บาลีวันละคำ

บาลีวันละคำ

พระอภัยมณี (บาลีวันละคำ 769)

พระอภัยมณี

นิทานคำกลอนอันลื่อชื่อของสุนทรภู่
มีตัวละครเอกชื่อ “พระอภัยมณี”

“อภัยมณี” แปลว่าอะไร ?

“อภัย” ภาษาไทยอ่านว่า อะ-ไพ
บาลีเป็น “อภย” อ่านว่า อะ-พะ-ยะ

“อภย” มาจากการประสมระหว่าง น (= ไม่, ไม่ใช่, ไม่มี) + ภย (= ความกลัว, ความตกใจกลัว, ความหวาดหวั่น)

กฎการประสมของ น + :
– ถ้าคำหลังขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ แปลง น เป็น อ-
– ถ้าคำหลังขึ้นต้นด้วยสระ แปลง น เป็น อน-

ในที่นี้ “ภย” ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ จึงแปลง น เป็น อ : น > อ + ภย = อภย

“อภย” :
– ใช้เป็นคุณศัพท์ มีความหมายว่า ปลอดจากความกลัวหรืออันตราย, ไม่มีความกลัว, ปลอดภัย (free from fear or danger, fearless, safe)
– ใช้เป็นคำนาม มีความหมายว่า ความไว้วางใจ, ความปลอดภัย (confidence, safety)

Read More
บาลีวันละคำ

วินัย (บาลีวันละคำ 768)

วินัย

อ่านว่า วิ-ไน
บาลีเป็น “วินย” อ่านว่า วิ-นะ-ยะ

“วินย” มีรากศัพท์มาจาก วิ ( = วิเศษ, แจ้ง, ต่าง) + นี (ธาตุ = นำไป) + อ ปัจจัย พฤทธิ์ อี (ที่ นี) เป็น เอ, แปลง เอ เป็น อย
: วิ + นี = วินี > (อี เป็น เอ =) วิเน > (เอ เป็น อย =) วินย + อ = วินย แปลตามศัพท์ว่า “อุบายเป็นเครื่องนำไป” หรือ “การนำไปอย่างวิเศษ”

“วินย” ในบาลีใช้ในความหมายหลายอย่าง คือ –

(1) การขับออก, การเลิก, การทำลาย, การกำจัดออก (driving out, abolishing, destruction, removal)

ความหมายนี้ดังเช่นข้อความตอนหนึ่งในพระคาถาชินบัญชรที่ว่า –

วาตปิตฺตาทิสญฺชาตา พาหิรชฺฌตฺตุปทฺทวา
โรคภัย อุปัทวะทั้งภายนอกทั้งภายในอันเกิดแต่เหตุมีโรคลมและโรคดีเป็นต้น
อเสสา วินยํ ยนฺตุ อนนฺนตชินเตชสา.
จงถึงวินยะ (= การถูกกำจัดออก, ความหมดสิ้นไป) โดยไม่เหลือ ด้วยเดชานุภาพแห่งพระอนันตชินเจ้า

(2) กฎ, วิธีพูดหรือตัดสิน, ความหมาย, วาทวิทยา (วิชาการใช้ถ้อยคำ) (rule, way of saying or judging, sense, terminology)

(3) วินัย, จรรยา, ศีลธรรม, ความประพฤติที่ดี (norm of conduct, ethics, morality, good behavior)

(4) ประมวลจรรรยา, วินัยสงฆ์, กฎ, จรรยาบรรณหรือพระวินัย (code of ethics, monastic discipline, rule, rules of morality or of canon law)

Read More
บาลีวันละคำ

คว่ำบาตร (บาลีวันละคำ 767)

คว่ำบาตร
บาลีว่าอย่างไร

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

“คว่ำบาตร : (สํานวน) ไม่ยอมคบค้าสมาคมด้วย, เดิมหมายถึงสังฆกรรมที่พระสงฆ์ประกาศลงโทษคฤหัสถ์ผู้ประทุษร้ายต่อศาสนาด้วยการไม่คบ ไม่รับบิณฑบาต เป็นต้น”

พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ.ปยุตฺโต บอกไว้ว่า –

คว่ำบาตร : การที่สงฆ์ลงโทษอุบาสกผู้ปรารถนาร้ายต่อพระรัตนตรัย โดยประกาศให้ภิกษุทั้งหลายไม่คบด้วย คือไม่รับบิณฑบาต ไม่รับนิมนต์ ไม่รับไทยธรรม, บุคคลต้นบัญญัติ คือวัฑฒลิจฉวี ซึ่งถูกสงฆ์คว่ำบาตร เพราะโจทพระทัพพมัลลบุตร ด้วยสีลวิบัติอันไม่มีมูล, คำเดิมตามบาลีว่า “ปัตตนิกกุชชนา”

“ปัตตนิกกุชชนา” เขียนแบบบาลีเป็น “ปตฺตนิกฺกุชฺชนา” อ่านว่า ปัด-ตะ-นิก-กุด-ชะ-นา ประกอบด้วยคำ 2 คำ คือ ปตฺต + นิกฺกุชฺชนา

ปตฺต แปลว่า บาตร
นิกฺกุชฺชนา แปลว่า คว่ำลง
ปตฺตนิกฺกุชฺชนา จึงแปลตรงตัวว่า “คว่ำบาตร”

คำบาลีบางคำเราเอามาใช้ทั้งคำ ทั้งความหมาย เช่น “บิณฑบาต” คำก็เป็นบาลี ความหมายก็เป็นความหมายตามบาลี
แต่คำว่า “คว่ำบาตร” นี้ เราไม่ได้เอาคำบาลีมาใช้ แต่เอาคำแปลหรือความหมายมาใช้ (อาจเป็นเพราะคำว่า “ปตฺตนิกฺกุชฺชนา” ทั้งรูปทั้งเสียงไม่สู้จะรื่นในภาษาไทย)

ใครคือผู้ที่ควรจะถูก “คว่ำบาตร” ?

Read More
บาลีวันละคำ

วิกฤติ (บาลีวันละคำ 766)

วิกฤติ

อ่านว่า วิ-กฺริด
บาลีเป็น “วิกติ” อ่านว่า วิ-กะ-ติ

“วิกติ” รากศัพท์มาจาก วิ (= พิเศษ, แจ้ง, ต่าง) + กรฺ (ธาตุ = ทำ) + ติ ปัจจัย ลบที่สุดธาตุ
: วิ + กรฺ = วิกร > วิก + ติ = วิกติ แปลตามศัพท์ว่า “การทำให้แปลกไปเป็นอย่างอื่น” หมายถึง การเปลี่ยนแปลง, การแปรไป, การผันแปรไปจากปกติ

“วิกติ” ในบาลีใช้ในความหมายอย่างอื่นด้วย คือ –

(1) ประเภท, ชนิด (sort, kind)
(2) ผลิตผล, การกระทำ, ภาชนะ (product, make; vessel)
(3) การจัดแจง, การจัดเป็นพวกๆ, การจัดเป็นชนิดๆ; รูปร่าง, ทรวดทรง (arrangement, get up, assortment; form, shape)

“วิกติ” สันสกฤตเป็น “วิกฤติ” สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ว่า –

“วิกฤติ : (คำนาม) การเปลี่ยนอย่างใดอย่างหนึ่ง, ดุจเปลี่ยนเหตุ –การย์ –ความมุ่งหมาย, เปลี่ยนมนัส, เปลี่ยนรูป ฯลฯ; change of any kind, as a purpose, mind, form”

“วิกติ” ในบาลีถ้าเป็นคุณศัพท์ เปลี่ยนรูปเป็น “วิกต” (วิ-กะ-ตะ) แปลว่า ที่เปลี่ยนแปลง, ที่ผันแปร (changed, altered)

ในภาษาไทยใช้ทั้ง “วิกฤต” (ต ไม่มีสระ อิ) และ “วิกฤติ” (ต มีสระ อิ)
ถ้าไม่มีคำสมาสต่อท้าย อ่านว่า วิ-กฺริด เหมือนกันทั้งสองคำ
ถ้ามีคำสมาสต่อท้าย วิกฤต- อ่านว่า วิ-กฺริด-ตะ- เช่น วิกฤตการณ์ อ่านว่า วิ-กฺริด-ตะ-กาน
วิกฤติ- อ่านว่า วิ-กฺริด-ติ- เช่น วิกฤติการณ์ อ่านว่า วิ-กฺริด-ติ-กาน

