Author: Admin ชมรมธรรมธารา

บาลีวันละคำ

ติลกฺขณ (บาลีวันละคำ 255)

ติลกฺขณ

อ่านว่า ติ-ลัก-ขะ-นะ
ประกอบด้วยคำว่า ติ (= จำนวนสาม) + ลกฺขณ (= เครื่องหมาย, ประเภท,ลักษณะจำเพาะ, สมบัติเฉพาะตัว) ในภาษาไทยนิยมแผลง “ติ” เป็น “ไตร” คำนี้จึงใช้ว่า “ไตรลักษณ์” (ไตฺร-ลัก) แปลว่า “ลักษณะสามอย่าง”

“ติลกฺขณ – ไตรลักษณ์” หมายถึงอาการที่เป็นเครื่องกำหนดหมายให้รู้ถึงความจริงของสภาวธรรมทั้งหลาย ที่เป็นอย่างนั้นๆ 3 ประการ ได้แก่ –
1 อนิจจตา (อะ-นิด-จะตา) ความเป็นของไม่เที่ยง ไม่ถาวรยั่งยืน (impermanence; transiency)
2 ทุกขตา (ทุก-ขะ-ตา) ความเป็นทุกข์หรือความเป็นของคงทนอยู่มิได้ (state of suffering or being oppressed)
3 อนัตตตา (อะ-นัด-ตะ-ตา) ความเป็นของมิใช่ตัวตน ไม่มีตัวแท้ มีแต่ส่วนที่ประสมกันขึ้น (soullessness; not-self, unreality)
คนไทยนิยมพูดสั้นๆ ว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา และแปลง่ายๆ ว่า “ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา”

Read More
บาลีวันละคำ

สวาหะ (บาลีวันละคำ 254)

สวาหะ

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 บอกไว้ว่า –

“สวาหะ (อ่านว่า สะ-หฺวา-หะ) คํากล่าวเมื่อจบการเสกเป่า”
และบอกว่ามีคำสันสกฤตว่า “สฺวาหา”

สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน มีคำว่า “สฺวาหา” 2 คำ มีคำแปลเป็นไทยและอังกฤษ ดังนี้ –

1- อาหุดีหรือพลีทานอันบุคคลพึงบูชาแด่เทพดาทั่วไป
an oblation or offering made to all gods indiscriminately
2- อุทานอันใช้เปล่งในการบูชาอาหุดีแด่เทพดา
an exclamation used on offering oblations to the gods
(“อาหุดี” แปลว่า “การบูชาเทพดาด้วยไฟ”)

คำว่า “สวาหะ” ถ้าจะลากเข้าบาลี ก็น่าจะเป็น “สฺวาห” ประกอบด้วย สุ + อาห

“สุ” แปลง อุ เป็น โอ = โส
แปลง โอ เป็น อว = สว
แล้วทำ สว ให้เป็น สฺว (มีจุดใต้ สฺ) + อาห = สฺวาห (ออกเสียงเหมือนอ่านคำว่า ซัว-หะ ไม่ใช่ สะ-วา-หะ หรือ สะ-หฺวา-หะ)

“สุ” (คำอุปสรรค) = ดี งาม ง่าย
“อาห” (คำกริยา) = กล่าวแล้ว
“สฺวาห” จึงแปลว่า “กล่าวดีแล้ว” มีความหมายว่า ถ้อยคำที่ท่องบ่นหรือเสกเป่ามานั้นเป็นคำที่กล่าวไว้ดีแล้ว (ขอให้สำเร็จเถิด)

Read More
บาลีวันละคำ

นิทฺเทส (บาลีวันละคำ 253)

นิทฺเทส

อ่านว่า นิด-เท-สะ

ประกอบด้วย นิ + เทส ซ้อน ทฺ = นิทฺเทส คำนี้สันสกฤตเป็น “นิรฺเทศ” ภาษาไทยใช้ว่า “นิเทศ” อ่านว่า นิ-เทด

