบข้างท้ายธาตุ) แปลว่า การ-, ความ-
ปกติ ยุ แปลงเป็น “อน” (อะ-นะ) แต่ถ้าพยัญชนะท้ายของธาตุ เป็น ร หรือ ห ต้องแปลง ยุ เป็น “อณ” (ณ เณร)
ดังนั้น ป + กรฺ + ยุ จึง = ปกรณ
Read Moreคมฺภีร
อ่านว่า คำ-พี-ระ
ในภาษาไทยใช้ว่า “คัมภีร์” อ่านว่า คำ-พี
คำนี้เป็นคุณนาม (คำวิเศษณ์) แปลว่า ลึก, ลึกซึ้ง, หยั่งไม่ถึง, มีหลักดี, สุขุม, สังเกตยาก, ยากยิ่ง
ในภาษาไทยมักหมายถึงหนังสือตําราที่สําคัญทางศาสนาหรือโหราศาสตร์เป็นต้น
ประชาธิปไตย
(คำไทย)
“ประชาธิปไตย” ประกอบด้วยคำว่า ประชา + อธิปไตย
เป็นการเขียนอิงรูปคำสันสกฤตผสมบาลี คือ ปฺรชา + อาธิปเตยฺย
“ปฺรชา” เป็นภาษาสันสกฤต บาลีเป็น “ปชา” แปลว่า หมู่คน, ปวงชน
“อาธิปเตยฺย” เป็นภาษาบาลี ประกอบขึ้นจากคำว่า อธิ (ยิ่งใหญ่, ทีฆะ อะ เป็น อา = อาธิ) + ปติ (เจ้าของ, เจ้านาย) + ณฺย (ปัจจัย แปลว่า การ-, ความ-)
– ปติ + ณฺย = ปเตยฺย
– อาธิ + ปเตยฺย = อาธิปเตยฺย
– ปชา + อาธิปเตยฺย = ปชาธิปเตยฺย (อ่านว่า ปะ-ชา-ทิ-ปะ-เต็ย-ยะ) = ปฺรชาธิปเตยฺย = ประชาธิปไตย แปลตามศัพท์ว่า “ความเป็นเจ้าของผู้ยิ่งใหญ่ของปวงชน” = การที่ปวงชนเป็นเจ้าของผู้ยิ่งใหญ่
ธมฺมกาย
อ่านว่า ทำ-มะ-กา-ยะ
ในภาษาไทยใช้ว่า “ธรรมกาย” อ่านว่า ทำ-มะ-กาย
“ธมฺมกาย-ธรรมกาย” ประกอบด้วยคำว่า ธมฺม + กาย
(ดูความหมายเฉพาะคำที่คำนั้น)
กาย
อ่านว่า กา-ยะ
ในภาษาไทยใช้อย่างเดียวกับบาลี อ่านว่า กาย
คำว่า “กาย” มีรากศัพท์มาจาก กุ (สิ่งที่น่าเกลียด) + อาย (อา-ยะ = ที่มา, ที่เกิดขึ้น) ลบสระ อุ ที่ กุ = กาย แปลว่า “ที่เกิดขึ้นของสิ่งที่น่ารังเกียจทั้งหลาย”
“กาย” ในความหมายทั่วไป คือ กอง, หมวดหมู่, ที่รวม, ชุมนุม, การรวมเข้าด้วยกัน, จำนวนที่รวมกัน
Read Moreธมฺม
อ่านว่า ทำ-มะ
ในภาษาไทยใช้ว่า “ธรรม” อ่านว่า “ทำ” ถ้ามีศัพท์อื่นมาสมาส (= ต่อเข้าเป็นคำเดียวกัน) อ่านว่า “ทำ-มะ–” เช่น ธรรมคุณ (ทำ-มะ-คุน) ธรรมบท (ทำ-มะ-บด)
“ธมฺม” มาจากรากศัพท์ว่า ธรฺ (ธาตุ = ทรงไว้) + รมฺม (ปัจจัย) ลบ รฺ ที่สุดธาตุ และ ร ต้นปัจจัย = ธมฺม แปลว่า “สภาพที่ทรงไว้”
Read Moreอุตฺตริมนุสฺสธมฺม
อ่านว่า อุด-ตะ-ริ-มะ-นุด-สะ-ทำ-มะ
ในภาษาไทยใช้ว่า “อุตริมนุสธรรม” อ่านว่า อุด-ตะ-หฺริ-มะ-นุด-สะ-ทำ
คำนี้ประกอบด้วยคำว่า อุตฺตริ + มนุสฺส + ธมฺม = อุตฺตริมนุสฺสธมฺม
Read Moreสิกฺขา
อ่านว่า สิก-ขา
ในภาษาไทยนิยมใช้ตามรูปสันสกฤต คือ “ศิกฺษา” แล้วเสียงกลายเป็น “ศึกษา” และพูดทับศัพท์ว่า “ศึกษา” จนเข้าใจกันทั่วไป
“สิกฺขา” มีรากศัพท์ คือ สิกฺข (ธาตุ = ศึกษา, เรียนรู้) + อ (ปัจจัย) + อา (ทำศัพท์ให้เป็นอิตถีลิงค์) = สิกฺขา
อีกรูปหนึ่งของ สิกฺขา คือ “สิกฺขน” (สิก-ขะ-นะ)
ปูชา
อ่านตรงตัวว่า ปู-ชา
ภาษาไทยใช้ว่า “บูชา” และพูดทับศัพท์ว่า “บูชา” จนเข้าใจกันทั่วไป
“ปูชา” มีรากศัพท์ คือ ปูชฺ (ธาตุ = บูชา) + อ (ปัจจัย) + อา (ทำศัพท์ให้เป็นอิตถีลิงค์) = ปูชา
อีกรูปหนึ่งของ ปูชา คือ “ปูชน” (ปู-ชะ-ชะ, ดังที่ไปเป็น “ปูชนีย” ในคำว่า ปูชนียสถาน, ปูชนียบุคคล)