Read More
บาลีวันละคำ

กูรู (บาลีวันละคำ 765)

กูรู
คำที่คนไทยสมัยใหม่ถอดมาจากคำว่า guru
“guru” เป็นอักษรโรมันที่เขียนคำบาลีสันสกฤตว่า “คุรุ” อ่านว่า คุ-รุ
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“คุรุ : (คำนาม) ผู้สั่งสอน, ครู. (ป., ส.)”
ความหมายของ “คุรุ” :
(1) ถ้าแปลตามศัพท์ มีความหมายว่า หนัก (heavy) ตรงกันข้ามกับ “ลหุ” = เบา (light)
(2) ถ้าใช้เป็นคุณศัพท์ มีความหมายว่า สำคัญ, ควรยกย่อง, ที่มีค่าหรือตีราคาสูง (important, to be esteemed, valued or valuable)
(3) ถ้าหมายถึงบุคคล มีความหมายว่า คนที่ควรนับถือ, ครู (a venerable person, a teacher)
“คุรุ” ที่หมายถึง “ครู” แปลตามรากศัพท์ว่า (1) “ผู้ลอยเด่น” (2) “ผู้หลั่งความรู้ไปในหมู่ศิษย์” (3) “ผู้คายความรู้ให้หมู่ศิษย์”
“คุรุ” เป็นคำที่มีใช้ในภาษาไทยมานานแล้ว คนไทยสมัยใหม่ จะเป็นเพราะไม่รู้ หรือรู้แต่อยากจะแสดงความแปลกใหม่ เมื่อเห็นคำว่า guru แทนที่จะเขียนว่า “คุรุ” กลับถอดคำออกมาเป็น “กูรู”
ชวนให้คิดว่า เด็กไทยสมัยใหม่คงจะไม่รู้จักคำว่า “คุรุ – ครู” ไม่รู้จักครู และไม่รู้ว่าควรปฏิบัติต่อครูอย่างไร
พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม ของท่าน ป.อ.ปยุตฺโต ข้อ 265 แสดงการปฏิบัติต่อครู หรือการไหว้ครูตามหลักพระพุทธศาสนาไว้ดังนี้ –
1) ลุกต้อนรับ (อุฏฺฐาเนน) by rising to receive them.
2) เข้าไปหา (เพื่อบำรุง คอยรับใช้ ปรึกษา และรับคำแนะนำ เป็นต้น) (อุปฏฺฐาเนน) by waiting upon them.
3) ใฝ่ใจเรียน (คือ มีใจรัก เรียนด้วยศรัทธา และรู้จักฟังให้เกิดปัญญา) (สุสฺสุสาย) by eagerness to learn.
4) ปรนนิบัติ ช่วยบริการ (ปาริจริยาย) by personal service.
5) เรียนศิลปวิทยาโดยเคารพ (คือ เอาจริงเอาจัง ถือเป็นกิจสำคัญ) (สกฺกจฺจํ สิปฺปํ ปฏิคฺคหเณน) by attentively learning the arts and sciences.

Read More
บาลีวันละคำ

พุทธภูมิ (บาลีวันละคำ 764)