“นิทฺเทส – นิเทศ” แปลว่า การชี้แจ้ง, การแสดงออก, การจำแนกออกพรรณนา, การแนะนำ, แสดงให้เห็นความแตกต่าง, อธิบาย, ระบุ, กำหนด, หมายถึง
“นิเทศ” ที่คุ้นกันในคำไทย ก็เช่น
– “ปฐมนิเทศ” = การแนะนําชี้แนวในเบื้องต้นเพื่อการศึกษา การทํางาน หรือทำกิจกรรมอื่นๆ
– “ปัจฉิมนิเทศ” = การแนะนําชี้แนวก่อนจบการศึกษา หรือก่อนปิดกิจกรรม
– “นิเทศศาสตร” = วิชาว่าด้วยการสื่อสารมวลชน และการประชาสัมพันธ์ (ใช้ตามคำอังกฤษว่า Communication Arts)

“นิเทศ” เป็นอาการนาม ถ้าหมายถึงตัวบุคคลเขียนว่า “นิทฺเทสก” (นิด-เท-สะกะ) เขียนแบบไทยว่า “นิเทศก์” แปลว่า “ผู้ชี้แจง” เช่นคำว่า “ศึกษานิเทศก์” = ผู้ชี้แจงแนะนําทางการศึกษาแก่ครูอาจารย์ในโรงเรียนหรือวิทยาลัย

Read More
บาลีวันละคำ

ปาเจราจริยา (บาลีวันละคำ 252)

ปาเจราจริยา

คำไหว้ครูที่นักเรียนกล่าวในพิธีไหว้ครูขึ้นต้นเป็นภาษาบาลี ลงท้ายก็เป็นภาษาบาลี ข้อความเต็มๆ เมื่ออ่านติดต่อกันจะเป็นดังนี้ –

ปาเจราจริยา โหนฺติ (ปา เจ รา จะ ริ ยา โหน ติ)
คุณุตฺตรานุสาสกา (คุ นุด ตะ รา นุ สา สะ กา)
ปญฺญาวุฑฺฒิกเร เต เต (ปัน ยา วุด ทิ กะ เร เต เต)
ทินฺโนวาเท นมามิหํ (ทิน โน วา เท นะ มา มิ หัง)

ข้อความทั้งหมดนี้เป็นคาถา หรือฉันท์ 1 บท (คาถา-ฉันท์ = คำกลอนในภาษาบาลี) มี 4 วรรค วรรคละ 8 พยางค์ (พอจะเทียบคล้ายกลอนแปดของเรา)

คำขึ้นต้น “ปาเจราจริยา” ประกอบด้วยคำว่า “ปาเจร” (ปา-เจ-ระ) แปลว่า “อาจารย์เหนืออาจารย์” = อาจารย์รุ่นก่อนๆ หรือบูรพาจารย์ คำนี้บางทีก็ใช้ว่า “ปาจารย์” + “อาจริย” (อา-จะ-ริ-ยะ) แปลทับศัพท์ว่า “อาจารย์” เป็นคำที่เราคุ้นเคยกันดี

ปาเจราจริยา จึงหมายถึง “ปาจารย์” = อาจารย์ในอดีต และ “อาจารย์” = อาจารย์ในปัจจุบัน
หมายความว่า “ครู” ที่เราไหว้นั้นไม่ใช่เฉพาะครูในปัจจุบัน แต่ไหว้รวมหมดทั้งครูในอดีตด้วย

คำไหว้ครูภาษาบาลีข้างต้นถอดความเป็นไทยได้ว่า –
ปาเจราจริยา โหนฺติ……..อาจารย์ปาจารย์เรา
คุณุตฺตรานุสาสกา……….คุณเหนือเกล้าเฝ้าสั่งสอน
ปญฺญาวุฑฺฒิกเร เต เต….บ่มรู้สู้ว่าวอน
ทินฺโนวาเท นมามิหํ…….ขอวันทาบูชาคุณ

