Author: Admin ชมรมธรรมธารา

บาลีวันละคำ

ปัญญาสมวาร (บาลีวันละคำ 305)

ปัญญาสมวาร

เขียนแบบคำไทย อ่านว่า ปัน-ยา-สะ-มะ-วาน
เขียนแบบบาลีเป็น “ปญฺญาสมวาร” อ่านว่า ปัน-ยา-สะ-มะ-วา-ระ

“ปญฺญาสมวาร” ประกอบด้วย ปญฺญาส + ม + วาร
“ปญฺญาส” แปลว่า ห้าสิบ (จำนวน ๕๐) ภาษาไวยากรณ์เรียกว่า “ปกติสังขยา” คือคำบอกจำนวนของสิ่งที่นับ คู่กับ “ปูรณสังขยา” คือคำบอกเฉพาะลำดับของสิ่งที่นับ
“ม” (มะ) เป็น “ปัจจัย” ใช้ประกอบเข้าข้างท้ายศัพท์ปกติสังขยาทำให้เป็นปูรณสังขยา
ดังนั้น ปญฺญาส + ม = ปญฺญาสม จึงมีความหมายว่า “ลำดับที่ห้าสิบ” หรือ “ครบห้าสิบ”
“วาร” แปลว่า วันที่กำหนด, เวลาที่กำหนด, ครั้ง, คราวหนึ่ง, โอกาส
“ปญฺญาสมวาร – ปัญญาสมวาร” จึงมีความหมายว่า “วันที่ครบห้าสิบ” คือวันทำบุญครบ ๕๐ วันของผู้ตาย

Read More
บาลีวันละคำ

บำเพ็ญกรณี (บาลีวันละคำ 304)

บำเพ็ญกรณี
(คำผิด)

“เกิดมาแล้วพยายามทำประโยชน์ให้แก่สังคมหรือเพื่อนมนุษย์เรื่อยไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่”

ในภาษาไทยเคยนิยมใช้คำเรียกการกระทำดังกล่าวข้างต้นนี้ว่า “บำเพ็ญกรณีย์” (-ณี มี ย์) เช่น

“ในระหว่างที่มีชีวิตอยู่ คุณพ่อได้บำเพ็ญกรณีย์อย่างสม่ำเสมอ”

แต่ก็ปรากฏอยู่อย่างสม่ำเสมอว่า มีผู้เขียนคำนี้ว่า “บำเพ็ญกรณี” (-ณี ไม่มี ย์)

“กรณีย์” มี ย์ กับ “กรณี” ไม่มี ย์ ความหมายต่างกัน

“กรณีย์” คำบาลีเดิมคือ “กรณีย” (กะ-ระ-นี-ยะ) รากศัพท์คือ กร (ธาตุ = ทำ) + อนีย (ปัจจัย = ควร, พึง) แปลง น เป็น ณ

: กร + อนีย (= อณีย) = กรณีย แปลว่า “ควรทำ” “พึงทำ” หมายถึงกิจที่ควรทำ, สิ่งที่ควรทำ, ข้อผูกพัน, หน้าที่ (คำเต็มๆ ที่เราคุ้นคือ “กรณียกิจ”)

Read More
บาลีวันละคำ

ธรรมดา (บาลีวันละคำ 303)

ธรรมดา

คำนี้มาจากบาลีว่า “ธมฺมตา” อ่านว่า ทำ-มะ-ตา
ใช้ในภาษาไทยว่า “ธรรมดา” เป็นคำที่เข้าใจกันทั่วไปจนไม่ต้องแปล

ธมฺม + ตา = ธมฺมตา
“ธมฺม – ธรรม” แปลตามศัพท์ว่า “สภาพที่ทรงไว้” มีความหมายหลายหลาก ความหมายกลางๆ ในที่นี้ คือ ธรรมชาติ ธรรมดา ปกติ
“ตา” เป็นคำทางไวยากรณ์ ใช้ต่อท้ายศัพท์ ทำให้เป็นคำนาม แปลว่า “ความเป็น–”
เทียบกับภาษาอังกฤษอาจเข้าใจได้ง่ายขึ้น เช่น happy แปลว่า สุข สบาย happiness แปลว่า ความสุข “-ตา” ก็เหมือน -ness นั่นแหละ

Read More
บาลีวันละคำ

มุขมนตรี (บาลีวันละคำ 302)

มุขมนตรี
(บาลีไทย)

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 กำหนดให้อ่านว่า มุก-ขะ-มน-ตฺรี และให้ความหมายว่า “ที่ปรึกษาราชการชั้นผู้ใหญ่”

