บาลีวันละคำ

บาลีวันละคำ

กิริยามารยาท (บาลีวันละคำ 601)

กิริยามารยาท
(บาลีแบบไทย)

อ่านว่า กิ-ริ-ยา-มา-ระ-ยาด
ประกอบด้วย กิริยา + มารยาท

“กิริยา” รากศัพท์มาจาก กร (ธาตุ = ทำ) + ณฺย ปัจจัย แปลง อ ที่ ก เป็น อิ, ลง อิ อาคม ที่ ร, ลบ ณฺ ที่ ณฺย, แปลง อ ที่ ย เป็น อา (เพื่อให้เป็นอิตถีลิงค์)

: กร > กิร + อิ = กิริ + ณฺย > ย = กิริย > กิริยา

“กิริยา” ในบาลีมีความหมายว่า การกระทำ, การปฏิบัติ, กรรม; การที่กระทำลงไป, การสัญญา, การสาบาน, การอุทิศ, การตั้งใจ, คำปฏิญาณ; ความยุติธรรม (ดูเพิ่มเติมที่ “กิริยา-กริยา” บาลีวันละคำ (396) 15-6-56)

Read More
บาลีวันละคำ

ทุกขลาภ (บาลีวันละคำ 600)

ทุกขลาภ

อ่านว่า ทุก-ขะ-ลาบ
บาลีเขียน “ทุกฺขลาภ” อ่านว่า ทุก-ขะ-ลา-พะ
ประกอบด้วย ทุกฺข + ลาภ

“ทุกฺข” แปลตามศัพท์ว่า (1) “สภาวะที่ทำได้ยากที่จะอดทน” (2) “ความสุขที่น่ารังเกียจ” (3) “สภาวะที่ขุดจิตเป็นสองอย่าง” (คล้ายกับสำนวนที่ว่า “หัวใจแตกสลาย”) (4) “สภาวะที่ทำให้เป็นทุกข์”

ในทางธรรม ท่านอธิบายว่า “ทุกข์” คือสภาพที่ทนได้ยาก, สภาวะที่บีบคั้น ขัดแย้ง บกพร่อง ขาดแก่นสารและความเที่ยงแท้ ไม่ให้ความพึงพอใจแท้จริง, ได้แก่ เกิด แก่ ตาย การประจวบกับสิ่งอันไม่เป็นที่รัก การพลัดพรากจากสิ่งที่รัก ความปรารถนาไม่สมหวัง

Read More
บาลีวันละคำ

เคารพ (บาลีวันละคำ 599)

เคารพ

อ่านว่า เคา-รบ
บาลีเป็น “คารว” อ่านว่า คา-ระ-วะ

“คารว” รากศัพท์มาจาก ครุ + ณ ปัจจัย ลบ ณ

กระบวนการทางไวยากรณ์ :
– แผลง อุ ที่ รุ เป็น โอ : ครุ = คโร
– แผลง โอ เป็น อว : คโร = ครว
– ยืดเสียงสั้นที่พยางค์แรกเป็นเสียงยาว (ด้วยอำนาจ ณ ปัจจัย) : ครว = คารว
: ครุ > คโร > ครว > คารว

“ครุ” แปลว่า (1) ครู, ผู้สอน, ผู้แนะนำ, ผู้ควรเคารพ (2) ใหญ่, หนา, มาก, กว้างขวาง, หนัก, น้ำหนักบรรทุก, สำคัญ (ดูเพิ่มเติมที่ “ครุ-คุรุ” บาลีวันละคำ (134) 19-9-55)

Read More
บาลีวันละคำ

ญาติโกโหติกา (บาลีวันละคำ 598)

ญาติโกโหติกา
(บาลีไทย-ภาษาปาก)

อ่านว่า ยาด-ติ-โก-โห-ติ-กา

คำหลักคือ “ญาติ” บาลีอ่านว่า ยา-ติ ภาษาไทยอ่านว่า ยาด
ถ้ามีคำอื่นมาสมาสข้างท้าย อ่านว่า ยา-ติ- หรือ ยาด-ติ-