Read More
บาลีวันละคำ

สาม “ลัก-” (บาลีวันละคำ 251)

สาม “ลัก-”

คำบาลีสันสกฤตที่เอามาใช้ในภาษาไทยขึ้นต้นว่า “ลัก-” ที่ควรสังเกตมีอยู่ 3 คำ คือ –

1 “ลกฺขณ” (ลัก-ขะ-นะ) ภาษาไทยใช้ว่า “ลักษณะ” แปลว่า ลักษณะจำเพาะ, สมบัติเฉพาะตัว, ประเภท, เครื่องหมายที่ร่างกาย (เช่น ลักษณะของอวัยวะบางอย่างที่ใช้ทำนายอนาคตหรือนิสัยใจคอ)
“ลัก-” นี้ใช้ในภาษาไทยมากที่สุด เขียน “ลักษณะ-ลักษณ์” จนเคยมือ

2 “ลกฺข” (ลัก-ขะ) ภาษาไทยใช้ว่า “ลักษะ” แปลว่า “แสน” (จำนวนแสน) เช่น – อำเภอ “ขาณุวรลักษบุรี” จังหวัดกำแพงเพชร เดิมชื่อบ้าน “แสนตอ” (ขาณุ แปลว่า “ตอไม้”), อำเภอ “กันทรลักษ์” จังหวัดศรีสะเกษ เดิมชื่อบ้าน “ห้วยลำแสน” (กันทร แปลว่า “ลำธาร”) “ลัก-” นี้มักเขียนด้วยความเคยมือเป็น “ลักษณ์” ซึ่งเป็นคำที่เขียนผิด
“ลกฺข” ยังแปลว่า “โชคดี” อีกด้วย คำบาลี “ลกฺขี” แปลว่า “คนมีโชคดี” ตรงกับภาษาอังกฤษว่า Lucky

3 “ลัก-” ชื่อน้ององค์หนึ่งของพระรามในเรื่องรามเกียรติ์ ที่เราเรียกกันว่า “พระลัก-” สันสกฤตเป็น “ลกฺษฺมณ” (ลัก-สะ-มะ-นะ) เราเขียนอิงสันสกฤตเป็น “ลักษมณ์” แต่อ่านแบบไทยว่า “ลัก”
“ลัก-” นี้ก็มักเขียนผิดเป็น “ลักษณ์” อีกเหมือนกัน

Read More
บาลีวันละคำ

รามเกียรติ์ (บาลีวันละคำ 250)

รามเกียรติ์

คำบาลีสันสกฤต ใช้แบบไทย อ่านว่า ราม-มะ-เกียน

“รามเกียรติ์” เขียนแบบบาลีเป็น “รามกิตฺติ” (รา-มะ-กิด-ติ) ประกอบด้วยคำว่า ราม + กิตฺติ
“ราม” ในที่นี้เป็นชื่อเฉพาะ คือชื่อตัวเอกในเรื่องรามเกียรติ์ ที่เราเรียกกันว่า “พระราม”
ในภาษาบาลี “ราม” มีความหมายว่า สุขารมณ์,ความยินดี, ความสนุกสนาน, ความเพลิดเพลิน
“กิตฺติ” สันสกฤตเป็น กีรฺติ แปลตามศัพท์ว่า “ความดีอันเขากล่าวถึง” หมายถึงคําเล่าลือ, คําสรรเสริญ, ชื่อเสียง, เกียรติยศ, ความรุ่งโรจน์
“กิตฺติ-กีรฺติ” เราเอามาแปลงรูปตามสูตรไทย คือ “อิ หรือ อี = เอีย”
กิตฺติ เขียนอิงสันสกฤต คือ กีรฺติ = เกียรติ ออกเสียงแบบไทยว่า เกียด
แต่เฉพาะในคำว่า “รามกิตฺติ = รามกีรฺติ = รามเกียรติ” เดิมน่าจะอ่านว่า รา-มะ-เกีย-ระ-ติ แล้วกร่อนกลายลงมาเป็น รา-มะ-เกียน เวลาเขียนจึงใส่การันต์ที่ ติ บังคับให้ ร เป็นตัวสะกดไป