“มุขมนตรี” ประกอบด้วยคำว่า มุข + มนตรี
“มุข” บาลีอ่านว่า มุ-ขะ แปลว่า ปาก, ใบหน้า, หัวหน้า ในที่นี้ “มุข” หมายถึงหัวหน้า หรือ ผู้เป็นประธาน
“มนตรี” บาลีเป็น “มนฺตี” (มัน-ตี) แปลตามศัพท์ว่า “คนมีความคิด” ใช้ในความหมายว่า ที่ปรึกษา, อำมาตย์, เสนาบดี

Read More
บาลีวันละคำ

พักตร์ คือ face (บาลีวันละคำ 301)

พักตร์ คือ face

มีผู้แปลคำว่า facebook (แปลสนุกๆ) ว่า “พักตร์ปกรณ์” คือ face = พักตร์ และ book คือหนังสือ หรือตำรา = ปกรณ์

คำว่า “พักตร์” มาจากสันสกฤตว่า “วกฺตฺร” (วัก-ตฺระ)
1 สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน แปล วกฺตฺร ว่า the face
2 พจนานุกรมอังกฤษ- ไทย ของ สอ เสถบุตร แปล face ว่า หน้า, โฉมหน้า, โฉม, ใบหน้า, หน้าตา, สีหน้า, เผชิญหน้า
3 พจนานุกรมอังกฤษ-บาลี แปล face เป็นบาลีว่า “มุข” (มุ-ขะ)
4 พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปลว่า “มุข” ว่า the mouth, the face (ตรงกับคำแปลของนักบาลีในไทย คือ “มุข” แปลได้ 2 ความหมาย คือ ปาก และ หน้า)
5 พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 แปล “มุข” ว่า หน้า, ปาก
6 “พักตร์” มาจากสันสกฤตว่า “วกฺตฺร” คำนี้ตรงกับบาลีว่า “วตฺต” (วัด-ตะ) แปลว่า “ปาก”

สรุปว่า face คือ หน้า – หน้า คือ มุข – มุข คือ mouth – mouth คือ ปาก – ปาก คือ วตฺต – วตฺต คือ วกฺตฺร – วกฺตฺร คือ พักตร์ – พักตร์ คือ face และ face คือ หน้า …

Read More
บาลีวันละคำ

สัมมนา (บาลีวันละคำ 300)

สัมมนา

อ่านว่า สำ-มะ-นา

“สัมมนา” เป็นศัพท์บัญญัติเทียบภาษาอังกฤษว่า seminar (เซม-อิ-นา)
ประกอบด้วย สํ (= พร้อมกัน) แปลงนิคหิตเป็น ม = สม (สำ) + มน (= ใจ, ความคิด) = สมฺมน เขียนแบบไทยว่า สัมมน แล้วทำเสียง -มน ให้เป็น -มนา เพื่อเลียนเสียงคำว่า seminar จึงเป็น “สัมมนา” เจตนาให้แปลว่า “ร่วมใจกันคิด” แรกเริ่มเป็นคำที่ใช้ในวงการศึกษาก่อน
ว่ากันว่า วงการบัญญัติศัพท์ภูมิใจกับคำนี้มากเพราะเลียนภาษาเดิมได้ใกล้เคียงทั้งเสียงทั้งความหมาย

Read More
บาลีวันละคำ

อโหสิกรรม [1] (บาลีวันละคำ 299)

อโหสิกรรม [1]

อ่านว่า อะ-โห-สิ-กำ

“อโหสิ” ในภาษาบาลีเป็นคำกริยา อดีตกาล แปลว่า “ได้มีแล้ว” “ได้เป็นแล้ว” (ประธานของกริยาคำนี้ต้องเป็น “ผู้ที่พูดถึง” (คำไทยเช่น เขา, มัน) และเป็นเอกพจน์)

“อโหสิ – ได้มีแล้ว, ได้เป็นแล้ว” หมายความว่า เรื่องนั้น สภาวะนั้นได้เกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว เช่น คนเกิด ก็เกิดเสร็จแล้ว เป็นอะไร ก็เป็นไปเรียบร้อยแล้ว ตาย ก็ตายเสร็จสิ้นไปแล้ว เป็นต้น

อโหสิ + กมฺม (กำ-มะ) = อโหสิกมฺม เป็นคำพิเศษ คือคำกริยาประสมคำนามแล้วกลายเป็นคำนาม เป็นชื่อของกรรมที่ไม่มีโอกาสจะให้ผลอีกต่อไป เราเอามาใช้ในภาษาไทยว่า “อโหสิกรรม” มีความหมายว่า การเลิกแล้วต่อกัน, การไม่เอาโทษแก่กัน, ยกโทษให้, ไม่ถือเป็นเหตุโกรธแค้นขุ่นเคืองกันอีกต่อไป บางทีก็พูดสั้นๆ ว่า “อโหสิ