นอกจาก “ญาติ” บาลียังมีคำว่า “ญาตก” อีกคำหนึ่ง อ่านว่า ยา-ตะ-กะ

“ญาตก” เมื่อแจกรูปตามหลักไวยากรณ์ จะเป็น “ญาตโก” (ยา-ตะ-โก) (วิภัตติที่ ๑ เอกพจน์) และ “ญาตกา” (ยา-ตะ-กา) (วิภัตติที่ ๑ พหูพจน์)

“ญาตก” เป็นรูปปุงลิงค์ (คำเพศชาย) ถ้าเป็นอิตถีลิงค์ (คำเพศหญิง) จะเป็น “ญาติกา” (ยา-ติ-กา)

ญาติ – ญาตโก – ญาตกา – ญาติกา เป็นคำที่พบเห็นอยู่บ่อยๆ แต่รูปและเสียงที่คุ้นเป็นหลักคือ “ญาติ” (ยาด, ยาด-ติ) โดยมีเสียง “โก” และ “กา” เป็นคำประกอบ

แล้ว “โหติ” มาอย่างไร ?

Read More
บาลีวันละคำ

โลกธรรม (บาลีวันละคำ 597)

โลกธรรม

อ่านว่า โลก-กะ-ทำ
บาลีเป็น “โลกธมฺม” อ่านว่า โล-กะ-ทำ-มะ

“โลก” แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่จะพินาศไป” “สิ่งที่จะย่อยยับไป”
ในที่นี้หมายถึง หมู่มนุษย์, ชาวโลก, สังคม

“ธมฺม” (ทำ-มะ) แปลตามศัพท์ว่า “สภาพที่ทรงไว้”

“ธมฺม” ในภาษาไทยเขียน “ธรรม” พจน.42 บอกความหมายไว้ดังนี้ –
1 คุณความดี เช่น เป็นคนมีธรรมะ เป็นคนมีศีลมีธรรม
2 คําสั่งสอนในศาสนา เช่น แสดงธรรม ฟังธรรม ธรรมะของพระพุทธเจ้า
3 หลักประพฤติปฏิบัติในศาสนา เช่น ปฏิบัติธรรม ประพฤติธรรม
4 ความจริง เช่น ได้ดวงตาเห็นธรรม
5 ความยุติธรรม, ความถูกต้อง, เช่น ความเป็นธรรมในสังคม
6 กฎ, กฎเกณฑ์, เช่น ธรรมะแห่งหมู่คณะ
7 กฎหมาย เช่น ธรรมะระหว่างประเทศ
8 สิ่งทั้งหลาย, สิ่งของ, เช่น เครื่องไทยธรรม

Read More
บาลีวันละคำ

ศรี-ราศี (บาลีวันละคำ 596)

ศรี-ราศี

อ่านว่า สี / รา-สี

“ศรี” บาลีเป็น “สิริ” อ่านว่า สิ-ริ และเป็น “สิรี” (สิ-รี) ก็มี
“ราศี” บาลีเป็น “ราสิ” อ่านว่า รา-สิ

– ๑ สิริ – ศรี

“สิริ” แปลตามรากศัพท์ว่า “สิ่งอันผู้ทำความดีไว้ได้สัมผัส” หรือ “สิ่งที่อาศัยอยู่ในบุคคลผู้ทำความดีไว้”

“สิริ” ในภาษาไทยนิยมออกเสียงว่า สิ-หฺริ รูปสันสกฤตเป็น “ศรี” (สี)

“สิริ – ศรี” มีความหมายว่า มิ่ง, สิริมงคล, ความรุ่งเรือง, ความสว่างสุกใส, ความงาม, ความเจริญ, โชค, ความมีเดช, ความรุ่งเรือง และเป็นนามของเทพธิดาแห่งโชคลาภ (splendour, beauty, luck, glory, majesty, prosperity) (ดูเพิ่มเติมที่ “สิริธมฺม” บาลีวันละคำ (105) 21-8-55)

Read More
บาลีวันละคำ

สวัสดี (บาลีวันละคำ 595)

สวัสดี

อ่านว่า สะ-หฺวัด-ดี
บาลีเป็น “สุวตฺถิ” อ่านว่า สุ-วัด-ถิ

“สุวตฺถิ” มาจาก สุ (= ดี, งาม) + อตฺถิ (= มี, เป็น)