พุทธภูมิ
อ่านว่า พุด-ทะ-พูม
บาลีเป็น “พุทฺธภูมิ” อ่านว่า พุด-ทะ-พู-มิ
ประกอบด้วย พุทฺธ + ภูมิ
“พุทฺธ” (พุด-ทะ) โปรดสังเกตจุดใต้ ทฺ ซึ่งทำให้ ทฺ เป็นตัวสะกด ภาษาไทยเขียน “พุทธ”
ในภาษาไทย ถ้าอยู่ท้ายศัพท์ อ่านว่า –พุด เช่น “พระพุทธ” อ่านว่า พฺระ-พุด
ถ้ามีคำมาสมาสข้างท้าย อ่านว่า –พุด-ทะ- เช่น “พระพุทธเจ้า” อ่านว่า พฺระ-พุด-ทะ-เจ้า
“พุทฺธ” แปลตามศัพท์ได้เกือบ 20 ความหมาย แต่ที่เข้าใจกันทั่วไปมักแปลว่า –
(1) ผู้รู้ = รู้สรรพสิ่งตามความเป็นจริง
(2) ผู้ตื่น = ตื่นจากกิเลสนิทรา ความหลับไหลงมงาย
(3) ผู้เบิกบาน = บริสุทธิ์ผ่องใสเต็มที่
ความหมายที่เข้าใจกันเป็นสามัญ หมายถึง “พระพุทธเจ้า”
“ภูมิ” (พู-มิ) แปลตามรากศัพท์ว่า “สถานที่มีอยู่เป็นอยู่แห่งสัตว์โลก” มีความหมายหลายอย่าง กล่าวคือ พื้นดิน, ดิน, แผ่นดิน, สถานที่, ถิ่น, แคว้น, แถบ, ภูมิภาค, พื้น, พื้นราบ, ขั้นตอน, ระดับ (ground, soil, earth, place, quarter, district, region, plane, stage, level)
ในภาษาไทย พจน.54 บอกความหมายของ “ภูมิ” ไว้ว่า แผ่นดิน, ที่ดิน; พื้น, ชั้น, พื้นเพ; ความรู้; สง่า, โอ่โถง, องอาจ, ผึ่งผาย
ในที่นี้คำว่า “ภูมิ” หมายถึง ระดับจิตใจ, สภาพหรือคุณภาพของจิต

Read More
บาลีวันละคำ

นเรศวร (บาลีวันละคำ 763)

นเรศวร
อ่านว่า นะ-เร-สวน
ประกอบด้วย นร + อีศฺวร
บาลีเป็น นร + อิสฺสร
“นร” (นะ-ระ) แปลตามศัพท์ว่า –
(1) “ผู้นำไป”
(2) “ผู้นำไปสู่ความเป็นใหญ่”
(3) “ผู้ดำเนินไปสู่ภพน้อยภพใหญ่”
(4) “ผู้อันกรรมของตนนำไป”
(5) “ผู้ถูกนำไปตามกรรมของตน”
ความหมายที่เข้าใจกันคือ “คน” (ปกติไม่จำกัดว่าหญิงหรือชาย)
“อิสฺสร” (อิด-สะ-ระ) แปลตามศัพท์ว่า –
(1) “ผู้เป็น” คือผู้ไปเป็น ไปเกิดในภูมิที่น่าปรารถนา
(2) “ผู้เป็นใหญ่”
(3) “ผู้ครอบงำ” หมายถึงผู้ปกครอง
ความหมายที่เข้าใจกันคือ ผู้เป็นเจ้า, ผู้ปกครอง, ผู้เป็นนาย, ผู้เป็นใหญ่, หัวหน้า
“อิสฺสร” เทียบสันสกฤตเป็น “อีศฺวร” สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ว่า
“อีศฺวร : (คำนาม) พระอีศวรเป็นเจ้า, พระเจ้า; ศัพท์นี้ใช้หมายความถึงเทพดาต่างๆ ทั่วไป”
นร + อิสฺสร ตามรูปบาลีเป็น “นริสฺสร” อ่านว่า นะ-ริด-สะ-ระ

Read More
บาลีวันละคำ

ทัพพี (บาลีวันละคำ 762)

ทัพพี
อ่านว่า ทับ-พี
ศัพท์บาลีมีทั้งที่เป็น “ทพฺพิ” (ทับ-พิ) และ “ทพฺพี” (ทับ-พี)
(ต่างกันที่คำหนึ่งเป็นสระ อิ คำหนึ่งเป็นสระ อี แต่เป็นคำเดียวกัน)
“ทพฺพิ” (ทพฺพี) รากศัพท์มาจาก –
(1) ทุ (ธาตุ = ไป, เป็นไป) + พ ปัจจัย + อิ (ปัจจัยที่ทำให้เป็นอิตถีลิงค์), ลบสระที่ธาตุ, ซ้อน พ
: ทุ > ท + พ = ทพ + พ = ทพฺพ + อิ = ทพฺพิ แปลตามศัพท์ว่า “วัตถุที่เป็นไป” (คือของธรรมดาที่มีทั่วไป)

