มูล (บาลีวันละคำ 462)
มูล
ภาษาไทยอ่านว่า มูน
ถ้ามีคำอื่นมาสมาสท้ายอ่านว่า มูน-ละ แต่บางคำก็คงอ่านว่า มูน-
บาลีเป็น “มูล” อ่านว่า มู-ละ
มูล
ภาษาไทยอ่านว่า มูน
ถ้ามีคำอื่นมาสมาสท้ายอ่านว่า มูน-ละ แต่บางคำก็คงอ่านว่า มูน-
บาลีเป็น “มูล” อ่านว่า มู-ละ
ภาษา
บาลีเป็น “ภาสา” (ส เสือ) อ่านว่า พา-สา
สันสกฤตเป็น “ภาษา” (ษ ฤๅษี) เราเขียนตามสันสกฤต
“ภาสา” รากศัพท์มาจาก ภาส ธาตุ หรือ ภา ธาตุ + ส ปัจจัย แปลตามศัพท์ว่า “การพูด” “วาจาอันคนพูด” (เล็งเฉพาะเสียงที่เปล่งออก) ความหมายที่เข้าใจกันคือ คำพูด, ถ้อยคำ, วาจา
Read Moreปัจเจก
คำเดียวอ่านว่า ปัด-เจก
มีคำอื่นสมาสต่อท้าย อ่านว่า ปัด-เจ-กะ- หรือ ปัด-เจก-กะ-
“ปัจเจก” บาลีเป็น “ปจฺเจก” อ่านว่า ปัด-เจ-กะ รากศัพท์มาจาก ปฏิ + เอก
“ปฏิ” (ปะ-ติ) เป็นคำอุปสรรค แปลว่า เฉพาะ, ตอบ, ทวน, กลับ (ในคำนี้แปลว่า “เฉพาะ”)
“เอก” (เอ-กะ) แปลว่า หนึ่ง (จำนวน ๑), โดยตนเอง, หนึ่งเท่านั้น, คนเดียว, โดดเดี่ยว, ผู้เดียว
กระบวนการทางไวยากรณ์คือ “ปฏิ” เมื่อสนธิ (ต่อกัน ประสมกัน รวมกัน) กับ “เอก” ให้แปลงรูปเป็น “ปจฺจ” (ปัด-จะ) : ปฏิ > ปจฺจ + เอก = ปจฺเจก แปลความว่า เฉพาะตัว, หนึ่งเดียว, ไม่เกี่ยวกับใครอื่น
สวัสดิภาพ
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 บอกว่า
“สวัสดิภาพ : ความปลอดภัย เช่น ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ ตำรวจออกตรวจท้องที่ในเวลากลางคืนเพื่อสวัสดิภาพของประชาชน”
ภาษาไทยอ่านว่า วิด-ถาน
บาลีเป็น “วิตฺถาร” (มีจุดใต้ ตฺ) อ่านว่า วิด-ถา-ระ สันสกฤตเป็น “วิสฺตาร”
ไทยเอามาใช้เขียนตามบาลีเป็น “วิตถาร” และเขียนอิงสันสกฤตเป็น “พิสดาร” (พิด-สะ-ดาน)
“วิตฺถาร” แปลตามศัพท์ว่า “อาการที่แผ่ขยายไป” ใช้ในความหมาย 2 อย่าง
Read Moreไทยทาน-ไทยธรรม
อ่านว่า ไท-ยะ-ทาน / ไท-ยะ-ทำ
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 เก็บไว้ทั้งสองคำ ดังนี้
– “ไทยทาน : ของสําหรับทําทาน. (ป. เทยฺยทาน)”
– “ไทยธรรม : ของทําบุญต่าง ๆ, ของถวายพระ. (ป. เทยฺยธมฺม)”
คำในวงเล็บ คือ พจน.42 บอกว่า ไทยทาน ตรงกับบาลีว่า “เทยฺยทาน” ไทยธรรม ตรงกับบาลีว่า “เทยฺยธมฺม”
Read Moreกยิรา เจ กยิราเถนํ
เป็นธรรมภาษิตของเทวดาตนหนึ่งที่มาเฝ้าพระพุทธองค์แล้วขับลำนำถวาย ข้อความเต็มๆ มีบันทึกไว้ในพระไตรปิฎกเล่ม ๑๕ ข้อ ๒๓๙ ดังนี้ –
กยิรา เจ กยิราเถนํ
ทฬฺหเมนํ ปรกฺกเม
สิถิโล หิ ปริพฺพาโช
ภิยฺโย อากิรเต รชํ.
(กะยิรา เจ กะยิราเถนัง
ทัฬหะเมนัง ปะรักกะเม
สิถิโล หิ ปริพพาโช
ภิยโย อากิระเต ระชัง)
พุทฺโธ
แปลว่า “พระพุทธเจ้า” เป็นการแปลแบบทับศัพท์
แปลตามความหมายว่า
ผู้รู้ = รู้สรรพสิ่งตามความเป็นจริง
ผู้ตื่น = ตื่นจากกิเลสนิทรา ความหลับไหลงมงาย
ผู้เบิกบาน = บริสุทธิ์ผ่องใสเต็มที่
คำในชุดนี้ คือ
พุทฺโธ พระพุทธเจ้า
ธมฺโม พระธรรม
สงฺโฆ พระสงฆ์
รวมเป็น พระรัตนตรัย = แก้วสามดวง
เกจิ
เป็นคำที่คุ้นปากคนไทย บางทีพูดว่า “เกจิอาจารย์”
คำว่า “เกจิ” แปลว่า “บางพวก” มีกำเนิดมาจากสำนักต่างๆ ที่อธิบายคำสอนของพระพุทธเจ้าแตกต่างกันออกไป เมื่ออ้างถึงความคิดเห็นของสำนักเหล่านั้น ก็จะพูดว่า “เกจิ (อาจริยา)” ซึ่งแปลว่า “อาจารย์บางพวก” หมายถึงว่า อาจารย์บางพวกอธิบายว่าอย่างนี้ อาจารย์บางพวกอธิบายว่าอย่างโน้น
Read Moreอาวุโส – ภนฺเต
อ่านว่า อา-วุ-โส – พัน-เต
เป็นคําที่ใช้เรียกหรือทักทายผู้ที่ตนจะพูดด้วย
อาวุโส แปลตามศัพท์ว่า “ผู้มีอายุ” เป็นคําที่พระผู้ใหญ่หรือที่มีพรรษามากกว่าเรียกพระผู้น้อยหรือที่มีพรรษาน้อยกว่า หรือเป็นคำที่พระใช้เรียกคฤหัสถ์
ภนฺเต แปลตามศัพท์ว่า “ผู้เจริญ” เป็นคําที่พระผู้น้อยหรือที่มีพรรษาน้อยกว่าเรียกพระผู้ใหญ่หรือที่มีพรรษามากกว่า หรือเป็นคำที่คฤหัสถ์ใช้เรียกพระสงฆ์
Read More