“อตฺถิ” เป็นคำกริยา รากศัพท์มาจาก อสฺ (ธาตุ = มี, เป็น) ลบที่สุดธาตุ + ติ (วิภัตติอาขยาต ปฐมบุรุษ เอกพจน์) แปลง ติ เป็น ตฺถิ

: อสฺ > อ + ติ > ตฺถิ (= อ + ตฺถิ) = อตฺถิ แปลว่า ย่อมมี, ย่อมเป็น

สุ + อตฺถิ :
สุ แผลงเป็น สุว + อตฺถิ หรือ สุ + ว (คำประเภท “อาคม”) + อตฺถิ : สุ + ว + อตฺถิ = สุวตฺถิ (สุ-วัด-ถิ)
(ลองออกเสียง สุ-อัตถิ เร็วๆ จะได้เสียง สุ-วัด-ถิ หรือ สฺวัด-ถิ)

Read More
บาลีวันละคำ

กาล (บาลีวันละคำ 594)

กาล

ภาษาไทยอ่านว่า กาน
บาลีอ่านว่า กา-ละ

“กาล” แปลตามศัพท์ว่า “เครื่องนับประมาณอายุเป็นต้น” “ถูกนับว่าล่วงไปเท่านี้แล้ว” “ยังอายุของเหล่าสัตว์ให้สิ้นไป” หมายถึง เวลา, คราว, ครั้ง, หน

“กาล” ที่หมายถึง “เวลา” (time) ในภาษาบาลียังใช้ในความหมายที่ชี้ชัดอีกด้วย คือ
1 เวลาที่กำหนดไว้, เวลานัดหมาย, เวลาตายตัว (appointed time, date, fixed time)
2 เวลาที่เหมาะสม, เวลาที่สมควร, เวลาที่ดี, โอกาส (suitable time, proper time, good time, opportunity)

Read More
บาลีวันละคำ

อวสาน (บาลีวันละคำ 593)

อวสาน

อ่านว่า อะ-วะ-สาน

“อวสาน” รากศัพท์มาจาก อว (= ลง) + สา (ธาตุ = จบ, สิ้นสุด) + ยุ ปัจจัย แปลงเป็น “อน” (อะ-นะ)
: อว + สา = อวสา + ยุ > อน = อวสาน

“อวสาน” แปลตามศัพท์ว่า “การสิ้นสุดลง” หมายถึง การจบลง, การสิ้นสุด, การอวสาน, การลงเอย, การลงท้าย, ปิดฉาก, ยุติ, เลิก

ในภาษาไทย เขียนเหมือนกัน พจน.42 บอกไว้ว่า –
“อวสาน : จบ, สิ้นสุด; การสิ้นสุด, ที่สุด”

Read More
บาลีวันละคำ

วงจรอุบาทว์ (บาลีวันละคำ 592)

วงจรอุบาทว์
(บาลีปนไทย)

“วง” เป็นคำไทย หมายถึงรูปที่มีเส้นที่โค้งเข้ามาบรรจบกัน ล้อมรอบเป็นขอบเขตสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

“วง” รูป เสียง และความหมายบางแง่ คล้ายคำบาลีว่า “วงฺก” (วัง-กะ) แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่คด” (1) เป็นคุณศัพท์มีความหมายว่า คด, งอ, โค้ง, คดเคี้ยว, โกง, ไม่ซื่อสัตย์, หลอกลวง, หลอกหลอน (2) เป็นคำนาม หมายถึง ตาขอ, เบ็ดตกปลา, ไถ, ส่วนงอ, ซอก, ส่วนโค้ง (ดูเพิ่มเติมที่ “แม่วงก์” บาลีวันละคำ (498) 25-9-56)

“จร” บาลีอ่านว่า จะ-ระ แปลว่า การเที่ยวไป, การเดินไป, ผู้ถูกให้ไปส่งข่าว, คนท่องเที่ยว, จารบุรุษ, คนสอดแนม

“จร” ภาษาไทยอ่านว่า จอน พจน.42 บอกความหมายว่า ไม่ใช่ประจํา เช่น คนจร รถจร, แทรกแปลกเข้ามา เช่น โรคจร ลมจร; ไป, เที่ยวไป; ประพฤติ

Read More
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้