Read More
บาลีวันละคำ

มิติ (บาลีวันละคำ 761)

มิติ
อ่านว่า มิ-ติ
บาลีเขียนและอ่านตรงกับที่ใช้ในภาษาไทย
“มิติ” รากศัพท์มาจาก มิ หรือ มา (ธาตุ = ชั่ง, ตวง, วัด, นับ, กะประมาณ) + ติ ปัจจัย
: มิ + ติ = มิติ
: มา > มิ + ติ = มิติ
“มิติ” แปลตามศัพท์ว่า “การวัด” “การนับ” หมายถึง การทำกรรมวิธีเพื่อให้รู้ขนาด ปริมาณ และจำนวนเป็นต้น
พจนานุกรม สอ เสถบุตร บอกว่า มิติ ตรงกับภาษาอังกฤษว่า dimension
ที่คำว่า dimension มีคำแปลและขยายความดังนี้ –
dimension n.
ขนาด, มิติ ขนาดกว้างยาวและหนา (หรือสูง) ทั้งสามอย่าง เรียกว่า the three dimensions เฉพาะขนาดยาวเรียกว่า first dimension ขนาดกว้าง second dimension ขนาดหนาหรือสูง third dimension นักวิทยาศาสตร์บางคนคาดคะเนว่ายังมีขนาดอีกอย่างหนึ่ง คือ fourth dimension หรือมิติที่สี่ คือ ความไม่สิ้นสุด

Read More
บาลีวันละคำ

นโยบาย (บาลีวันละคำ 760)

นโยบาย
(บาลีไทย)
อ่านว่า นะ-โย-บาย
ประกอบด้วย นย + อุบาย
“นย” บาลีอ่านว่า นะ-ยะ แปลตามศัพท์ว่า (1) “การเป็นไป” (2) “อุบายเป็นเครื่องแนะนำ” (3) “วิธีที่พึงแนะนำ” (4) “วิธีเป็นเหตุให้รู้” หมายถึง หนทาง, วิธีการ, แผน, วิธี (way, method, plan, manner)
ในภาษาไทยใช้ว่า “นัย” พจน.54 บอกความหมายไว้ดังนี้ –
(1) เค้าความที่ส่อให้เข้าใจเอาเอง
(2) ข้อสําคัญ เช่น นัยแห่งเรื่องนี้
(3) ความ, ความหมาย, เช่น หลายนัย
(4) แนว, ทาง, เช่น ตีความได้หลายนัย
(5) แง่ เช่น อีกนัยหนึ่ง
“อุบาย” บาลีเป็น “อุปาย” (อุ-ปา-ยะ) รากศัพท์คือ อุป ( = เข้าไป, ใกล้, มั่น) + อิ (ธาตุ = ไป, ถึง, เป็นไป) พฤทธิ์ อิ เป็น เอ, แปลง เอ เป็น อาย + อ ปัจจัย
: อุป + อิ > เอ > อาย + อ = อุปาย
“อุปาย” แปลตามศัพท์ว่า “กลวิธีเป็นเหตุให้ถึงความชนะศัตรู” “วิธีเป็นเหตุให้เข้าถึง” “การเข้าใกล้” หมายถึง หนทาง, วิธี, กลวิธี, เล่ห์กล, เล่ห์เหลี่ยม (way, means, expedient, stratagem)
ภาษาไทยใช้ทับศัพท์ว่า “อุบาย” พจน.54 บอกความหมายว่า “วิธีการอันแยบคาย; เล่ห์กล, เล่ห์เหลี่ยม”
โปรดสังเกตว่า “นย” กับ “อุปาย” มีความหมายไปในแนวเดียวกัน
นย + อุปาย = นยุปาย แผลง อุ เป็น โอ : นยุปาย > นโยปาย ใช้ในภาษาไทยว่า “นโยบาย”

Read More
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้