Read More
บาลีวันละคำ

ศิริราช (บาลีวันละคำ 298)

ริราช

คำนี้เป็นวิสามานยนาม (ภาษาบาลีเรียก “อสาธารณนาม”) คือคําที่เป็นชื่อเฉพาะ ตั้งขึ้นสําหรับเรียกคน สัตว์ สิ่งของ และสถานที่ เพื่อให้รู้ชัดว่าเป็นใครหรืออะไร เช่น นายดํา ช้างเอราวัณ เรือสุพรรณหงส์ จังหวัดเชียงใหม่
ในที่นี้ “ศิริราช” ก็คือ “โรงพยาบาลศิริราช” ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ

แต่ “โรงพยาบาลศิริราช” ก็ได้ชื่อนี้มาจากชื่อเฉพาะของบุคคลอีกทีหนึ่ง นั่นคือได้มาจากพระนามของ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระพันปีหลวง

Read More
บาลีวันละคำ

วตฺถุ (บาลีวันละคำ 297)

วตฺถุ

อ่านว่า วัด-ถุ

คำนี้สันสกฤตเป็น วสฺตุ ภาษาไทยเอามาใช้ว่า วัตถุ, วัสดุ, พัสดุ
และจำกัดความหมายแตกต่างกัน คือ –

1 “วัตถุ” หมายถึงสิ่งของทั่วไปที่สามารถสัมผัสจับต้องได้
2 “วัสดุ” หมายถึงของที่นํามาใช้เพื่อประกอบขึ้นเป็นสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น วัสดุก่อสร้าง; ของใช้ที่มีอายุการใช้ในระยะเวลาสั้น ๆ ใช้แล้วหมดเปลืองไป เช่น กระดาษ ดินสอ
3 “พัสดุ” หมายถึงสิ่งของต่าง ๆ เช่นในคำว่า พัสดุไปรษณีย์, พัสดุภัณฑ์, เครื่องใช้ไม้สอย

แต่ “วตฺถุ” ในภาษาบาลีมีความหมายกว้างกว่าในภาษาไทย คือ
1 วัตถุ, ของจริง, ทรัพย์, สิ่งของ, ของที่เป็นสาระ
2 แหล่ง, ที่ตั้ง, สนาม, พื้นที่, ที่ดิน
3 มูลฐาน, รากฐาน, ฐานรองรับ, แก่นสาร, ธาตุ
4 โอกาส, เหตุผล, พื้นฐาน
5 เรื่อง, รูปเรื่อง, เรื่องราว, รายงาน
6 ข้อ หรือกระทง (ในข้อความ)

Read More
บาลีวันละคำ

ศุภมัสดุ (บาลีวันละคำ 296)

ศุภมัสดุ
(คำไทยอิงสันสกฤต)

อ่านว่า สุบ-พะ-มัด-สะ-ดุ

“ศุภมัสดุ” บาลีเป็น “สุภมตฺถุ” (สุ-พะ-มัด-ถุ) ประกอบด้วย สุภํ + อตฺถุ

“สุภํ” (คำตั้งคือ สุภ) แปลว่า ความงาม, ความดี, ความสะอาด, ความสวยงาม
“อตฺถุ” เป็นคำกริยา แปลว่า “จงมี”
สุภํ อตฺถุ แปลว่า “ความดีงามจงมี”
สุภํ สนธิกับ อตฺถุ แปลงนิคหิตที่ ภํ เป็น ม = สุภ + ม + อตฺถุ = สุภมตฺถุ
“สุภมตฺถุ” สันสกฤตเป็น “ศุภมสฺตุ” เราเขียนแบบอิงสันสกฤตจึงเป็น ศุภมัสดุ

“ศุภมัสดุ” เป็นคําใช้ขึ้นต้นลงท้ายในประกาศที่เป็นแบบหรือข้อความที่สําคัญ เช่น ประกาศพระบรมราชโองการ และเป็นคำขึ้นต้น “บอกศักราช” ในการแสดงพระธรรมเทศนาด้วย

ตัวอย่าง :
– ศุภมัสดุ พระพุทธศาสนากาลเป็นอดีตภาค 2540 พรรษา ….โดยกาลบริเฉท (อารัมภบทรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540)
– ศุภมัสดุ พระพุทธศาสนายุกาล จำเดิมแต่ปรินิพพานแห่งองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น บัดนี้ ล่วงแล้ว 2556 พรรษา …(คำบอกศักราช)

Read More
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้