Read More
บาลีวันละคำ

อาสาสมัคร (บาลีวันละคำ 249)

อาสาสมัคร

คำบาลีสันสกฤต ใช้แบบไทย อ่านว่า อา-สา-สะ-หฺมัก

“อาสา” บาลีเขียนและอ่านเหมือนกัน แปลว่า ความจำนง, ความหวัง, ความปรารถนา, ความประสงค์, ความอยากได้, ความคาดหวัง

“สมัคร” บาลีเป็น “สมคฺค” (สะ-มัก-คะ) องค์ประกอบมีหลายมติ ยกมาพอเป็นตัวอย่าง –

1 “สมคฺค” มาจาก สม + คม (ธาตุ = ไป, ถึง) ซ้อน ค ลบ ม = สมคฺค แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่ดำเนินไปในสมะ”

คำว่า “สม” (สะมะ) มีความหมายว่า เท่ากัน, เสมอกัน, อย่างเดียวกัน, เที่ยงธรรม, ซื่อตรง, มีจิตใจไม่วอกแวก, ยุติธรรม, รวมเข้าด้วยกัน, ครบถ้วน

2 “สมคฺค” มาจาก สํ + อคฺค แปลงนิคหิตเป็น ม = สมคฺค แปลว่า “ดำเนินไปพร้อมกันโดยมีเป้าหมายร่วมกัน”

“สมคฺค” สันสกฤตเป็น “สมคฺร” เราเขียนตามสันสกฤตเป็น “สมัคร” และอ่านว่า สะ-หฺมัก

“อาสาสมัคร” เป็นคำที่เราผูกขึ้นใช้ในภาษาไทย คือเอา อาสา + สมัคร แล้วก็ให้ความหมายตามที่เราต้องการ

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 บอกไว้ว่า –

“อาสาสมัคร : เสนอตัวเข้าทำงานด้วยความสมัครใจ เช่น ทหารอาสาสมัคร. บุคคลที่เสนอตัวเข้าทำงานด้วยความสมัครใจ เช่น เขาเป็นอาสาสมัคร”

Read More
บาลีวันละคำ

อกฺขร – ภาสา (บาลีวันละคำ 248)

อกฺขร – ภาสา

อ่านว่า อัก-ขะ-ระ / พา-สา
ไทยใช้ว่า อักษร (อัก-สอน) ภาษา (พา-สา)

“อักษร-ภาษา” เป็นเรื่องหญ้าปากคอกที่หลายคนยังเข้าใจผิด
“อักษร” กับ “ภาษา” มีทั้งส่วนเหมือนและส่วนต่าง ในที่นี้ขอแสดงเฉพาะส่วนต่างที่มักเข้าใจผิดคิดว่าเป็นส่วนเหมือน นั่นคือ
“ภาษา” คือเสียงที่เปล่งออกมาเป็นข้อความอย่างหนึ่ง
“อักษร” คือลายลักษณ์ที่บันทึกเสียงหรือคำที่เปล่งออกมานั้น
ตัวอย่างเช่น
เขียนว่า “นะโม” นี่คือ “อักษรไทย”
เขียนว่า “NAMO” นี่คือ “อักษรโรมัน” (ที่เรามักเรียกติดปากว่าอังกฤษ)
แต่ “นะโม” ไม่ใช่ “ภาษาไทย” และ “NAMO” ก็ไม่ใช่ “ภาษาอังกฤษ”
ทั้ง “นะโม” และ “NAMO” เป็น “ภาษาบาลี”
เราอาจเอาคำที่ออกเสียงว่า “นะ-โม” ไปเขียนเป็นอักษรขอม อักษรพม่า ลาว มอญ ศรีลังกา จีน ญี่ปุ่น อะไรอีกก็ได้ แต่ “นะโม” ก็ยังคงเป็น “ภาษาบาลี” อยู่นั่นเอง ไม่ได้กลายเป็นภาษาขอม หรือภาษาพม่า ลาว มอญ ศรีลังกา จีน ญี่ปุ่น ไปด้วยเลย

Read More
บาลีวันละคำ

รกฺขส (บาลีวันละคำ 247)

รกฺขส

อ่านว่า รัก-ขะ-สะ
ภาษาไทยใช้ตามเป็นรูปคำสันสกฤตเป็น “รากษส” อ่านว่า ราก-สด

“รกฺขส” แปลทับศัพท์ว่า รากษส แปลตามความเข้าใจว่า ผีเสื้อน้ำ
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 บอกไว้ว่า –
“รากษส : ยักษ์ร้าย, ผีเสื้อนํ้า, ชื่อพวกอสูรชั้นต่ำ มีนิสัยดุร้าย ในคัมภีร์โลกทีปกสารว่า เป็นบริวารของพญายม, ในคัมภีร์โลกบัญญัติว่า เป็นบริวารของพระวรุณ, ใช้ รากโษส ก็มี”
“ผีเสื้อน้ำ” พจน.42 บอกไว้ว่า “เทวดาที่รักษาน่านนํ้า”
(คำนิยามของ พจน. ชวนให้สงสัยว่า รากษสเป็นยักษ์หรือเป็นเทวดา ?)

“รกฺขส – รากษส” แปลตามศัพท์ว่า “ผู้เป็นแดนรักษาตนแห่งผู้คน” หมายความว่าถ้าคนเจอเข้าแล้วต้องหลบหนีเพื่อรักษาตน
ตามคำแปลนี้ รากษสเป็นยักษ์แน่

Read More
บาลีวันละคำ

สามกะเสียน (บาลีวันละคำ 246)

สามกะเสียน

คำในภาษาไทยที่ออกเสียง 2 พยางค์ว่า “กะ-เสียน” มี 3 คำ คือ

1 กะเสียนเณร คือ “เกษียณ” แปลตามศัพท์ว่า “สิ้นไป” ใช้ในความหมายว่าสิ้นกําหนดเวลารับราชการ หรือหมดอายุการทำงาน บาลีเป็น “ขีณ” สันสกฤตเป็น “กฺษีณ” แปลงรูปเป็นไทยเป็น “เกษียณ” – ณ เณร สะกด

2 กะเสียนเรือ คือ “เกษียร” แปลตามศัพท์ว่า “น้ำนม” มีคำที่ใช้ในภาษาไทยว่า “เกษียรสมุทร” แปลว่า ทะเลนํ้านม ตามคติเทพนิยายของพราหมณ์ว่าเป็นที่ประทับของพระนารายณ์ “เกษียร” คำนี้บาลีเป็น “ขีร” (ขี-ระ) สันสกฤตเป็น “กฺษีร” แปลงรูปเป็นไทยเป็น “เกษียร” – ร เรือ สะกด

3 กะเสียนหนู คือ “เกษียน” เป็นคำกริยาแปลว่า “เขียน” เป็นคำนามหมายถึงข้อความที่เขียนแทรกไว้, ข้อความที่เขียนไว้บนหัวกระดาษคําสั่งหรือหนังสือราชการ
“เกษียน” น หนู สะกดนี้ไม่ใช่คำบาลีสันสกฤต ผู้รู้ท่านว่าแผลงมาจากคำไทยว่า “เขียน” นั่นเอง เรียกได้ว่าเป็นเกษียนไทย หรือเรียกอย่างไม่เกรงใจก็คือ เกษียนปลอม เพราะ ข ไทย ไม่แผลงเป็น กฺษ เหมือน ข บาลี

Read More
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้